ระเบิดองค์กรสื่อที่ไม่ได้คุกคามสื่อ

ระเบิดองค์กรสื่อที่ไม่ได้คุกคามสื่อ
โดย : พระพยอม กัลยาโณ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ 1 กันยายน 2553
คอลัมน์ : สำนัก(ข่าว)พระพยอม

ในที่สุดสิ่งที่ไม่ได้ขอแต่ให้กันอยู่เรื่อย นั่นก็คือเสียงระเบิด ที่เกิดดังขึ้นที่นั่น ตูมที่นี่ แต่ว่าสิ่งที่ขอกลับไม่ยอมให้กัน เช่น การขอคืนพื้นที่ หรือขอให้นายกฯลาออก สิ่งที่ไม่ได้ขอนั้นให้กันบ่อยเหลือเกิน จนกลายเป็นสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับหลายคนในสังคม ซึ่งหลายคนที่โชคร้ายจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆต้องได้รับทุกข์ทรมาน ทั้งๆที่ไม่เคยสนใจเรื่องการเมืองเลย แต่พอมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นแล้วก็มักจะโยงกันไปที่เรื่องการเมือง

ก่อนหน้านั้นคนของพรรคฝ่ายค้านออกมาเตือนว่า อาจมีการก่อวินาศกรรมที่รถไฟใต้ดิน ไม่รู้ว่ากรณีนั้นแค่ต้องการปูดข่าวหรือว่ารู้ว่าจะเกิดขึ้น เพราะระเบิดยังไม่ไปเกิดที่ใต้ดิน แต่ว่ามาเกิดบนดินเสียก่อน ต่อไปประเทศไทยไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร กรุงเทพฯเองก็เหมือนว่าได้เพื่อน คือระเบิดกันบ่อยไม่ต่างจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนกรุงเทพฯหวาดระแวงไม่ต่างจากคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

มีประหลาดกว่านั้น บางคนนำเรื่องระเบิดนี้ไปโยงว่าเกี่ยวกับเพชรซาอุฯ บอกว่าเป็นการก่อกวนจากต่างชาติเพราะเขาต้องการเพชรคืน จนมีบางคนสำทับอีกว่า เมื่อเขาไม่ได้เพชรคืนก็เลยมาเอาคืนกับเราอย่างนั้นอย่างนี้ ว่ากันไปนั่น

ถ้าทางการยังปล่อยให้เกิดระเบิดอย่างนี้เรื่อยๆประเทศไทยคงจะแย่มากในสาย ตาคนต่างชาติ แล้วใครจะอยากเข้ามาท่องเที่ยว แล้วเศรษฐกิจเมื่อไรจะดีขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้มีแต่ทำให้คนหวาดผวา หวาดกลัว อกสั่นขวัญเสีย

นอกจากระเบิดการเมืองแล้วประเทศไทยยังมีระเบิดจาก “ไอ้จิ๊ว” ไอ้จิ๊วที่ว่านี้คือพวกนักเรียนนักเลงที่จ้องจะละเลงเลือดกันอยู่เรื่อย เมื่อไม่กี่วันข่าวลงว่าไล่ยิงเด็กแว้นตายกลางถนน และทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตามจับไม่ค่อยจะได้ ทีคนเก็บขยะนำซีดีที่เก็บได้มาขายหวังเงินประทังชีวิตกลับจับไม่เลือก แต่ว่าไอ้พวกเด็กอันธพาลที่เที่ยวไล่ยิงคนกลับปราบกันไม่หมด และมีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ทราบว่ากฎหมายของเราดีกับเด็กพวกนี้มากไปหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นอย่างนั่นก็จะทำให้เด็กย่ามใจ ไม่กลัวกฎหมาย

กรณีเอ็ม 79 ลงช่อง 11 หากเป็นเมื่อก่อนคงมองกันว่าเป็นการคุกคามสื่อ แต่คราวนี้คงไม่ใช่ เป็นการเมืองล้วนๆ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่มาลงช่อง 11 และเรื่องแปลกอีกอย่างที่อาตมาได้ยินมาคือ มีอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีคนมาใช้สิทธิลงคะแนน ส.ก.-ส.ข. กันน้อย และที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกเข้ามาอย่างถล่มทลายเป็นเพราะคนกรุงเทพฯ เบื่อการตรวจสอบ เมื่อมีคนตรวจสอบก็เกิดการขัดแย้งกันเลยเลือกยกทีม ความจริงคงไม่ใช่ แต่ถ้าใช่อย่างที่อาจารย์คนดังกล่าวว่า ก็น่าเป็นห่วงตรงที่ถ้าไม่มีใครตรวจสอบแล้วจะเป็นอย่างไร ขนาดมีคนคอยตรวจสอบยังเป็นกันถึงขนาดนี้ ในสมัยทักษิณกฎหมายไม่สามารถตรวจสอบทักษิณได้ง่ายๆ องค์กรอิสระทำหน้าที่ไม่ได้ คราวนี้บอกว่าเบื่อการตรวจสอบอาจารย์คงคิดผิด

รัฐบาลยังเคยถูกคุณสนธิ ลิ้มทองกุล พูดเหมือนกันว่าโกงมาก ส่วนเรื่องที่หลายคนคาดหวังว่าภาคใต้จะสงบก็ยังไม่สงบ แต่กลับมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นอีกที่กรุงเทพฯ แม้ว่าจะเป็นคนละกลุ่มกัน แต่ทำให้คนกรุงเทพฯเสียขวัญเหมือนกัน

การที่มีคนเบื่อการเมืองจนทำให้การเลือกตั้งไม่ถึงร้อยละ 50 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีนักการเมืองรายใดสามารถลบล้างภาพเก่าๆได้ คือปล่อยให้มีระเบิดเหมือนเก่า มีทะเลาะเบาะแว้งกันในสภาเหมือนเดิม และมีการยุยงให้คนแบ่งแยกกัน

ที่ช่อง 11 โดนบึ้มคราวนี้จะโทษการทำหน้าที่ของสื่อไม่ได้เลย ต้องโทษนักการเมืองอย่างเดียว เพราะนักการเมืองเอาสื่อมาเป็นเครื่องมือจนสื่อเข้าขั้นวิกฤต ต้องเรียกว่ากรรมของประเทศไทยที่มีการเมืองไม่สร้างสรรค์ ไม่รุ่งเรือง ทำให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ความสงบไม่ได้ มีแต่จะทำให้ประชาชนอกสั่นขวัญเสีย จนกลายเป็นเรื่องหนักกว่าเก่า ถึงขั้นวิกฤตทางการเมือง เพราะมีระเบิดที่ไหนในตอนนี้สงสัยหมดว่ามาจากการเมือง

ถ้าอย่างนี้ไม่ควรเล่นการเมืองกันแล้ว เพราะเล่นกันไปก็มีระเบิดเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ถ้าหยุดเรื่องการเมืองแล้วจะหยุดระเบิดก็หยุดเล่นกันเถอะ

เจริญพร



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s