มันมากับน้ำท่วมคือปัญหาของระบบราชการไทย

มันมากับน้ำท่วมคือปัญหาของระบบราชการไทย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ 2 พฤศจิกายน 2010
โดย คุ้มฟ้า มานมาลี

ปัญหาของอุทกภัยในครั้งนี้ถือว่าเป็นไป อย่างกว้างขวางเกือบครึ่งประเทศไทย เราคงไม่ถกกันถึงจำนวนนาไร่ที่เสียหาย จำนวนผู้เสียชีวิต หรือปัญหาความเดือดร้อนหลังจากนี้ไป หัวข้อที่มากับน้ำท่วมคงมีอยู่หลายประการ

สิ่งหนึ่งซึ่งมองเห็นได้ชัดก็คือคำตอบว่า “การบริหารจัดการของประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่วิกฤตเสียยิ่งกว่าฝนตกในครั้งนี้”

ความจริงข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณฝน ร่องมรสุม เรื่องของการกักเก็บน้ำ สถิติที่ย้อนหลังเพื่อใช้เปรียบเทียบศึกษาเตรียมแก้ไขปัญหา สิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรขาดแคลนสำหรับประเทศไทย ก่อนที่ความเดือดร้อนจะมาเยือนจากมวลน้ำทั้งหลาย “กรมอุตุนิยมวิทยา” ได้ประกาศเตือนแจ้งปริมาณฝนตกกว่า 20 ครั้ง จึงเป็นคำถามว่าสำหรับอุทกภัยในครั้งนี้เรารับทราบข้อมูลล่วงหน้าก่อนหรือ เปล่า? ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด?

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้ถูกหยิบยกเอามาวิเคราะห์หรือขยายผลอะไรเพื่อเตรียม แก้ไขปัญหาล่วงหน้า ข้อมูลจากกรมอุตุฯจึงไม่ต่างอะไรกับเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา?

หยิบประเด็นตรงนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการชี้ให้เห็นปัญหาของระบบราชการไทย ซึ่งน่าหวั่นวิตกเสียยิ่งกว่าปริมาตรของน้ำฝนที่โปรยปรายลงสู่พื้นที่ซึ่ง ประสบภัย เป็นบทเรียนที่บอกกับเราว่าถ้าหากระบบบริหารจัดการทั้งกระบวนการเข้าท่ากว่า ที่ผ่านมา ความเดือดร้อนต่างๆแม้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม แต่คงได้รับการคลี่คลายจัดการแก้ไขให้ดีกว่านี้ได้ มิใช่เป็นไปอย่างกระชั้นชิดจนเห็นได้แทบทุกระดับทั้งฝ่ายนโยบายและปฏิบัติ

สิ่งที่เห็นปัญหาชัดเจนก็คือ การไม่รู้จักบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างคนต่างใหญ่เลยลำบากที่จะร่วมมือระหว่างกันได้ อันนี้มิใช่เพียงประเด็นของการบูรณาการสำหรับปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ยังมีอีกหลายหัวข้อที่ประเทศไทยมีอุปสรรคหมกเอาไว้ในระบบราชการ เป็นไปได้ยากสำหรับบูรณาการข้ามกรมกองข้ามกระทรวง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการสะท้อนความล้มเหลวที่มิอาจแก้ไขในกระบวนการระบบข้า ราชการไทย?

นอกจากเรื่องของบูรณาการที่ข้าราชการแต่ละกระทรวงมักตระหนักท่องจำแบบนก แก้วนกขุนทอง เสียงบประมาณสัมมนากันมาไม่รู้สักเท่าใด แต่เมื่อถึงภาคปฏิบัติการจริงจังก็ไม่สามารถผลักดันผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ หนักกว่าปัญหาสำหรับหัวข้อบูรณาการเห็นจะได้แก่ “วิกฤตของจิตสำนึก”

