ธาตุแท้ “อภิสิทธิ์-ชนชั้นสูง” ปัญหาประชาธิปไตยไทย!

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 5 ฉบับ 265 วันที่ 26 มิถุนายน-2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 หน้า 7
คอลัมน์ : ทหารใหม่วันนี้ โดย ชายชาติ ชื่นประชา

สังคมไทยในวันนี้มีความแตกแยกอย่างชัดเจน อันมีพื้นฐานมาจากปัญหาความแตกต่างในเชิงการถือครองอำนาจด้านเศรษฐกิจ ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในฐานะยากจน ส่วนในทางการเมืองนั้น ตรรกะเชิงโครงสร้างอำนาจก็เห็นชัดเจนแล้วว่าฝ่ายที่ยึดกุมเศรษฐกิจได้ยึด ครองอำนาจทางการเมืองมายาวนาน แต่ต่อมาเกิดข้อขัดแย้งระหว่างทุนใหม่กับทุนเก่าที่ไปร่วมมือกับกลุ่มอีลิต แล้วขับไล่ทุนใหม่

ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องปรกติและธรรมดาหากฝ่ายที่ได้เปรียบถือครอง อำนาจรัฐอยู่ ไม่เลยเถิดลงไปใช้กำลังทางทหารปราบปรามประชาชนกลุ่มคนยากจนที่เรียกร้องทางการเมืองโดยบริสุทธิ์

รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะผู้ชนะในยุทธวิธีการปราบปรามประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร กำลังลิงโลดใจกับชัยชนะระยะสั้น แต่ไม่เคยมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ในทางตรงข้ามกลับยิ่งใช้มาตรการทางกฎหมายและเครื่องมือของรัฐ กดดันและปราบปรามประชาชนอย่างต่อเนื่องหลายมิติ เช่น ยังคงอำนาจพิเศษของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คิดถึงผลกระทบว่าเป็นเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เดินทางมา เมืองไทยในช่วงเวลานี้ เพราะบริษัทประกันต่างๆจะไม่รับผิดชอบรับประกันใดๆ ที่เกิดขึ้นหากนักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน

สื่อของคนเสื้อแดงหรือที่ออกอากาศอย่างเป็นกลางก็ยังคงถูกปิดกั้นต่อไป ตรงกันข้ามกับสื่อของรัฐได้รับอนุญาตให้โฆษณาชวนเชื่อเพื่อหวังทำลายกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกลไกกฎหมายหลายระดับก็ยังติดตามตรวจสอบขึ้นบัญชีการทำธุรกรรมทาง การเงินของนิติบุคคลและบุคคลต่างๆ 83 ราย เพื่อเรียกมาสอบสวนกรณีเงินหรือทำธุรกรรมต่างๆว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงอย่างไร

แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดกับคนเสื้อเหลือง ขณะที่รัฐบาลประกาศหรือเรียกร้องหาความสมานฉันท์ ซึ่งในทางปฏิบัติก็เหมือนการใช้ความได้เปรียบที่มีเหนือกว่าคู่กรณีหรือฝ่าย ตรงข้ามที่มีความขัดแย้ง แล้วรัฐบาลแสร้งออกมาแสดงท่าทีเรียกร้องหาความสมานฉันท์

อีกกรณีหนึ่งการที่รัฐบาลพยายามตั้งบุคคลต่างๆขึ้นเป็นคณะกรรมการเพื่อสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ทั้งที่มีปัญหาทั้งด้านแนวความคิดและตัวบุคคล ตั้งแต่เริ่มต้น เช่นกรรมการปฏิรูปประเทศไทยชุดที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมกับนายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ก็มีเรื่องพฤติกรรมของตัวบุคคลที่ผ่านมา ตลอดจนถึงวิธีคิดและลงไปถึงจิตสำนึก

นายอานันท์ก็รู้กันดีว่ามีความถนัดที่จะเข้ามีอำนาจทางการเมืองโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งอย่างไร เช่น เป็นนายกรัฐมนตรีให้กับคณะรัฐประหารปี 2535 ซึ่งถ้ามองเพียงแค่นี้ยังอาจมีคนกังขา เพราะการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของนายอานันท์ได้สร้างความยอมรับให้เกิดขึ้นในสังคมระดับหนึ่ง แต่หากย้อนไปในอดีต คนที่จดจำการเมืองไทยได้ดี จะต้องรู้ว่าตัวตนของนายอานันท์ที่แท้จริงเป็นผู้มีความถนัดกับการได้รับประโยชน์ของผู้มีอำนาจพิเศษจริงๆ

เดิมทีนายอานันท์ได้รับการสนับสนุนให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นเป็นระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศในวัยหนุ่ม เพราะอดีตนั้นตอนเป็นเจ้าหน้าที่ทูตระดับเด็ก (อาจจะเป็นชั้นตรีหรือโท) ได้มาทำหน้าที่เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของนายถนัด คอมันตร์ ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคเผด็จการทหารสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ข้าราชการคนใดที่มีโอกาสมาทำหน้าที่การเมืองได้ก็จะทำให้ได้รับการเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดดหน้าตาเฉย

