จับสัญญาณชีพจร”เสื้อแดง” ยังไม่ตาย!ญี่ปุ่นจี้คดี “นักข่าว””รัฐบาลมาร์ค” ตายก่อน?

จับสัญญาณชีพจร”เสื้อแดง” ยังไม่ตาย!ญี่ปุ่นจี้คดี “นักข่าว””รัฐบาลมาร์ค” ตายก่อน?
ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

“มีสมาชิกเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศมาร่วมงานจำนวนมากเป็นหมื่นๆ คน จนสนามกีฬาเปลี่ยนเป็นสีแดง คาดว่ามากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา”

“เหมือนเป็นการเช็กชื่อว่าคนเสื้อแดงยังอยู่ครบ และไม่ได้ออกมารุกไล่รัฐบาล แค่ออกมาแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นว่า ยังมีคนอีกหลายหมื่นหลายล้านคน ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้”

คือบทสรุปของนายสมบัติ บุญงามอนงค์บ.ก.ลายจุด และ “แกนนอน” กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ที่ร่วมกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จัดกิจกรรม “17 ตุลา ตาสว่างกว่าเดิม” และ”37 ปี 14 ตุลา 2516″ ผ่านรูปแบบการจัดขบวนแรลลี่คนเสื้อแดง จุดรวมพลสนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันอาทิตย์ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

แต่ที่น่าหวาดหวั่นสำหรับรัฐบาลชุดนี้ก็ คือ”ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าคนเสื้อแดงยังไม่ตาย ยังขานรับกันได้ดีเมื่อมีการจัดงานเกิดขึ้น”ปฏิทินคนเสื้อแดงระบุ วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม จะไปจัดกิจกรรมที่ จ.ร้อยเอ็ด และวันที่ 26 ตุลาคม จะส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึง นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งเดินทางมาเยือนไทยพร้อมกับมอบหลักฐานประจานเหตุการณ์ความตาย 91 ศพ เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม

ภายใต้การเคลื่อนไหวในเชิง “สัญลักษณ์”ไม่ว่าแสดงออกโดยกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง หรือกลุ่ม 24 มิถุนาฯ จากจำนวนผู้เข้าร่วมไม่กี่ร้อยคนในระยะแรก เป็นนับพันนับหมื่นคนในระยะหลัง

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นคือไม่เพียงคนเสื้อแดงยังไม่ตาย แต่ยังเพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นการเพิ่มด้าน “ปริมาณ” ที่ยังคงไว้ซึ่ง”เนื้อหา” สำคัญคือการทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต 91 ศพ

คำถามคือรัฐบาลจะรับมือกับปรากฏการณ์”เสื้อแดงยังไม่ตาย” นี้อย่างไร การส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดทุกครั้งที่มีการเคลื่อนขบวนก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้แค่พอเป็นพิธี การปล่อยข่าวสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ว่าอาจมี “มือที่สาม” ฉวยโอกาสก่อความรุนแรงระหว่างการชุมนุม ก็ไม่ได้ผลหนำซ้ำเจ้าหน้าที่รัฐยังถูกมองว่าเตรียมสร้างสถานการณ์เสียเอง หรือการอ้างข้อกฎหมายความมั่นคง เข้าเล่นงานคนขายรองเท้าแตะสกรีนลายใบหน้า”อภิสิทธิ์-สุเทพ” ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมและรัฐบาลดูหน่อมแน้ม ทั้งยังทำสินค้าที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงนี้ เป็นที่ต้องการของตลาดคนเสื้อแดงมากขึ้น

รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างที่จะสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง แต่สิ่งที่รัฐบาลทำลงไปแต่ละอย่างเหมือนเป็นการยั่วยุให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมมากขึ้น

ส่วนสิ่งที่จะช่วยลดดีกรีความร้อนแรงของคนเสื้อลงได้คือการสอบสวนหาความจริงว่าใครคือคนฆ่า 91 ศพ รัฐบาลกลับไม่ทำ ความอืดอาดล่าช้าของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในการคลี่คลายคดี 91 ศพซึ่งสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัดกับการดำเนินคดีคนเสื้อแดงในข้อหาก่อการร้าย ยังเป็นเหมือนแว่นขยายช่วยให้สังคมมองเห็นความเป็น “สองมาตรฐาน” ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นแรงเหวี่ยงกลับไปยังรัฐบาล

ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถให้ความกระจ่างเรื่อง 91 ศพนี้ได้ การชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกวันอาทิตย์ หรือในวาระสำคัญๆเดือนพฤษภาฯ หรือเดือนตุลาฯ จะยังมีอยู่ต่อไปหรือต่อให้รัฐบาลชุดนี้หลุดพ้นจากอำนาจไปจะด้วยอุบัติเหตุ หรืออะไรก็ตาม คนเสื้อแดงก็จะไม่หยุด เพราะเป้าหมายของคนเสื้อแดงตอนนี้ได้ทะลุกรอบการโค่นล้มรัฐบาล ไปเป็นเรื่องการล่าตัวผู้บงการสังหารหมู่ 91 ศพแล้ว

พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี คณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงสถานะของดีเอสไอในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา

“ดีเอสไอทำเหมือนเกรงใจรัฐบาลที่เป็นคนสั่งการเรื่องนี้ หรือรู้สึกเกรงใจทหาร เพราะอธิบดี (นายธาริต เพ็งดิษฐ์) ก็เป็นกรรมการอยู่ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ที่มีทหารอยู่ในนั้นด้วย”

“จึงมีข้อสงสัยว่าดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมอย่างไร เชื่อถือได้หรือไม่ ผ่านมากี่เดือนแล้วยังไม่รู้ว่าใครยิง ช่างภาพสื่อมวลชนรู้หมดแต่ดีเอสไอไม่รู้ ถ้าเป็นอย่างนี้คงไม่มีทางรู้ความจริง”

การที่รัฐบาลพยายามใช้ ดีเอสไอเป็นเครื่องมือในการปกปิดความจริงเกี่ยวกับความตาย 91 ศพ นอกจากเป็นแรงกระตุ้นให้คนเสื้อแดงออกมารวมตัวเคลื่อนไหวอย่างชอบธรรมแล้ว

ล่าสุด เรื่องดังกล่าวยังมีสัญญาณว่าลุกลามบานปลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศเหมือนคดีเพชรซาอุฯ สืบเนื่องจาก นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุปะทะระหว่างทหารกับคนเสื้อแดง บริเวณแยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน

เหตุการณ์ผ่านไปกว่า 6 เดือน รัฐบาลไทยโดยดีเอสไอยังไม่มีคำตอบให้กับทางการญี่ปุ่นได้ว่า “ใครเป็นคนฆ่า”

แรงกดดันของรัฐบาลญี่ปุ่นต่อรัฐบาลไทยกรณีการเสียชีวิตของนายมูราโมโตะมีมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เมื่อ 23 สิงหาคม นายคัตซึยะโอกาดะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาวางช่อดอกไม้ ไว้อาลัยนายมูราโมโตะจุดที่ถูกยิงเสียชีวิต บนทางเท้าหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายโนบุเอกิอิโตะ อัครราชทูตฝ่ายการเมืองญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย นายจุน มารุยาม่า เลขานุการเอกและผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ และ นายซึคาสะ โอโมริ เลขานุการโท รับเชิญจากคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา เข้าชี้แจงและร่วมรับฟังการพิจารณา กรณีการเสียชีวิตของนายมูราโมโตะ ที่รัฐสภา

นายอิโตะสอบถามความคืบหน้าคดีจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ว่านายมูราโมโตะเสียชีวิตจากสาเหตุใด และใครเป็นคนฆ่า เนื่องจากนายกฯ ญี่ปุ่นและรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจคดีนี้ เหมือนเช่นเหตุการณ์นักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิตในพม่า เมื่อ 3 ปีก่อนและทางการพม่าชี้แจงว่า ไม่พบคนฆ่า

อย่างไรก็ตาม คำตอบที่เจ้าหน้าที่ทูตญี่ปุ่นได้รับจากดีเอสไอ คือพยานหลักฐานต่างๆ ไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่าเมื่อหลังเกิดเหตุการณ 6 เดือนที่แล้ว

“เราต้องทำหน้าที่แทนภรรยาและลูกอีก 2 คนของนายมูราโมโตะ ตอนเกิดเหตุใหม่ๆภรรยาเขาถึงขนาดประกาศว่าจะไม่มาประเทศไทยอีก”

“แต่เหตุการณ์ผ่านไปครึ่งปีแล้ว จิตใจของเขาสงบลง และยืนยันว่าจะเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้ง ในวันที่ 10 เม.ย. 2554 ในวันครบรอบ 1 ปี ที่สามีเธอเสียชีวิต”

“จึงหวังว่าเมื่อถึงตอนนั้นทางการไทยจะสามารถจับกุมและลงโทษผู้กระทำผิดได้”

เป็นการฝากความหวังและยื่นคำขาดไปในตัว

เกี่ยวกับท่าทีดังกล่าวของทางการญี่ปุ่นพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า กล่าวฝากไปถึงอธิบดีดีเอสไอว่า การเดินทางมาเคารพศพของรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น จุดที่นายมูราโมโตะเสียชีวิต ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตมาร่วมประชุมกับวุฒิสภา ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นโดยพิธีทางการทูตเขาจะไม่ทำกัน

เรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงของชาติจะใช้อคติทำงานไม่ได้

ล่าสุด องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (อาร์เอสเอฟ) ในฝรั่งเศส เปิดเผยผลจัดอันดับเสรีภาพสื่อ 178 ประเทศ ประเด็นคือหลังจากมีนักข่าวญี่ปุ่นและอิตาลี2 รายเสียชีวิต และนักข่าวอีก 15 คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้การจัดอันดับครั้งนี้ประเทศไทยตกลงมาถึง 23 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 153

คนเสื้อแดงยังไม่ตาย แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ตายไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้ตัวเองเท่านั้น



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s