ปมร้อนเก้าอี้ผู้ว่าสตง. เมื่อองค์กรตรวจสอบไม่ยึดมั่นหลักการเสียเอง

ปมร้อนเก้าอี้ผู้ว่าสตง. เมื่อองค์กรตรวจสอบไม่ยึดมั่นหลักการเสียเอง
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ 20 สิงหาคม 2553
โดย : ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์

“พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” ยันหนังสือคำสั่งของ “คุณหญิงจารุวรรณ” 3 ฉบับล่าสุด ที่ยกเลิกรักษาการผู้ว่า สตง. ไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากกฤษฎีกาฟันธงว่า “คุณหญิงเป็ด” พ้นเก้าอี้ไปแล้ว เผยเจ้าตัวเป็นคนยื่นกฤษฎีกาตีความเอง ก่อนจะให้รองผู้ว่า สตง.ยื่นซ้ำอีกรอบ…

ไทยรัฐออนไลน์ยังคงเกาะติดปัญหาเก้าอี้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคม ท่ามกลางความสับสนว่าที่สุดแล้ว คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ยังสามารถนั่งในเก้าอี้ผู้ว่า สตง.ได้อีกหรือไม่

ขณะที่สังคมรอคำ ตอบอยู่กลายเป็นมีประเด็นใหม่ขึ้นมา เมื่อคุณหญิงจารุวรรณ เซ็นคำสั่งยกเลิกคำสั่ง สตง.ที่ 75/2552 ลงวันที่ 9 เม.ย. 2552 ให้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่า สตง. พ้นจากรักษาการผู้ว่า สตง. และบอกด้วยว่าตนในฐานะคนแต่งตั้ง สามารถที่จะยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งได้ และมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้น

ล่าสุด นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดใจกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้บริหารระดับสูงของ สตง. ได้ร่วมประชุมพิจารณาข้อกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา และหนังสือคำสั่ง 3 ฉบับที่คุณหญิงจารุวรรณออกมาในวันที่ 18 ส.ค.  ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าข้อกฎหมายที่กฤษฎีกาอ้าง มีเหตุผลรับฟังได้ว่าคุณหญิงจารุวรรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เมื่ออายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และการที่คุณหญิงจารุวรรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าได้ หมายความว่าปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้เช่นกัน

ดัง นั้นหนังสือ 3 ฉบับที่ออกมาโดยใช้อำนาจหน้าที่แทนประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและคณะ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จึงไม่มีผลบังคับใช้ได้ ประกอบกับ หนังสือทั้งหมด อาศัยการตีความจากคุณหญิงจารุวรรณเอง จึงไม่มีน้ำหนักเหตุผลที่จะรับฟังได้ ดังนั้น เราจะต้องปฏิบัติตามแนวทางของกฤษฎีกาโดยเคร่งครัด เพราะผู้รักษาการเป็นข้าราชการประจำ อย่างไรจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ”

สำหรับปมที่มาของปัญหา นั้น นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.  ขณะที่คุณหญิงจารุวรรณยังปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจ เงินแผ่นดินอยู่ ได้ทำหนังสือไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้นำเรื่องการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจแผ่นดิน ที่เป็นประเด็นปัญหาทางข้อกฎหมาย บรรจุเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความต่อ และในวันที่ 8 ก.ค. คุณหญิงจารุวรรณ ได้ให้เจ้าหน้าที่ร่างหนังสือให้ตนเซ็น เพื่อไปถามย้ำอีกครั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะตอบช้า ตนจึงทำหนังสือไปอีกฉบับหนึ่งที่มีเนื้อหาเหมือนกันส่งไป

ต่อมาคณะ กรรมการกฤษฎีกาได้ส่งหนังสือที่มีความเห็นว่า คุณหญิงจารุวรรณต้องพ้นจากตำแหน่งของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จากนั้นคุณหญิงจารุวรรณจึงได้ไปยื่นหนังสือให้นายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อขอถอนหนังสือที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา และนายกฯ ก็ส่งหนังสือไปที่กฤษฎีกา แต่กฤษฎีกาบอกว่าช้าไปแล้ว เพราะได้ตอบข้อหารือไปก่อนหน้านี้ และวันที่ 6 ส.ค. คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำหนังสือถึงคุณหญิงจารุวรรณ เรื่องขอถอนข้อหารือ โดยให้เหตุผลว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ได้ให้ความเห็นว่า คุณหญิงจารุวรรณ ได้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไปแล้ว คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) จึงไม่อาจรับหนังสือขอถอนเรื่องของท่าน ซึ่งลงนามในฐานะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มาพิจารณาได้

เมื่อไทยรัฐ ออนไลน์ถามว่า มีความขัดแย้งกับคุณหญิงจารุวรรณหรือไม่ นายพิศิษฐ์ ยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน ส่วนตัวยังเคารพท่านอยู่ แต่ตนในฐานะที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมา จึงถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้ง และเหตุผลที่จะต้องยืนหยัดในกฎหมาย เพราะตนอยู่ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่า สตง. จะต้องทำหน้าที่ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่มีอำนาจทำหน้าที่ต่อไป หากไม่ทำตาม คนที่รักษาการจะมีความผิดไปด้วย และตนจะไม่สนับสนุนในสิ่งที่ผิด

“ผม ยังมีเวลารับราชการไปจนถึงปี 2555 เมื่อได้รักษาการแล้ว ก็อยู่ไปเรื่อยๆ จนถึงเวลานั้น ก็คงได้รับตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเอง แต่หากมองข้อกฎหมาย เห็นว่าเรื่องนี้ขัดกับข้อกฎหมาย แล้วเราไม่รักษาข้อกฎหมาย มันจะไปมีประโยชน์อะไรที่จะไปดำรงตำแหน่งผู้ว่า จึงเห็นควรว่าจะต้องทำตามกฎหมาย เนื่องจากกฤษฎีกายืนยันแล้วว่า คุณหญิงจารุวรรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จริงๆ”

ส่วนกรณีที่ จะส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพิศิษฐ์ ตอบว่า เรื่องนั้นจะต้องดูเหตุผลอีกครั้งว่า สถานการณ์จะเป็นอย่างไร เมื่อกฤษฎีกาได้มีความเห็นมา แล้วเราไม่ยอมรับ จึงเป็นเรื่องลำบาก จะทำให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะไม่ยึดปฏิบัติตามหลักกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อเป็นหน่วยงานตรวจสอบ จะยิ่งทำให้เราไม่สามารถไปตรวจสอบหน่วยงานราชการได้

“ถ้า เราจำเป็นจะต้องรักษาหลักการ  บางครั้งจะเจ็บปวดบ้างก็ต้องทำ ผมเชื่อว่า สุดท้ายแล้วสังคมจะเข้าใจในข้อเท็จจริงเอง” รองผู้ว่าการตรวจแผ่นดิน กล่าวทิ้งท้าย



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s