จดหมาย “ผี” บอก ที่นี่มีคนตาย!

จดหมาย “ผี” บอก ที่นี่มีคนตาย!
ที่มา : Tewarit Bus Maneechay

ณ ที่แห่งนี้มีคนตาย เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 เป็นการ สั่งสมของความกดดันของการเมืองไทยที่อยู่ใต้ ระบบเผด็จการ มาเป็นเวลายาวนาน มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่แล้วฉีกทิ้งทำลาย สิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึงมีพึงได้ถูกปฏิเสธและเหยียบย่ำ อำนาจการเมืองการปกครองก็ตกอยู่ในมือของคณาธิปไตยเพียงไม่กี่คน ทั้งนี้โดยอาศัยกลไกของรัฐ ข้าราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือนเป็นเครื่องมือ  ในขณะที่การเติบโตขึ้นของเครือข่ายนักศึกษาปัญญาชนและผู้ที่ไม่พอใจในระบอบ เผด็จการทหาร จนมีการรณรงค์ “เรียกร้องรัฐธรรมนูญ” ซึ่งตามมาด้วยการจับกุม “13 กบฏ” การหลอมรวมพลังทางการเมืองครั้งสำคัญของสังคมไทยจึงเกิดขึ้น ระเบิดเป็นเหตุการณ์ “14 ตุลา 16” ซึ่งในวันดังกล่าวฝ่ายที่ต้องการกุมอำนาจตอบโต้โดยทหารและตำรวจออกปราบฝูงชน โดยใช้ทั้งอาวุธปืน รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ มีการต่อสู้ปะทะกันตลอดสายถนนราชดำเนินตั้งแต่ผ่านฟ้าถึงสนามหลวง[1]  ซึ่งปิดฉากลงด้วยจำนวนผู้เสียชีวิต 77 คน บาดเจ็บ 857 คน ผลคือ เผด็จการทหารอย่างจอมพลถนอม จอมพลประภาส และ พ.อ.ณรงค์ ต้องเดินทางออกนอกประเทศ

ณ ที่แห่งนี้มีคนตาย เหตุการณ์ 10 เมษายน 53 เป็นการ สั่งสมของความกดดันของการเมืองไทยที่อยู่ใต้ ระบบเผด็จการ ตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ทำการยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากระบอบรัฐสภา  มีการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง  สิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึงมีพึงได้ถูกปฏิเสธและเหยียบย่ำ อำนาจการเมืองการปกครองก็ตกอยู่ในมือของคณาธิปไตย(อำมาตยาธิปไตย)เพียงไม่ กี่คน  แม้จะมีการเลือกตั้งแต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ถูกแทรกแซงจากอำนาจนอก ระบบ  จนต้องถูกยุบส่งผลให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากกระบวนการฉันทามติ(การเลือก ตั้ง)ในแรกเริ่มได้ครองอำนาจ  ทำให้ผู้ที่ไม่พอใจในระบอบที่เกิดจากการแทรกแซงของอำนาจนอกระบบดังกล่าว จนมีการรณรงค์ “เรียกร้องให้มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่” มีการชุมนุมหลายครั้งของประชาชนผู้ไม่พอใจดังกล่าว

จนกระทั้งมาถึงเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ซึ่งในวันดังกล่าวฝ่ายที่ต้องการกุมอำนาจได้ปราบฝูงชนโดยใช้ทั้งอาวุธปืน รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ ภายใต้วาทกรรม “ขอพื้นที่คืน” มีการปะทะกันตลอดสายถนนราชดำเนินตั้งแต่บ่ายของวันดังกล่าว จนกระทั้ง 18.00 น. ซึ่งถือเป็นเวลาค่ำทหารยังไม่หยุดปฏิบัติการได้เคลื่อนพลมาที่แยกคอกวัว บนเส้นทางถนนตะนาวและบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันในเวลาต่อมา  ซึ่งปิดฉากลงด้วยผู้เสียชีวิต 25 คน ผู้บาดเจ็บ 865 คน

ผลคือ รัฐบาล(ที่อ้างมาจากประชาชน)ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป โดยไม่เรียนรู้บทเรียนจากการปราบปรามประชาชน เพียงแค่เปลี่ยนจาก “ข้อคืนพื้นที่” เป็น “กระชับวงล้อม” แล้ว เปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการเคลื่อนที่เข้าไปในลักษณะเหมือนในสนามรบ ซึ่งต้องยอมรับว่าการจัดกำลังเข้าดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเหมือนกับการควบคุมฝูงชน[2] จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 91 และบาดเจ็บกว่า 2,000 คน และแน่นอนยังมีตัวแทนมากล่าว “กล่าวสดุดีวีรชนประชาธิปไตย” ในวันนี้(14 ตุลา)

ข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องรอการพิสูจย์คือ วันที่ 10 เมษายน 2553 มี การพยายามสลายการชุมนุมบริเวณนี้ของฝ่ายรัฐภายใต้การกุมอำนาจ บริหารของรัฐบาลชุดนี้  จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากทั้งฝั่งผู้ชุมนุมและเจ้า หน้าที่รัฐเอง “จริง”  ดังนั้น

  1. ข้อเท็จจริงนี้เพียงพอแล้วที่รัฐบาลที่อ้างมาจากประชาชนจะแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกหรือยุบสภาทันที  เมื่อเทียบกับมาตรฐาน ที่เผด็จการทหารอย่างจอมพลถนอม จอมพลประภาส และ พ.อ.ณรงค์ ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ทันที่โดยไม่ต้องรอการพิสูจย์อะไร
  2. แม้รัฐบาลชุดนี้จะมาตรฐานต่ำกว่าเผด็จการทหารอย่างจอมพลถนอม จอมพลประภาส และ พ.อ.ณรงค์ ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ก็ควรมี “ความละอายใจ” บ้าง ที่จะมา “กล่าวสดุดีวีรชนประชาธิปไตย”
  3. องค์กรต่างๆที่มา “กล่าวสดุดีวีรชนประชาธิปไตย” ในวันนี้ก็ต้องประณามรัฐบาลที่มี มาตรฐานต่ำกว่าเผด็จการทหาร ที่ทำการปราบปรามวีรชนประชาธิปไตยที่คุณมากล่าวสดุดี  ต่อให้รักปานจะกลืนอย่างไรก็ต้องประณาม  ไม่เช่นนั่นมาตรฐานนี้จะติดตัวต่อไป  และแน่นอนคุณไม่มีหลักประกันเลยว่ารัฐบาลต่อไปจะเป็นรัฐบาลที่คุณรักหรือไม่ หรือคุณจะไม่ประท้วงรัฐบาลต่อจากนี้เลย

ปล่อยให้รัฐบาลที่มาตรฐานต่ำกว่าเผด็จการทหารอย่างจอมพลถนอม จอมพลประภาส และ พ.อ.ณรงค์ ลอยนวล จะมาสดุดีวีรชนประชาธิปไตยกับ “ผี” อะไร?




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s