“ลับ-ลวง-พราง” คดียุบปชป.

‘ลับ-ลวง-พราง’ คดียุบปชป.
ที่มา : ข่าวสดรายวัน 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หน้า 3
รายงานพิเศษ

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีใช้จ่าย เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ใกล้เข้าสู่จุดไคลแมกซ์แล้ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดสืบพยานฝ่ายผู้ถูกร้องนัดสุดท้ายในวันที่ 18 ต.ค. คาดว่าจะฟังคำตัดสินคดีได้ภายในเดือนพ.ย.นี้

คดีดังกล่าวแม้แต่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เองยังหนักใจ เพราะเป็นข้อหาที่มีโทษถึงขั้นให้ยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร จึงระดมทีมกฎหมายฝีมือดีมาสู้คดี พยายามรวบรวมพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาให้ได้มากที่สุด

ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ติดตามการพิจารณาคดีมาตั้งแต่ต้น ได้ตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางการต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

แนวทางในการต่อสู้คดี ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าพนักงานสืบสวนสอบสวนอัยการ ผู้พิพากษาและทนายความ ซึ่งมีประสบการณ์มากๆ จะคาดคะเนหรือมีสมมติฐานว่า ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่ โดยดูจากการต่อสู้คดีของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลย

ถ้ากระทำความผิดจริง จะต่อสู้คดีด้วยการหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในเนื้อหาคดี หรือไม่หาพยานหลักฐานหักล้างข้อกล่าวหา แต่จะต่อสู้โดยมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่หรือพยาน

และใช้เทคนิคเงื่อนไขของกฎหมาย ระเบียบ ว่าเจ้าหน้าที่กระทำไม่ชอบ หรือใส่ความว่าเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการมีอคติเพราะลำเอียง เนื่องจาก ชอบกัน หรือเพราะโกรธ เกลียดกัน หรือเพราะความกลัว หรือเพราะโง่ไม่รู้จริง

คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ได้งวดเข้ามา จะสืบพยานฝ่ายผู้ถูกร้องนัดสุดท้ายวันที่ 18 ต.ค. 53 มีพยานคนสำคัญทั้งสิ้น 4 ปาก คือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.กทม. อดีตรองหัวหน้าพรรค และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย

จึงขอสรุปภาพรวมของการดำเนินคดีและการต่อสู้คดี ดังนี้

ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์สู้ในขณะนี้ คือ

1. ทำลายความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายผู้ร้องแต่ละคน โดยใช้เหตุผลคือ

– พยานบุคคลแต่ละคนมีอคติ ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ

– พนักงานสอบสวนปั้นพยานเท็จ

– พยานบางคนมีความสัมพันธ์กับกลุ่ม นปช.

– ตัวพยานเองเป็นผู้กระทำผิด จงใจหลบเลี่ยงภาษี

2. พยายามชี้ให้ศาลเห็นว่า การดำเนินการเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เพื่อศาลยกคำร้องโดยอาศัยข้อกฎหมาย)

– การเสนอยุบพรรคเป็นอำนาจนายทะเบียน นายทะเบียนเห็นไม่ยุบตั้งแต่เดือนธ.ค.แล้ว

– เมื่อนายทะเบียนเห็นควรไม่ยุบแล้ว ไม่ต้องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

– การดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ชอบด้วยกฎหมายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ

3. เป็นการดำเนินการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคที่ได้รับมอบหมาย ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการบริหาร

4. การใช้จ่ายเงิน 29 ล้าน เป็นการดำเนินการบางส่วนไปก่อนที่จะได้เงิน แต่การจ่ายเงิน จ่ายหลังจากที่ได้รับเงินอนุมัติออกมาแล้ว และโครงการต่างๆ ก็ได้เสนอขอเปลี่ยนแปลงและได้รับอนุมัติมาแล้ว

5. การใช้จ่ายเงินกองทุน หากไม่ถูกต้องก็แค่คืนเงินตามข้อบังคับ กกต. ไม่มีโทษถึงยุบพรรค

6. คณะกรรมการบริหาร ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องการใช้จ่ายเงินทั้งหมดในครั้งนี้

ประเด็น ที่พรรคประชาธิปัตย์แก้ข้อกล่าวหาไม่ได้ คือ

1. ข้อเท็จจริงของเรื่องทั้งหมด คือ เงินที่น.ส.วาศินี ทองเจือ ตัวแทนบริษัทเม็คเนทชายส์ (บริษัทรับทำป้ายโฆษณาหาเสียง) และบริษัท เมซไซอะ บิซิเนสแอนด์ครีเอชั่น จำกัด ใช้จ่ายก่อนได้รับเงินจากพรรคประชาธิปัตย์หลายสิบล้านบาท

พรรคประชาธิปัตย์จ่ายเงินสดล่วงหน้าให้ก่อน โดยเอาเงินจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ไปจ่ายให้ และเมื่อได้รับเงินกองทุนจากกกต.แล้ว จึงทำรูปแบบบัญชีใช้จ่ายออกไป แล้วทุจริตเบิกกลับคืนมายังพรรคในลักษณะนิติกรรมอำพราง

2. หากกรณีเป็นความผิดของนายทะเบียน กกต.ทั้งคณะต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่ได้ส่งให้ประธาน กกต. หรือ กกต.

