เสื้อแดงไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง

เสื้อแดงไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง
ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 280 วันที่ 8-10 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หน้า 16
คอลัมน์ : ฟังจากปาก
โดย : ถนอมศรี จันทร์ทอง

นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. และผู้สมัครชิง ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคเพื่อไทย บอกรู้ว่าไม่สามารถเอาชนะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ แต่ที่ต้องลงสมัครเพราะต้องการจะบอกข้อเท็จจริงว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่ผู้ก่อ การร้าย ไม่ใช่คนเผาบ้านเผาเมือง แต่เป็นคนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและขจัดความเป็น 2 มาตรฐานด้วยสันติและอหิงสาให้พี่น้องชาวใต้รับรู้

ทำไมลงสมัคร ส.ส.สุราษฎร์ฯ

มีผู้ใหญ่มาทาบทามให้ลงสมัครนานแล้ว ผมเป็นตัวเลือกหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่พอคุณชุมพล กาญจนะ โดนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสิทธิ ทำให้ ส.ส.สุราษฎร์ฯว่าง ผมคิดว่าเหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครก็คงไม่เป็นอะไร แต่เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะลงสมัครผู้ใหญ่ในพรรคบอกว่าต้องส่งผู้สมัคร อย่างน้อยจะได้เป็นการนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ไปบอกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้รับรู้ในการปราศรัยหาเสียง ผมก็เห็นด้วย และเราเป็นเด็ก หากจะไปชนกับนักมวยระดับเฮฟวี่เวทถือว่าสมศักดิ์ศรี

ส่วนเรื่องชนะนั้นแทบจะปิดประตูตั้งแต่รู้ว่านายสุเทพจะลงสมัคร แต่คิดว่าชัยชนะของเราไม่ได้อยู่ที่คะแนนเสียง แต่อยู่ที่ได้ไปชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อน 19 ก.ย. 2549 ว่าเป็นอย่างไรให้พี่น้องในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ การเมืองได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร

เหตุที่เลือกพรรคเพื่อไทยเพราะได้ร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงมาตลอด เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ผมมีโอกาสตามท่านวีระ (มุสิกพงศ์) มานานเกือบ 20 ปี ได้เรียนรู้การทำงานการเมืองจากท่านวีระ เราเห็นว่าท่านต่อสู้เพื่อประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้กับเผด็จการตลอดเวลา มาวันนี้ก็ยึดแนวนี้ ตราบใดที่บ้านเมืองไม่มีความเห็นธรรม ตราบใดที่บ้านเมืองไม่มีประชาธิปไตย ผมจำเป็นต้องสู้ในแนวทางอย่างนี้ตลอดไป

“วิชัยดิษฐ์” เป็นญาติกับ “เทือกสุบรรณ”

แม่ของคุณสุเทพเป็น “วิชัยดิษฐ์” เหมือนกัน ผมเป็นรุ่นเหลน โหลน “วิชัยดิษฐ์” น่าจะนับเครือญาติกันได้ ญาติถ้ามีอุดมการณ์ไม่เหมือนกันก็อยู่คนละพรรคได้ อย่าง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ไม่เห็นมีปัญหา แต่ถ้าเราต้องสู้ในเรื่องกฎเกณฑ์ กติกา ที่เขาวางเอาไว้ก็โอเค

ที่ได้รับเลือกเพราะเป็นเสื้อแดง

ยอมรับว่าผมเป็นเสื้อแดง คนเสื้อแดงมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและเรียกร้องความเป็นธรรม ต้องการสร้างบรรทัดฐาน สร้างกฎเกณฑ์ กติกาในสังคมให้เกิดความเท่าเทียมกัน แม้ว่าผมจะไม่โดดเด่น แต่จากการได้เป็นแกนนำและร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยกับคนเสื้อแดง ทำให้ได้ออกสื่อจึงพอมีคนรู้จักบ้าง ทำให้พรรคเพื่อไทยเลือกผมลงต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้

