มืดจัง

มืดจัง
โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 16 กันยายน 2553

ตามกันมาติดๆ หลังการปิด “แท่นพิมพ์” ของโรงพิมพ์ที่รับผลิตนิตยสาร “เรด พาว์เวอร์” ด้วยข้อหาผิด พรบ. อาคาร คราวนี้เป็นกระทรวงวัฒนธรรม ที่ประกาศให้นิตยสาร “ฟ้าเดียวกัน” เป็น นิตยสาร “เถื่อน” ด้วย “ออกมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ยอมยื่นจดแจ้งการพิมพ์ ถือว่ามีความผิดตาม พรบ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550”

โดยข่าวใน “มติชนรายวัน” แจ้งว่า นางวิลาวัลย์ ทรัพย์พันแสน ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้แจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาลให้ดำเนินคดี “ทั้งกรณีไม่จดแจ้งการพิมพ์ รวมทั้งให้ตรวจสอบเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงด้วย” ซึ่งในเรื่องนี้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ “รายงาน” ด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว

ทั้งนี้ในข่าวยังปรากฏการกล่าวอ้างถึงคำให้สัมภาษณ์กับ เว็บไซด์ “ประชาไท” ของ นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณานิตยสารฟ้าเดียวกัน ว่า “การแจ้งความดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการขายและการผลิตแต่อย่างใด ที่ผ่านมาร้านหนังสือใหญ่ๆไม่ขายก็ไม่มีผลอะไร เป็นความจงใจที่จะไม่ยื่นจดแจ้งเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับ พรบ.ดังกล่าว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการพิมพ์ ไม่ได้อยู่ที่กฎระเบียบ และคนอ่านเนื้อหาไม่ได้อ่านว่าจดทะเบียนหรือไม่”

นายธนาพล ยังกล่าวด้วยว่า “กรณีนี้เป็นพียงเรื่องการเมือง เนื่องจากยังมีวารสารและสิ่งพิมพ์จำนวนมากที่ไม่จดทะเบียนตาม พรบ. แต่ไม่ถูกดำเนินการใดๆ”

อ่านแล้ว “สะใจ” ดี!!

เพราะวันนี้รัฐบาลได้ “เล่นแร่แปรธาตุ” ใช้ข้อกฎหมายต่างๆ นานัปการเพื่อละเมิดสิทธิเสรีภาพในการพูด คิด ขีด เขียน และพิมพ์ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการบังคับกฎหมายใช้ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะพูดได้ว่า “ทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย” และ “ไม่มีการใช้อำนาจพิเศษ” และ “ไม่มีการเมืองเข้าไปแทรกแซงสื่อ”

เสมือนเป็นการชี้ว่าเขา “ผิด” เพราะ “ทำผิด” กันไปเอง!!

นิตยสารทั้งสองฉบับถูก “เพ่งเล็ง” มานานมากแล้ว โดยเฉพาะ “ฟ้าเดียวกัน” ที่มีจุดยืนในการนำเสนอเรื่องต่างๆอย่างชัดเจน มีหลักฐานอ้างอิง มีลักษณะเป็นวิชาการ ไม่ใช่หนังสือ “การเมือง” ทั่วไป เนื้อหาอาจจะ “ล่อแหลม” ในใจของคนบางคน แต่โดยทั่วไปแล้วต้องถือว่าได้ให้ข้อคิดและมุมมองที่น่าสนใจและสะท้อนความ เป็นจริง อย่างไม่กลัวใคร “แสลงใจ”

สำหรับ “เรด พาว์เวอร์” นั้นเป็นนิตยสาร “การเมือง” อย่างชัดเจน และยืนข้าง “กลุ่มคนเสื้อแดง” ด้วยบทความที่เข้มข้น ไม่ว่าจะก่อนถูกปิดหลังเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม และการจับกุม นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการ และหลังจากที่เปิดใหม่ เมื่อมีการปล่อยตัว นายสมยศ แล้ว ทั้งในเนื้อหายังมีการวิเคราะห์พาดพิงไปถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ หรือเปิดเผยเอกสารทางการในเรื่องต่างๆอยู่เนืองๆ

ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นหลังที่ทำให้ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ “ศอฉ.” ถึงกับต้องประชุมและให้โฆษก “ไก่อู” พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาขู่จนเป็นข่าวไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่รู้เป็นเพราะมีเสียงทักท้วงจากสื่อและสาธารณชนหรือไม่ จึงทำให้ต้องไปควานหา “กฎหมาย” และ “ช่องโหว่” ที่ผู้ประกอบการทำ “ผิด” เพื่อมาดำเนินการตามที่ตั้งใจไว้

ผมว่าก่อนจะ “ปฏิรูป” อะไร ใครช่วยถาม “คำจำกัดความ” ของคำว่า “ประชาธิปไตย” จากคนในรัฐบาลและ ศอฉ. ก่อนได้ไหม เพราะหากสะท้อนออกมาในลักษณะนี้ ผมว่าไม่ใครก็ใครคงต้องกลับไปเรียนหนังสือใหม่ โดยเฉพาะพวกที่ได้เรียน “ปรัชญา-การเมือง-เศรษฐศาสตร์” มาและนั่งบริหารประเทศอยู่ทุกวันนี้

เพราะประชาธิปไตยคือการเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่าง เสรี เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ถกเถียงกันไป หากข้อความนั้นไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ก็ฟ้องร้องดำเนินคดีกันไป ให้กระบวนการยุติธรรมและศาลเป็นผู้ตัดสินข้อเท็จจริง

แน่นอนผู้ถูกวิพากษ์ย่อมไม่พอใจ และทุกรัฐบาลก็จะหาวิธีที่จะเปลี่ยนความเห็นนั้น ด้วยวิธีการต่างๆนานา แต่ส่วนใหญ่ก็จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย และทัศนคติที่ต้องยอมรับถึงเสรีภาพที่ได้รับประกันอันเป็นสิทธิพื้นฐานของคน ไทยทุกคน ในการเมืองยุคใหม่โดยเฉพาะในช่วงหลังเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ ปี 2535” และภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 จึงไม่เคยปรากฏเหตุการณ์อย่างที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้

ยุคนี้ยุค “ฟ้าเดียวกัน” แต่ทำไมฟ้ามัน “มืดจัง”!!


One Comment on “มืดจัง”

  1. Siam Parade says:

    “เราเกิด…บนผืนแผ่นดิน
    เราโต…บนผืนแผ่นดิน
    เราก้าวเดิน…บนผืนแผ่นดิน

    เมื่อเรายืน อยู่บนดิน…เราจึงห่างไกลเหลือเกินกับท้องฟ้า
    เมื่อเรา ยืนอยู่บนดิน…ต้องแหงนคอตั้งบ่า แล้วเราก็รู้ว่า …ฟ้าอยู่ไกล
    เมื่อเราอยู่บนดิน แล้วก้มหน้าลงมา…เราจึงรู้ว่า เรามีค่าเพียงดิน

    คนเสื้อแดง จะบอกดิน บอกฟ้า…ว่าคนอย่างข้าก็มีหัวใจ
    คนเสื้อแดง จะบอกดิน บอกฟ้า …ว่าข้าก็คือคนไทย
    คนเสื้อแดง จะถามดินถามฟ้า…ว่าถ้าไม่มีที่ยืน ที่สมคุณค่า
    จะถามดิน ถามฟ้า…ว่าจะให้ข้าหาที่ยืนเองหรืออย่างไร”

    เป็นคำพูดที่ทรงพลังมากของคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ.. “เสียงจากดินถึงฟ้า”


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s