ฤดูกาลโกงแหลกแดกสะบัด!

ฤดูกาลโกงแหลกแดกสะบัด!
ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 269 วันที่ 24-30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 หน้า 7
คอลัมน์ : จับกระแสการเมือง
โดย : คน กรุงเก่า

ธรรมชาติของการเมืองเมื่อเวลาที่เกิดเรื่อง ยุ่งๆเป็นยุงตีกัน และเวลาที่เริ่มนับถอยหลังการอยู่ในอำนาจของรัฐบาล สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างมากคือการทุจริตคอร์รัปชัน หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “โกงแหลกแดกสะบัด!”

เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายข้อหนึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ประกาศต่อสาธารณชนและแถลงเจตนารมณ์ต่อรัฐสภาคือ การกำจัดทุจริตคอร์รัปชันให้ลดน้อยลง ทั้งการโกงกินในหมู่นักการเมือง การโกงกินในเหล่าข้าราชการ และการโกงกินในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายอภิสิทธิ์ประกาศกฎเหล็ก 9 ข้อในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็น 9 ข้อที่สวย เริด ดูดี หากยึดถือปฏิบัติได้จริงเพียงไม่กี่ข้อ ประเทศไทยก็จะเปลี่ยนโฉมไปค่อนข้างมาก

แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็คงรู้ๆและเห็นๆกันอยู่

การโกงกินเป็นเรื่องที่สัมผัสได้ในรัฐบาลชุดนี้ และเป็นการโกงกินที่น่าเกลียดชัดเจนที่สุดในหลายกรณี เพราะคนทำได้ใจเนื่องจากเชื่อว่าภาพลักษณ์คุณชายสะอาดของนายอภิสิทธิ์จะช่วยปกปิดความเน่าเหม็นได้

ที่สำคัญการเป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้องอาศัยตัวช่วย อาศัยเสียงจากพรรคอื่นเป็นนั่งร้านค้ำยันเก้าอี้ และอาศัยจมูกคนอื่นเพื่อให้ได้มีลมหายใจอยู่ในทำเนียบรัฐบาลต่อไป ก็เป็นจุดด้อยที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในหลายเรื่องเพื่อแลกกับการได้นั่งอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไป

การทุจริตโกงกินที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในรัฐบาลชุดปัจจุบันทำให้ใครหลายต่อหลายคนต่างพากันหมดความอดทน จึงมีรายการแฉกันออกมาเป็นระยะๆ

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการโกงกินสูงถึงระดับ 30-40% ถือว่ามากขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับในอดีตที่อยู่ในระดับ 3-5% เท่านั้น และยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกเมื่อคาดการณ์กันว่าในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้าตัวเลขการโกงกินจะพุ่งไปอยู่ในระดับ 50%

มีการยกตัวอย่างว่าหากงบประมาณแผ่นดินมีปีละ 300,000-400,000 บาท เงิน 100,000 บาท จะถูกเบียดบังไปเข้ากระเป๋าคนโกง แต่ของจริงงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปีมากกว่านั้นหลายเท่านัก

งบประมาณแผ่นดินปี 2554 ที่กำลังพิจารณากันอยู่ในสภา รัฐบาลเสนอตัวเลขในวงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ (เงินกู้) 420,000 ล้านบาท รายจ่ายประจำ 1.66 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุน 340,000 ล้านบาท

หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ กระทรวงศึกษาธิการ, งบกลาง, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม

ตัวงบประมาณรายการเพื่อการลงทุน 3.4 ล้านบาท นี่แหละที่จะมีคนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ชักเปอร์เซ็นต์จากโครงการต่างๆเข้ากระเป๋า

ถ้าเปรียบงบประมาณแผ่นดินเป็นไอศกรีมหนึ่งแท่ง ครึ่งแท่งจะถูกคนโกงอมและกิน เหลืออีกครึ่งแท่งสำหรับประชาชนที่จะได้รับผลประโยชน์จากการทำโครงการต่างๆ

ลองมาคิดทบทวนกันเล่นๆ ว่าตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตโกงกินอะไรบ้าง เท่าที่นึกได้ก็มี

1. ทุจริตโครงการจัดซื้อปลากระป๋องเน่า ข้าวสารหมดอายุ เอาไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้กว่า 2,000 ถุง ที่มีชื่อของนักการเมือง “อ-ช” เข้าไปเกี่ยวข้อง

2. ทุจริตจัดซื้อหน้ากากอนามัยแจกจ่ายในช่วงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ระบาด ทุจริตตั้งงบจัดซื้อพัดลมยูวีฆ่าเชื้อที่แพงกว่าราคาท้องตลาดกว่า 10 เท่า และตั้งโครงการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ราคาแพงอีกหลายรายการตามโครงการไทยเข้ม แข็งของกระทรวงสาธารณสุข

3. ทุจริตงบประมาณชุมชนพอเพียง จนถูกเปลี่ยนชื่อว่าเป็นชุมชนแพงเพียบ เพราะซื้อของแพงกว่าราคาตลาดหลายเท่า เช่น ตู้น้ำหยอดเหรียญที่ราคาท้องตลาดไม่กี่หมื่นบาทแต่จัดซื้อกันในราคากว่า 100,000-200,000 บาท

4. ทุจริตการแต่งตั้งโยกย้ายด้วยการซื้อขายเก้าอี้ ทั้งเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัด เก้าอี้นายอำเภอ ที่มีการตั้งราคากันไว้ตามจังหวัดตัวละ 10-15-20 ล้านบาท หรือทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ ทุจริตจัดซื้อคอมพิวเตอร์ในกระทรวงมหาดไทย

5. ทุจริตแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่มีข้อสงสัยว่ามีนักการเมืองใหญ่เข้าไปพัวพัน โดยซื้อขายเก้าอี้กันในราคา 2 ล้านบาท 5 ล้านบาท 7 ล้านบาท ไปจนถึง 10 ล้านบาท

นี่เป็นเพียงการทุจริตเท่าที่นึกได้และเท่าที่เป็นข่าวปรากฏตามสื่อมวลชน ยังไม่รวมที่นึกไม่ได้และที่ไม่เป็นข่าวอีกมาก โดยเฉพาะกลิ่นตุๆในการประมูลโครงการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคมหลายโครงการที่บริษัทผู้ใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่มักได้รับงาน หรือการจัดซื้ออาวุธของกองทัพที่มีปัญหาทั้งการซื้อแพง ซื้อแล้วใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า เช่น จีที 200 เรือเหาะตรวจการณ์ รถหุ้มเกราะยูเครน เครื่องบินกริพเพน กระทั่งเฮลิคอปเตอร์

หลายโครงการที่อื้อฉาวนายอภิสิทธิ์ทำท่าทางขึงขังเอาจริง ด้วยการตั้งกรรมการตรวจสอบ และทุกโครงการเมื่อผลสอบออกมาแล้วก็เงียบหายไป ไม่มีการดำเนินการใดๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าต้องการปราบโกงจริงอย่างที่เคยสร้างภาพเอาไว้

จากนี้ไปเมื่อเวลาของรัฐบาลเหลือน้อย การโกงกินจะยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณชนิดมือใครยาวสาวได้สาวเอา เพราะแต่ละพรรคต้องหาทุนเตรียมไว้ใช้เลือกตั้ง



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s