คาดหวังแค่ไหนกับชัยชนะ

ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เป็นผู้แทนฯถ้าลงแข่งกับคุณสุเทพ แต่อย่างน้อยผมได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวใต้ แม้จะได้มาแค่ 1 เสียง หรือ 2 เสียง ผมก็คิดว่าเป็นชัยชนะของเรา คือชัยชนะของพรรคเพื่อไทยและคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เปิดเผยความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเขาเป็น ประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หรือคนในพรรคนี้ต่อสู้เพื่ออำนาจของตนเอง เราจะคุยกันบนเวทีปราศรัย

ฐานเสียงตอนนี้เป็นอย่างไร

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเขาได้ 200,000 คะแนน เราได้ 20,000 คะแนน ฉะนั้นคะแนนต่างกันไม่ถึง 10% แต่มาเที่ยวนี้ถ้าพี่น้องทางภาคใต้ที่ได้เห็นว่าเราต่อสู้จริง และมีความสามารถจริง เป็นคนจริง เอาไปนำเสนอพี่น้องว่าจะเอามั้ยระหว่างผมกับคุณสุเทพ ซึ่งคนที่เกลียดชังคุณสุเทพมีเยอะ เพราะเขาเห็นว่าคุณสุเทพบางครั้งออกจะกร่าง เขาก็หันมาเลือกผม

การต่อสู้กับการเป็นนักการเมือง

ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อเอาอำนาจมาอย่างเดียว ต้องเอาธรรมะควบคู่ไปกับการเมืองด้วย มันมีส่วนประกอบหลายอย่าง สิ่งต่างๆเหล่านี้ผมว่าผมไม่แพ้คุณสุเทพ เกี่ยวกับจิตใจ ความจริงจังกับพี่น้องประชาชน และความมีธรรมะควบคู่ไปกับการเมือง การดำรงชีวิตผมว่าผมไม่แพ้คุณสุเทพในเรื่องนี้ แต่เรื่องการเมืองเราไม่เถียง เพราะเขาทำการเมืองมานาน มีพื้นฐานทางการเมืองสูง มีคะแนนจัดตั้ง มีมวลชนอยู่ในพื้นที่มากมาย แต่เรายังไม่มี แต่วันนี้หากเปรียบเทียบระหว่างจิตใจผมไม่แพ้

รูปแบบการหาเสียง

ตั้งแต่วันรับสมัครจนถึงวันลงคะแนนเสียงมีเวลาประมาณ 25-26 วัน ถ้าจะเดินเคาะประตูบ้านคงไม่ไหว คิดว่าการตั้งเวทีปราศรัย ไม่ว่าจะเป็นเวทีย่อยหรือเวทีใหญ่ โดยมีคนในพรรคช่วยน่าจะดีกว่า ส่วนนโยบายต้องเอานโยบายของพรรคนำหน้า แต่ทิ้งเสื้อแดงไม่ได้ เพราะเสื้อแดงก็คือนักต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรม พรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดงเดินคู่กันไปได้เลย หรือจะเกี่ยวก้อยจับมือเดินไปด้วยกันก็ได้ เพราะต่างคนต่างต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้น การต่อสู้ครั้งนี้จึงไม่มีปัญหา

ส่วนในภาคใต้มีคนเสื้อเหลืองอยู่มากอาจได้รับการต่อต้านก็ไม่เป็นอะไร ผมถือว่าผมไปเสนอตัวเป็นตัวแทนของท่าน ท่านไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก แต่อย่าถึงขั้นไล่ทุบตีหรือขู่ฆ่ากัน เพราะในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้เป็นอย่างนั้น อย่างการหาเสียงให้คุณก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. แกนนำพรรคก็ลงไปหาเสียงได้ ไม่มีใครไล่ตี ไล่ฆ่า หาเสียง ส.ก.-ส.ข. ทุกคนมีเสื้อหลายสีก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองคนดี เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ แหล่งธรรมะ ผมคิดว่าคนน่าจะมีธรรมะ ไม่น่าจะมาไล่ตี ไล่ฆ่ากัน

