อุปทูต

อุปทูต
ที่มา : ข่าวสดรายวัน 9 กันยายน พ.ศ. 2553
คอลัมน์ คอลัมน์ที่13

การติดต่อการต่างประเทศในด้านความสัมพันธ์ทางการทูต มีกฎหมายระหว่างประเทศกำหนดไว้ คือ อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ.1961 (The Vienna Convention on Diplomatic Relations 1961) เป็นหลักปฏิบัติสากล

ตามปกติแล้ว การที่แต่ละรัฐมีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีเอกอัครราชทูตประจำการก็ได้ โดยให้สถานเอกอัครราชทูตที่อยู่ในประเทศใกล้เคียงมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมได้

หัวหน้าคณะทูตที่ส่งไปประจำในประเทศหนึ่ง คือเอกอัครราชทูต โดยแบ่งระดับหัวหน้าคณะผู้แทนเป็น 3 ชั้น คือ

  1. ชั้นเอกอัครราชทูต (Ambassador)
  2. ชั้นรัฐทูต อัครราชทูต (Minister/Envoy)
  3. ชั้นอุปทูต เรียกย่อๆ ว่า ซีดี มาจากภาษาฝรั่งเศส ว่า ชาร์เฌ่ แดฟแฟร์ Charge d”affaires

ในปัจจุบันนี้ไม่มีอัครราชทูตแล้ว แต่ในสมัยก่อน ประเทศเล็กจะส่งอัครราชทูตไปประเทศใหญ่กว่า เช่น สยามส่งอัครราชทูตไปฝรั่งเศส

เอกอัครราชทูตเป็นผู้แทนประมุขรัฐ ดังนั้น จึงต้องมีพระราชสาส์นตราตั้ง หรือยื่นสาส์นตราตั้ง (credential) เพื่อบอกกล่าวการมาถึงของตน

ส่วนอุปทูตจะมีหนังสือแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศของรัฐหนึ่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศของอีกรัฐหนึ่ง

อุปทูตเป็นเจ้าหน้าที่ในสถานเอกอัครราชทูตที่มีตำแหน่งรองลงมาจากเอกอัครราชทูต หรือเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาการเวลาที่เอกอัครราชทูตไม่อยู่ (ad interim) เช่น ลาป่วยหรือไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นการบอกกล่าวประเทศที่ไปประจำการอยู่ ว่าให้ติดต่อราชการมายังอุปทูต

โดยทั่วไป อุปทูตเป็นนักการทูตที่ยังไม่อาวุโสมากนัก และมีอาวุโสน้อยกว่าเอกอัครราชทูต ดังนั้น ในทางปฏิบัติทางพิธีการทูต (Protocol) หากมีเอกอัครราชทูตเดินเข้าห้องประชุม อุปทูตก็จะต้องให้เอกอัครราชทูตเดินเข้าห้องประชุมก่อน

ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ เป็นการจงใจลดระดับความสำคัญและลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต

เช่นกรณีไทยและกัมพูชาเมื่อหลายเดือนก่อน ไทยเรียกเอกอัครราชทูตกลับจากกรุงพนมเปญ หลังกัมพูชาแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 23 ส.ค.2533 ไทยก็ส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำการเหมือนเดิม

ส่วนอีกกรณีที่เป็นปัญหามายาวนาน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งลดระดับความสัมพันธ์มาตั้งแต่หลังเกิดเหตุการณ์ทำลายความสัมพันธ์ถึง 3 คดี ในช่วงปี 2532-2533

ได้แก่ คดีเพชรซาอุฯ ที่มีต้นตอจากการที่คนงานไทยขโมยเพชรล้ำค่าของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียกลับมาไทย นำไปสู่การฉ้อฉลโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนเพชรที่หายไปไม่ได้ส่งคืนทางการซาอุดีอาระเบีย ในปี 2532

อีกสองคดีได้แก่ การลอบสังหารนักการทูตซาอุดีอาระเบียในไทย ปี 2533 และคดีการหายตัวไปและฆาตกรรมนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ในปี 2533

จากทั้ง 3 คดี ทำให้ซาอุดีอาระเบียลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตโดยส่งอุปทูตมาประจำการ

ส่วนไทยก็ส่งอุปทูตไปประจำการที่กรุงริยาดเช่นกัน

ในทางปฏิบัติ หน้าที่ของอุปทูตเหมือนเอกอัครราชทูตทุกอย่างเพราะเป็นตัวแทนของรัฐ เหมือนตำแหน่งรักษาราชการแทน

การทวงถามความยุติธรรมของซาอุดีอาระเบียต่อการดำเนินคดีที่ค้างคาในไทยทั้ง 3 คดี ก็เป็นการทำหน้าที่ตัวแทนของรัฐบาลราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s