คนอย่างนายอานันท์นี่แหละที่เป็นคนมักได้ประโยชน์และทำงานให้กับพวกคณะรัฐประหาร ที่สำคัญวิธีคิดและจิตสำนึกของนายอานันท์มักจะมองการเมืองและให้ทรรศนะเหมือนว่าตนเองเป็นชนชั้นสูง ส่วนการเมืองโดยเฉพาะการเลือกตั้งนั้นสกปรก

นายอานันท์จึงไม่นิยมเข้าสู่วงการการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตยหรือตามระบอบการเลือกตั้ง ทรรศนะอย่างนี้ที่จริงแล้วโดยส่วนตัวจึงไม่สมควรจะวิจารณ์การเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งไม่ได้ผิดอะไร แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะหาวิธีแก้ไขปัญหาการเมืองของไทยให้ถูกต้องตรงประเด็นอย่างไร

ทำไปทำมาแล้วพวกชนชั้นสูงของรัฐไทยมักจะมองปรากฏการณ์แต่ปัญหาด้านการเมือง ซึ่งพอวิเคราะห์จริงๆแล้วก็มักจะคิดว่าปัญหาทางการเมืองน่าจะมีรากฐานด้านพฤติกรรมของตัวบุคคลในด้านจิตสำนึก ความบริสุทธิ์สะอาด ไม่คดโกง และต้องมีการศึกษาที่ดี มีชาติตระกูลดี เพราะคนชั้นสูงเหล่านี้เชื่อว่ากลุ่มพวกเหล่านี้นี่แหละเป็นทางเลือกของการเมืองไทย เพราะคนรวยแล้วไม่น่าจะเป็นคนโกง ขณะเดียวกันก็มักจะรังเกียจการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในลักษณะก่อความวุ่นวาย (เช่นการเรียกร้องของพวกเสื้อแดง)

ชนชั้นสูงเหล่านี้มองไม่เห็นปัญหาความขัดแย้งของสังคมอันมีผลพวงจากปัญหาระดับโครงสร้างอำนาจที่ว่า อำนาจเศรษฐกิจและการเมืองมีอิทธิพลส่งผลซึ่งกันและกัน เพราะโดยแท้จริงแล้วการผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจไว้ได้ก็ทำให้ได้อำนาจการเมืองไปครอง

การแก้ไขที่ถูกต้องจึงต้องแก้ที่โครงสร้างอำนาจให้กระจายตัวมากกว่าการแก้ไขที่ตัวบุคคล หรือมัวไล่ล่าสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นอัตบุคคล

คนอย่างหมอประเวศก็มีลักษณะวิธีคิดที่สับสนเหมือนชนชั้นสูง หมอประเวศให้ความเห็นในการทำหน้าที่ของท่านเพื่อแก้ปัญหาปัจจุบันว่า ต้องเพิ่มอำนาจให้คนรากหญ้า ซึ่งเป็นประโยคทองของท่าน และเป็นการพูดที่ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย เพราะเรื่องที่ว่าต้องเพิ่มอำนาจให้คนรากหญ้า พูดอีกก็ถูกอีก แต่หากมองลึกกรณีเฉพาะอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ถนนราชดำเนินและสี่แยกราชประสงค์นั้น คนรากหญ้าไม่ได้ขออำนาจเพิ่ม เพียงแต่พวกเขามาขอให้กลุ่มอีลิตที่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ให้ช่วยคืนอำนาจการตัดสินใจกลับคืนให้กับประชาชน โดยรัฐบาลลาออกและเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น

คนรากหญ้าไม่ต้องการเพิ่มอำนาจให้ตนเอง พวกเขาขอเพียงให้รัฐไทยอยู่ในกรอบในการใช้ธรรมรัฐให้มีความยุติธรรม ไม่ 2 มาตรฐานเท่านั้น

วันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงถูกตั้งข้อหาเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายในขณะที่คนเสื้อเหลืองไม่โดนข้อหารุนแรงอะไร แม้แต่คดียึดสนามบินที่ในความเป็นจริงแล้วถือเป็นการกระทำการก่อการร้ายสากลเพราะไปยึดอากาศยานและควบคุมชาวต่างชาติเอาไว้ด้วย แต่กลับได้รับการปฏิบัติแบบเลือกปฏิบัติ ทั้งหมดนี้หมอประเวศมีสติปัญญาที่จะคิดถึงบ้างหรือไม่

แค่ตัวอย่างการแต่งตั้งคน 2 คนเพื่อจะเข้ามาสร้างความปรองดองและสมานฉันท์หรือเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ก็รู้ได้เลยว่าประเทศนี้ต้องมีปัญหาต่อไปอีก เพราะคนที่ได้รับการแต่งตั้งก็มีปัญหาในตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว

ส่วนรัฐบาลก็เอาตัวรอดและเริ่มส่อแววทำชั่วเหมือนทุนสามานย์ (ที่เขากล่าวหา) เช่นกรณีวาทกรรมซื้อคืนดาวเทียมไทยคม แต่ท้ายที่สุดเมื่อถูกวิจารณ์อย่างฉาวโฉ่ว่าเป็นลักษณะอินไซด์ปั่นหุ้น หรือมีผลประโยชน์แฝงเหมือนทุนสามานย์นั้น สมมุติว่ามีการปั่นหุ้นจริงจะสามานย์เหมือนพวกทุนสามานย์หรือไม่?




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s