หากแพ้ถือว่าเสียหน้าหรือไม่

ถ้าแพ้ก็ไม่เป็นอะไร ถือว่าเป็นการแข่งขันทางการเมือง ถือเป็นเรื่องในระบอบประชาธิปไตยที่เราต้องลงชิงชัย อยู่ที่พี่น้องประชาชนว่าเขาจะเลือกใคร นักการเมืองไม่กลัวเรื่องเสียหน้า แต่จำได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ส่งผู้สมัคร เพราะเขากลัวจะแพ้ นั่นถือเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองควรเสียหน้ามากที่สุด สุดท้ายทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เกิดการรัฐประหาร เกิดความเสียหายจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น การที่ผมลงต่อสู้ในสนามเลือกตั้งถือเป็นการต่อสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ผมขอชื่นชมคุณสุเทพที่จะลาออกจากรองนายกฯ เมื่อคุณมาต่อสู้ทางการเมืองอย่างนี้แล้วคุณควรลาออกจากตำแหน่ง ผมถือว่าคุณสุเทพมีสปิริต

คะแนนที่ผมจะได้หากเกิน 20,000 คะแนน ถือว่าเราชนะแล้ว แต่ถ้าน้อยกว่า 20,000 คะแนน เราต้องกลับมาทบทวนทั้งบทบาทของพรรคเพื่อไทยและบทบาทของคนเสื้อแดงหรือนัก ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย รวมถึงผมด้วยว่าเป็นเพราะอะไร เหตุใดคนถึงไม่เลือกเรา

คนใต้ยังยึดติดกับประชาธิปัตย์

คนใต้ใครจะมาดูถูกเย้ยหยันไม่ได้ เขาถือเรื่องประชาธิปไตยเป็นเรื่องใหญ่ คนใต้เป็นคนมีเหตุผล และติดตามการปราศรัยทางการเมืองตลอด ผมถึงบอกว่าการที่เราเอาข้อเท็จจริงไปบอกเขา เขาอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ทราบว่าจะทำได้แค่ไหน เพราะเวลาในการหาเสียงกระชั้นชิดมาก

การหาเสียงของเราผมจะบอกว่าผมและคนเสื้อแดง ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้เผาบ้านเผาเมือง แต่การใส่เสื้อแดงมาเรียกร้องประชาธิปไตยมีเหตุผล คือการเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร การเมืองมีการเปลี่ยนแปลง มีการจัดตั้งองค์กรอิสระโดยคณะผู้ยึดอำนาจ และหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรม กระบวนการยุติธรรมมี 2 มาตรฐาน หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคนใต้ ผมถามว่าจะยอมหรือไม่ เหมือนกับตอนที่เกิดขึ้นกับคนภาคเหนือและภาคอีสาน เมื่อเราชี้แจงให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาเหล่านั้นก็หันมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพราะเขาได้รู้ว่าความจริงคืออะไร ทำไมพรรคเพื่อไทยจึงต้องมาเป็นฝ่ายค้าน เพราะเราถูกปล้นอำนาจไป สุดท้ายเขาเห็นว่ากฎหมายมี 2 มาตรฐาน และเห็นว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาจึงหันมาสนับสนุนและเชียร์พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมองเห็นเหมือนกับพวกเขา

คนเสื้อแดงทุกภาคมีความเห็นเหมือนกันหมด และลุกขึ้นมาต่อสู้ร่วมกับพวกผม เพราะเขาเห็นว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม วันนี้ก็เหมือนกัน หากพรรคประชาธิปัตย์โดนกระทำอย่างนี้ และคนภาคใต้ก็โดนกระทำอย่างนี้ ไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อสีอะไร ผมจำเป็นต้องออกมาเรียกร้องอย่างที่คนภาคอีสานและภาคเหนือทำ เราตัดสินใจว่าจะเดินในแนวทางประชาธิปไตย ฉะนั้นผมยินดีที่จะต่อสู้ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน พรรคเพื่อไทยก็เหมือนกัน หากวันใดคุณเปลี่ยนใจไปสนับสนุนเผด็จการผมก็ต้องเดินออกมาและอยู่ตรงข้ามกับ คุณ และหลายคนที่เป็นแกนนำ นปช. ไม่ว่าใครก็ตามเป็นอย่างนี้เหมือนกัน

