ปรองดองหลายแนวทาง

ปรองดองหลายแนวทาง
ที่มา : โลกวันนี้รายวัน 15 ตุลาคม 2010
โดย : ด๊อกเตอร์ทอง

การเดินหน้าปรองดองของ เสธ.หนั่นดูเหมือนรัฐบาลเองจะนิ่งนอนใจและมองว่า เสธ.หนั่นในฐานะประธานปรองดองภาค “พิเศษ” คงทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ คนจำนวนมากในพรรคเองและผู้เกี่ยวข้องต่างมองเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงอีก หนึ่งความพยายามที่คงเหมือนความพยายามที่ผ่านๆมาของหลายๆฝ่าย

เพราะมีความพยายามสร้างการปรองดองกันมากมายหลายทิศทาง แต่ความสำเร็จของการปรองดองมีความซับซ้อนที่มี “เดิมพัน” สูง ยิ่งใครสามารถสร้างความปรองดองได้สำเร็จก็น่าจะมีสิทธิคว้ารางวัลโนเบลได้ ไม่แพ้หลิว เซียวโบ้ นักกิจกรรมการเมืองของจีนคนล่าสุด

แต่จะไปห้ามหรือไปคัดค้านความพยายามของแต่ละฝ่ายคงไม่เหมาะสม ต้องปล่อยให้การดำเนินความพยายามปรองดองเป็นไปอย่างเข้มข้น และคอยดูผลที่จะตามมาว่าจะประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังหรือไม่ เพราะดูเหมือนในท่ามกลางความปรองดองที่มีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทางคนของรัฐเอง ในหลายหน่วยงานเองก็พยายามตอกย้ำรอยแยกระหว่างฝักฝ่ายให้ปริแยกออกไปอย่าง ยากต่อการประสานรอยร้าวได้อีก

การออกหมายจับ การไล่ล่า และการออกมากล่าวหากันไปมาผ่าน “สื่อ” ไม่แพ้กับกรณีข่าวคาวของดารานักแสดงที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาใจของคนทั้ง ประเทศในเวลานี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ชัดว่าความสำเร็จของการปรองดองเป็นเรื่องที่พูดกันได้ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าการช่วยเหลือคน งานเหมือง 33 คนที่เพิ่งช่วยให้พ้นออกจากเหมืองที่ถล่มมากว่าสองเดือนได้

กระบวนการดำเนินคดีที่ยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่มีทีท่าว่าจะจับกุมผู้บงการได้ รวมทั้งมีแต่ข่าวในทางลบของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นข่าวจริงหรือเป็นเพียง “ข่าวลือ” แต่ก็เท่ากับเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

เมื่อกระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถาม ปัญหาที่ตามมาคือความคิดเห็นใดๆที่แม้จะเป็นความประสงค์ดีและความตั้งใจจริง ในการเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ จึงถูกตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับโอกาสและความสำเร็จที่ดูเหมือนมีแต่จะบาน ปลาย มีค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรไปอย่างสิ้นเปลือง แต่ความคืบหน้าและผลสุดท้ายดูเหมือนจะไม่คุ้มค่าคุ้มการลงทุนลงแรงที่ทุ่มเท กันลงไป

แนวโน้มที่เป็นไปได้ในขณะนี้คือจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบสุขโดยไม่จำ เป็นต้องมีการวางเงื่อนไขใดๆเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องมีการ “นิรโทษกรรม” เพราะนั่นก็ไม่ใช่ความต้องการของฝ่ายที่ถูกกล่าวหาของแต่ละฝ่ายที่ต่างก็ยืน ยันในจุดยืนนี้มาตลอด

สิ่งที่ทุกฝ่ายดูเหมือนจะเห็นตรงกันและต้องการมากที่สุดคือ ความที่สุดของคดีความที่มีอยู่มากมาย ทั้งความผิดต่อส่วนตัว ต่อสาธารณะ และต่อสังคมส่วนรวมที่คงต้องดำเนินการให้เห็นผล ชี้ถูกชี้ผิดได้จริง คงหมดเวลาในการประนีประนอมหรือการทำงานกันแบบขอไปที หรือเพียงเพื่อซื้อเวลาให้เรื่องยืดยาวออกไปเหมือนละครหลังข่าวของหลายช่อง ทีวี.ในวันนี้ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือความปรองดองอย่างยั่งยืนถาวร ปราศจากนัยทางการเมืองหรือวาระแอบแฝงใดๆที่ฝากมากับการปรองดอง



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s