เขียน “จดหมายถึงฟ้า” ได้อะไร?

เขียน “จดหมายถึงฟ้า” ได้อะไร?
ที่มา : โลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6  ฉบับ 277 วันที่ 18 – 24 กันยายน พ.ศ. 2553 หน้า 12
โดย : วิษณุ บุญมารัตน์

ก่อนจะเข้าบทความ มีคำกล่าวของ ศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หรือลูกเจ๊กที่อาศัยแผ่นดินไทยว่า

“การที่ประชาชนเชื่อในสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้เชื่อ ย่อมสร้างความราบรื่นทางการปกครองในห้วงระยะหนึ่ง ทว่ามิใช่สิ่งที่สังคมจักได้ประโยชน์ ความจริงด้านเดียวมีข้อเสียอย่างยิ่ง เพราะทำให้ประชาชนส่วนมากได้รับข้อมูลที่จำกัด และผู้เสียโอกาสแห่งการเรียนรู้ก็คือผู้ที่เชื่อแต่ในสิ่งที่ผู้มีอำนาจต้อง การให้เชื่อนั่นเอง”

พล.ต.จำลองครับ…คนเสื้อแดงและคนเสื้อเหลืองที่เป็นคนไทยเขาไม่ได้โง่นะ ครับ หยุดทำลายประเทศไทยได้แล้ว

“ฉันเห็นคนบ้าที่เชียงราย” และ “ฉันเห็นคนตายที่ราชประสงค์” น่าจะเป็นประโยคที่หลายคนได้ยินจนคุ้นหูแล้วในระยะนี้

นี่เป็นผลงานหนึ่งของกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดง นำโดย “บ.ก.ลายจุด” นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้พยายามนำการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงให้มีการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับรู้และสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนเสื้อ แดง

กิจกรรมในระยะแรกของกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งแดงแล้วไปช็อปช่วยชาติ หรือแต่งแดงไปตั้งวงรับประทานอาหารร่วมกัน แต่งแดงแล้วไปเต้นแอโรบิก ล้วนเป็นการสื่อให้เห็นว่าคนเสื้อแดงต้องการมีส่วนในการทำประโยชน์ให้กับสังคมเช่นกัน แม้ว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมา สังคมจะมองว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้กระทำก็ตาม

แต่อย่าถามว่าแล้วเหตุใดคนเสื้อแดงจึงไม่กล้าแต่งแดงไปร่วมทำความสะอาดบริเวณแยกราชประสงค์ในวัน Big Cleaning Day เพราะก็คงต้องย้อนถามไปเช่นเดียวกันว่า ถ้าวันนั้นมีคนแต่งแดงไปร่วมทำความสะอาดจริง สังคมจะเปิดใจยอมรับในทันทีได้หรือไม่

เพราะเพียงแค่การจัดกิจกรรมของกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดงเกิดขึ้นภายหลัง เหตุการณ์มานานพอสมควรแล้ว สายตาหลายคนที่มองมายังแสดงความคลางแคลงใจว่าคนเสื้อแดงจะมาไม้ไหนอีก

การรวมพลคนเสื้อแดงในนามกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดงเพื่อแสดงกิจกรรมต่างๆ นั้น นัยหนึ่งคือต้องการให้คนเสื้อแดงได้มีโอกาสรวมตัวพบปะกันแสดงกิจกรรมร่วมกัน บ้าง เป็นการหาทางออกให้กับตัวเองอย่างสร้างสรรค์

เพราะรัฐบาลปิดโอกาสในการแสดงออกไปหมดทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ต่างๆ ด้วยการคงไว้ซึ่งประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่สามารถตีกินเรียบ โดยไม่สนใจเสียงวิพากษ์จากหลายฝ่ายทั้งในและนอกประเทศ และยังสามารถให้ข่าวอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่ารัฐบาลพร้อมปรองดองกับทุกฝ่าย

แต่ข่าวการยิงเอ็ม 79 ไปยังสถานที่ราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาลที่ขอบอกว่าตั้งแต่ปีมะโว้ หรือที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต หรือที่อื่นๆ รัฐบาลยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้จนป่านนี้

เมื่อเทียบกันกับคดีก่อความไม่สงบเล็กน้อยแต่เป็นภัยคุกคามกับชีวิตคน มากกว่า อย่างแก๊งปาหิน เด็กเทคนิคยกพวกตีกัน ยิงกัน จนชาวบ้านต้องบาดเจ็บล้มตาย ตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบยังสามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้อย่างว่องไว คะแนนตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของแต่ละสถานีพุ่งกระฉูด

น่าจะให้ตำรวจท้องที่แต่ละสถานีไปทำคดีสืบหาตัวคนยิงเอ็ม 79 แทน เพราะผู้ที่รับผิดชอบคดีที่รัฐบาลพยายามประโคมข่าวว่าน่ากลัวเหล่านั้นมือ ไม่ถึงเสียแล้ว ทำให้รัฐบาลและศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จำเป็นต้องคงการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯต่อไป