แต่นายทะเบียนพรรคการเมือง กลับบรรจุเรื่องเข้าที่ประชุม กกต. เพื่อพิจารณาและเสนอขอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวน ทั้งที่นายทะเบียนมีอำนาจตั้งอนุกรรมการสืบสวนได้อยู่แล้ว

ดังนั้น นายทะเบียนและกกต.จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ หากศาลพิจารณายกคำร้องโดยข้อกฎหมาย

3. ประเด็นเรื่องเงิน 29 ล้าน ไม่ใช่อยู่ที่การได้รับอนุมัติหรือไม่อนุมัติ แต่อยู่ที่ ได้รับเงินไปแล้วไม่ไปดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติ

คือ ขอทำป้ายฟิวเจอร์บอร์ด 1.3×2.4 เมตร จำนวน 175,115 ป้าย ราคาป้ายละ 217 บาท แต่ไปทำจริงแค่ 130,000 กว่าป้าย ขนาดแทนที่จะทำ 1.3 เมตร ก็ไปทำ 1.2 เมตร (ว่ากันตามเอกสารที่ บ.เมซไซอะฯ ออกให้พรรคประชาธิปัตย์)

เงินกองทุนนี้จะเอาไปทำรายการอื่นนอกจากที่ได้รับอนุมัติไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับไปเอาใบเสร็จรับเงินค่าทำป้ายขนาด 60 ซ.ม. ใบเสร็จทำธงพรรค ใบเสร็จค่าตกแต่งเวทีหาเสียง มาเป็นค่าใช้จ่ายในรายการนี้

ซึ่งตรงนี้ต่างหากที่ไม่ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลง ความผิดจึงอยู่ที่ตรงนี้

4. ในเรื่องการทุจริตใช้เงินสนับสนุน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ และแจ้งรายการต่อ กกต.ไม่ถูกต้อง (เป็นเท็จ) ที่มีประจักษ์พยาน

เช่น นายประจวบ สังข์ขาว (กรรมการบริษัทเมซไซอะฯ) กับพวกยืนยัน และปรากฏหลักฐานทางบัญชีการเงินที่นายประจวบกับพวกให้การว่า พรรคประชาธิปัตย์เชิดให้รับเงินแทนพรรคจากทีพีไอ แล้วได้ทุจริตถอนเงินมอบให้กรรมการบริหารพรรคในขณะนั้น โดยมอบเงินผ่านคนใกล้ชิด บางส่วนไปจ่ายเป็นค่าทำป้ายหาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์

แต่เนื่องจากเงินรับบริจาคโดยปกปิดหรือผิดกฎหมายพรรคการเมือง จึงไม่ได้ลงบัญชี

ส่วนเงิน 29 ล้านบาท ไม่ได้ไปใช้จ่ายทำป้ายจริง (จ่ายเพียงบางส่วน) เพราะพรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินบริจาค 258 ล้านจ่ายไปก่อนแล้ว แต่นำหลักฐานแสดงว่ามาจากเงิน 29 ล้านบาท

5. ตามกฎหมายพ.ร.บ.พรรคการเมือง กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงินของ พรรค เพราะฉะนั้นพรรคจะมอบหมายใครก็เป็นเรื่องภายใน

แต่ความรับผิดชอบตามกฎหมายมอบไม่ได้ ยังต้องคงอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค

6. การจ่ายเงินกองทุนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับอนุมัติตามแผนงานโครงการ 29 ล้านนั้น หากไม่ถูกต้องก็แค่คืนเงินตามข้อบังคับ กกต. ไม่มีโทษยุบพรรค

พรรคประชาธิปัตย์อ้างไม่ถูกต้อง เพราะการกระทำของพรรคเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.พรรคการเมืองทั้งพ.ศ.2541 และพ.ศ.2550 และผิดประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ เพราะพรรคการเมืองจะคืนเงินสนับสนุนเมื่อสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองหรือถูกยุบพรรคเท่านั้น

การคืนเงินตามที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างนั้น เป็นกรณีทำตามแผนงานโครงการครบแล้วเงินเหลือ เป็นคนละกรณีกับคดีนี้ จะคืนเงินได้ต่อเมื่อศาลสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ก่อนเท่านั้น




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s