ไม่แยกบทบาทเพื่อไทยและเสื้อแดง

ผมก็เหมือนกับคุณจตุพร พรมพันธุ์ คือหนึ่งเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. ผมก็เหมือนกัน ผมเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยส่งลงสมัครครั้งนี้ และอีกหนึ่งผมเป็นคนที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและใส่เสื้อแดง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลย ยิ่งปฏิเสธยิ่งทำให้พี่น้องเสื้อแดงและคนที่ไม่ใส่ดูถูกเอาว่าเราไม่เป็นคน จริงจัง พอจะหาคะแนนเสียงคุณกลับไม่ยอมรับเสื้อแดง ผมยืนยันได้ว่าเสื้อแดงไม่ใช่คนเลว และเสื้อแดงต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนทุกๆคนในประเทศนี้ด้วย

การเคลื่อนไหวของเสื้อแดง

ที่ผ่านเราสู้ด้วยสันติและอหิงสา ปราศจากอาวุธตลอดมา แนวฮาร์ดคอร์ที่มาร่วมนั้นเราปฏิเสธเรื่อยมา ส่วนแกนนำรุ่นที่ 2 ไม่จำเป็นต้องตั้ง เพราะแกนนำรุ่น 1 ยังอยู่ แม้ว่าจะอยู่ในคุกแต่ก็ได้คุยกันแล้ว บอกว่าแนวทางการต่อสู้ของพี่น้องเสื้อแดงเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เฉพาะแกนนำ คือคนเสื้อแดงเป็นแกนนำได้เองหมด ดูง่ายๆวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา คนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมรำลึก 4 ปีการปฏิวัติรัฐประหารจำนวนร่วมแสนคน โดยที่ไม่มีแกนนำในการปลุกเร้าหรือระดมคนเข้ามาร่วมกัน เพราะเขาเป็นกันเอง และมากันเอง เขาบอกว่าไม่มีแกนนำเขาก็มากันเอง

สิ่งต่างๆเหล่านี้น่ากลัวมากกว่ามีแกนนำด้วยซ้ำ เพราะเวลามีแกนนำขึ้นมาเขาก็เชื่อที่แกนนำบอก หยุดนะ ถอยนะ หรือเดินหน้า พอไม่มีแกนนำมันน่ากลัว ไม่มีใครคอยควบคุม ไม่มีใครคอยชี้นำ แต่มาวันนี้คนเสื้อแดงที่ไหนๆก็ดี เรียบร้อย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นี่คือคนเสื้อแดง สันติวิธี อหิงสา และปราศจากอาวุธเรื่อยมาตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้

รู้สึกอย่างไรกับข้อกล่าวหาล้มเจ้า

คนที่ใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงว่าล้มเจ้า พวกนี้เป็นคนล้มเจ้าเสียเอง เพราะเอาเจ้ามาแอบอ้างแล้วใส่ร้ายผู้อื่น จริงๆแล้วเจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรในการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีการใส่ร้ายอย่างไรคนเสื้อแดงไม่เคยคิดที่จะล้มเจ้า ไม่ว่าคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงเทิดทูนสถาบันมาตลอด และไม่เคยพูดถึงเจ้าแม้แต่นิดเดียว ไม่เคยอ้างเจ้า เราต่อสู้เพื่อให้อภิสิทธิ์คืนอำนาจให้ประชาชน แต่สุดท้ายฝ่ายตรงข้ามไม่รู้จะใช้ข้อหาอะไรมากล่าวหาคนเสื้อแดง ต้องเข้าใจว่าข้อหาการล้มเจ้า ซึ่งเป็นสุดที่รักของประชาชนทุกคนในประเทศนี้ที่จงรักภักดีตลอด ไม่มีใครคิดเปลี่ยนแปลงตรงนี้ มาวันนี้เขาใช้ตรงนี้ใส่ร้ายป้ายสีคนที่เป็นฝ่ายตรงข้าม