ตัวชี้วัดผลงานในเรื่องนี้ของรัฐบาลและ ศอฉ. น่าจะอยู่ระดับ 0 จึงควรไปเรียนรู้จากตำรวจท้องที่จะดีกว่า

ที่กล่าวมาเป็นการยกตัวอย่าง แสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาลว่ามีมากน้อยเพียงไร จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อมีข่าวว่าจะมีการปรองดองกันระหว่างพรรครัฐบาลคือ พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทย จึงมีเสียงคัดค้านตามมาในภายหลัง

เพราะใครๆก็เห็นแล้วว่ารัฐบาลมิได้ต้องการให้มีการปรองดองอย่างแท้จริง เป็นเพียงการสร้างภาพและซื้อเวลาการทำงานให้นานที่สุดเพื่อที่จะได้อยู่ครบเทอมเท่านั้น

ผู้เขียนซึ่งเป็นคนอีสานเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการปรองดองกับคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นประชาชนและเป็นฐานเสียงกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่สามารถจะเทคะแนนให้ กับผู้ที่จะเป็นรัฐบาลชุดต่อไปได้ รัฐบาลชุดนี้ต้องรีบหาตัวผู้สั่งฆ่าประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกที่เป็นอันดับแรก

ท่านไม่ใช่ญาติพี่น้องผู้ตาย หรือผู้บาดเจ็บ ผู้พิการ ท่านไม่ทราบความรู้สึกของเขาเหล่านั้นหรอกครับว่ามันเสียใจ แค้นใจขนาดไหนที่รัฐบาลผู้มีอำนาจไม่ให้ความสนใจ แถมยังปล่อยข่าวว่าพวกเขาเป็นพวกก่อความไม่สงบโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ให้ข่าวเหมือนพวกท่านเลย

ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยอย่าได้แม้เพียงแต่จะคิดปรองดองกับรัฐบาล หากยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดที่สั่งฆ่าประชาชนคนเสื้อแดงได้ เพราะเขาเหล่านั้นมาชุมนุมด้วยอุดมการณ์ที่พวกท่านสร้างมันขึ้นมา หากดวงวิญญาณของเขาทราบว่าที่เขาอุตส่าห์เสียชีวิตไปกลายเป็นเครื่องมือให้พวกท่านเกี๊ยะเซียะทางการเมือง เขาคงไปอย่างไม่เป็นสุข ญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะเสียใจ และอย่าหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าท่านจะได้รับเลือกเข้ามา คนเสื้อแดงมีสมองพอที่จะคิดได้เหมือนกัน

ส่วนกิจกรรมการ “เขียนจดหมายถึงฟ้า” ของกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดงมีนัยที่แตกต่างจากกิจกรรมในระยะแรก เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้สนใจเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนเสื้อแดงแต่อย่างใด จึงเป็นการระบายออกถึงความอัดอั้นตันใจของเขาเหล่านั้น

การเขียนจดหมายใส่ลูกโป่งแล้วปล่อยขึ้นฟ้าโดยหวังให้เทวดารับรู้ปัญหา ไม่ต่างอะไรกับการยิงบั้งไฟให้พญาแถนได้รับรู้ว่าบนโลกมีแต่ความแห้งแล้ง ขอฝนมาช่วยชาวโลกบ้าง

เป็นเพียงการสร้างขวัญและกำลังใจให้กันและกัน เพราะในความเป็นจริงนั้นทุกคนก็ทราบกันดีว่า ที่สุดแล้วเมื่อหมดก๊าซ ลูกโป่งก็จะตกลงพื้นดินอยู่ดี

ก็ได้แต่หวังว่าลูกโป่งคงจะตกถึงมือผู้มีอำนาจวาสนาในบ้านเมืองให้ได้รับ รู้ปัญหาคนรากหญ้ากันบ้าง

กิจกรรมนี้คนต่างจังหวัดที่ไม่ได้มาร่วมที่กรุงเทพฯน่าจะได้มีส่วนร่วม ปล่อยลูกโป่งที่จังหวัดของตนบ้าง จะได้เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกร่วมกันอีกครั้งของคนเสื้อแดง เพราะการกระทำนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือกระทบกับความมั่นคงใดๆ อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ ศอฉ. จะต้องเป็นกังวล

เพียงแต่คนเสื้อแดงต้องทำใจไว้ก่อนว่า สุดท้ายแล้วฟ้าก็ไม่ได้รับรู้ปัญหาคนรากหญ้าอยู่ดี

ดังนั้น ประชาชนคนเสื้อแดงหรือไพร่ ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะ เพราะในที่สุดประชาชนคนไทยก็ต้องได้รับชนะอย่างแน่นอน



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s