ความหมายสำหรับวิกฤตตรงนี้อธิบายกันได้ไม่ยาก ส่วนใหญ่จะทำงานไปในระบบไขลาน สภาพของความเป็นเช้าชามเย็นชาม ไร้จิตสำนึกสำหรับความรับผิดชอบในหน้าที่ ปัจจัยตรงนี้เป็นตัวบั่นทอนตั้งแต่เบื้องต้นที่ครอบงำศักยภาพของบุคลากรใน ระบบราชการไทยกระทั่งแทบกลายเป็นวัฒนธรรมด้านลบที่ถูกยอมรับโดยนัย เป็นวัฒนธรรมองค์กรซึ่งไม่อาจแก้ไขจนแล้วเสร็จตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตราบจนถึงปัจจุบัน… ความก้าวหน้าและจิตสำนึกภายใต้ระบบราชการเท่าที่เห็นชัดเจนในเรื่อง ประสิทธิภาพก็เห็นจะเป็นเพียง “ป้ายสโลแกนต่างๆที่ระบุเกี่ยวกับจิตสำนึกทั้งการรับใช้ประชาชนและความรับ ผิดชอบต่อหน้าที่”

เมื่อพูดถึงระบบราชการ คงไม่ได้มีคำถามเฉพาะประเด็นของวิธีทำงานแบบไม่รู้จักบูรณาการในระหว่าง หน่วยงาน จิตสำนึกและความรับผิดชอบของบุคลากร เรายังมีปัญหาอีกหลายอย่างที่กระเถิบตัวเองให้ถอยหลังภายใต้ยุคสมัยของโลกา ภิวัตน์เช่นนี้ ถ้าจะไล่หัวข้อก็ยังมีอีกมากมายนัก ตั้งแต่ความอ่อนด้อยในระบบบริหารจัดการ การขาดแคลนวิสัยทัศน์ ความเข้าใจโลกค่อนข้างคับแคบ ไม่มีวัฒนธรรมสำหรับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จนบางองค์กรนั้นพร่ำสอนต่อๆกันมาว่าหากจะรับราชการให้ก้าวหน้าก็อย่าไปคิด ถึงการงานและความรับผิดชอบมากนัก ให้ถือเพียง 3 คาถาหลักย่อมประสบความสำเร็จแล้ว คือต้องรู้จักหน้าไหว้หลังหลอกหรือปากหวานก้นเปรี้ยว ปากว่าตาขยิบ อะไรในทำนองนั้น ต้องรู้จักแสวงหาผลประโยชน์ฉ้อราษฎร์บังหลวงเสียบ้าง สุดท้ายเห็นจะได้แก่การมีเส้นสายและอภิสิทธิ์…

สรุปแล้วปัญหาในระบบราชการไทยอยู่ในขั้นเน่าเฟะซึ่งรู้ๆกันอยู่ โดยเฉพาะประเด็นใหญ่ได้แก่การทุจริต ซึ่งเป็นเหรียญอีกด้านของอำนาจทางการเมือง?

วิกฤตของอุทกภัยครั้งนี้อันเป็นปัญหาที่ควบคู่กับสายฝนที่ถล่มทลาย เราคงต้องวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของระบบราชการไทย เพราะการแก้ไขและจัดการต่างๆจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรอย่างรอบด้าน ใช้ความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน หากรู้จักสร้างบูรณาการและมีจิตสำนึกรับผิดชอบที่แท้จริง ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็น่าจะน้อยกว่านี้

อุทกภัยครั้งนี้ได้ให้คำตอบหนึ่งสำหรับบ้านเมืองคือ วิกฤตของการบริหารจัดการอำนาจระหว่างรัฐบาลกับระบบข้าราชการ ระบบราชการจึงเป็นเพียงอาณาจักรในฐานะเครื่องมือของกลุ่มอำนาจ ศักยภาพที่จะจัดการแก้ไขปัญหาทำให้หนีไม่พ้นวัฒนธรรมลูบหน้าปะจมูก เป็นเพียงผลงานผักชีโรยหน้า แน่นอนที่ประชาชนต้องรับกรรมมากกว่าผลที่ควรจะเป็น มิใช่กรรมน้ำท่วมเท่านั้น ยังมีอีกหลายกรรมรออยู่ให้อกไหม้ไส้ขมกันต่อไป?



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s