ใครเจอข้อหานี้ทุกคนคงรับไม่ได้ ผมเป็นคนหนึ่งที่รับไม่ได้ และคนเสื้อแดงไม่ใช่พวกล้มเจ้า แต่เราเป็นแดงเพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมเท่านั้นเอง คนเสื้อแดงเรียกร้องรัฐบาลให้รับผิดชอบกับคนเสียชีวิต แต่ก็มีการเรียกร้องให้แกนนำ นปช. ออกมารับผิดชอบเช่นกัน คือพวกผมตั้งกองทุนแล้วนะ ตอนนี้มีศูนย์เยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติพี่น้องที่เสียชีวิต ซึ่งรัฐบาลไม่เคยเหลียวแล วันนี้รัฐบาลมีงบประมาณเพื่อเยียวยาอาคารบ้านเรือนที่เสียหาย แต่ผู้เสียชีวิตกลับไม่สนใจไยดี ดังนั้น คนที่บาดเจ็บล้มตายต้องเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับศูนย์ นปช.แดงทั้งแผ่นดินตอนนี้มีงบประมาณประมาณ 1.5 ล้านเศษๆ ได้จากการเล่นคอนเสิร์ต และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อดูแลตรงนี้ ผมคิดว่าการเสียชีวิต บาดเจ็บล้มตายของคนเสื้อแดงและประชาชนที่ถูกลูกหลงนั้นต้องโทษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คนเดียวเลย เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย จะอยู่กันสักเดือนหรืออยู่กันหลายๆเดือนก็ไม่มีปัญหา แต่พอมีการขอพื้นที่คืน การกระชับพื้นที่ กลับมีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก หากไม่มีการขอพื้นที่คืนและกระชับพื้นที่ ไม่มีกำลังทหารเข้ามา เอาปืนมาสลายการชุมนุม ก็ไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย เพราะฉะนั้นหัวหน้ารัฐบาลคือนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้

คนเสื้อแดงถูกกันให้อยู่ตรงข้ามกับคนไทย

ถ้าเขามองอย่างนี้เราคิดว่าเขาไม่ใช่คนไทยเหมือนกัน เพราะนายอภิสิทธิ์ก็มาจากเวียดนาม (หัวเราะ) แต่เราเรียกร้องประชาธิปไตย เราไม่คิดว่าเขาเป็นคนชาติอื่น คิดว่าเป็นคนชาติไทยถึงไปเรียกร้อง คิดว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งและไปคุยกับมนุษย์ นอกจากเขาไม่ใช่มนุษย์ถึงคุยกันไม่รู้เรื่อง นายอภิสิทธิ์เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่มนุษย์ บางคนเรียกว่าเป็นปิศาจถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง คนไปเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แต่คุณกลับสั่งทหารจะให้ฆ่าหรือไม่ก็ไม่รู้ นั่นอยู่ที่กรรมการสอบข้อเท็จจริงฯจะพิสูจน์ออกมา

การที่จะมาบอกว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่คนไทย แล้วคุณจะเอาคนเสื้อแดงไปไว้ที่ไหน คนเสื้อแดงก็คือคนประชาชนคนในชาติ ถ้าหากชาตินี้ไม่มีประชาชนก็เป็นชาติไม่ได้ เพราะฉะนั้นในแต่ละชนชั้น ในแต่ละชาติ จะเชียร์พรรคไหนมันเป็นสิทธิของคนในชาติ ดังนั้น ใครจะพยายามผลักดันเราอย่างไร เราก็คือคนไทยที่รักประชาธิปไตย ต้องการนำพาประเทศไทยไปสู่แนวทางสันติวิธีในแนวทางสมานฉันท์ และเป็นประเทศอารยะที่มีประชาธิปไตยเท่านั้น



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s