‘อภิสิทธิ์’ หมดอำนาจก็กลายเป็น ‘อาชญากร-ฆาตกร’

‘อภิสิทธิ์’ หมดอำนาจก็กลายเป็น‘อาชญากร-ฆาตกร’
ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2553  หน้า 16
คอลัมน์ : ฟังจากปก
โดย : วัฒนา อ่อนกำปัง

นายสิงห์ทอง บัวชุม นักวิชาการอิสระที่มีดีกรีนิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ถือเป็นนักวิชาการที่มีมุมมองน่าสนใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองไทยคนหนึ่ง โดยเฉพาะการสะท้อนภาพการเกาะเกี่ยวอำนาจและผลประโยชน์ของรัฐบาลและทหาร

การเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน

การเมืองภาพใหญ่วันนี้ต้องยอมรับว่าเมื่อมีการวางกรอบของกลุ่มอำนาจเก่า ที่ต้องการให้พรรคการเมืองอ่อนแอประสบผลสำเร็จ คือหลายพรรคการเมืองอ่อนแอลงไปมาก หลายพรรคการเมืองเมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลผสม รัฐบาลก็จะไร้ประสิทธิภาพ ไร้เอกภาพ มีก๊กมีเหล่า มีกลุ่มต่อรองเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม วันนี้เราเห็นความชัดเจนว่ามีข่าวการทุจริตคอร์รัปชันในแต่ละกระทรวง ขณะเดียวกันก็มีข่าวการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ หลายกระทรวง รวมไปถึงการเล่นพรรคเล่นพวกที่เป็นข่าวคราวจนทำให้เกิดความเสียหายกับราชการ มากที่สุดคือตำรวจและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเห็นชัดเจนมากที่สุด เพราะสมัยนี้กลายเป็นใครเป็นพวก ใครยอมสยบให้ก็เอามาเป็นปลัด เป็นอธิบดี เป็นผู้บริหารระดับสูง อย่างปัญหาการตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น

วันนี้รัฐบาลกำลังถูกระแสสังคมกดดัน ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ตาม สีแดง สีเหลือง หรือสีที่เป็นกลางเยอะที่สุดก็ไม่พอใจเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะแต่ละกระทรวงเกิดปัญหาทุจริตเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการชุมชนพอเพียง โครงการต้นกล้าอาชีพ โครงการในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข วันนี้รัฐบาลทำได้แค่การตัดตอนเท่านั้น เช่น โครงการชุมชนพอเพียงก็มีแค่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ลาออกไปเท่านั้น แล้วเรื่องก็จบ

ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยก็มีข่าวเรื่องการทุจริตมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม คนในรัฐบาลพูดเองเรื่องการทำงานที่ส่อไปในทางไม่สุจริตหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ถนนไร้ฝุ่น เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดจีที 200 การสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอและการโยกย้ายนายตำรวจ

เมื่อภาพเป็นเช่นนี้กระแสสังคมก็โหมไปที่รัฐบาลว่าไม่สามารถจัดการแก้ไข ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็เกรงว่าจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องผลักเรื่องการทุจริตทั้งหมดออกไปให้พรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรค ร่วมรัฐบาล เพราะตัวเองต้องการเป็นนายสะอาด และพรรคภูมิใจไทยก็มีภาพไม่ดีนัก เมื่อประชาธิปัตย์เล่นเกมสาดโคลนมาเช่นนี้ก็ไม่กล้าทำอะไรมากเพราะตัวเองยัง ไม่พร้อมจะเลือกตั้งเช่นกัน แต่ต้องการสร้างภาพประชาธิปัตย์ว่าเป็นพรรคมือสะอาด จึงคิดการใหญ่โดยเขี่ยภูมิใจไทยออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงเพียงเพราะต้องการกวาดบ้านตัวเองก่อนจะเข้าสู่โหมดการ เลือกตั้ง

ภาพในขณะนี้คือการออกโฆษณาโครงการของประชาธิปัตย์ โครงการซูเปอร์ประชานิยม มีการทำการตลาด ติดรูปนายอภิสิทธิ์และรัฐมนตรีต่างๆทั่วประเทศ นี่คือสัญญาณที่ออกมาว่าจะมีการเลือกตั้งกันแล้ว ในขณะเดียวกันทหารก็เริ่มไม่ไหวกับการเป็นไม้ค้ำให้รัฐบาลนี้ คือหมดแล้วซึ่งความอดทนกับรัฐบาลนี้ เพราะทหารก็มองว่ารัฐบาลชุดนี้มีแผลใหญ่เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน

ขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยก็ส่งสัญญาณเรื่องการปกป้องสถาบัน ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยไม่ต้องการให้คนไปยุ่งกับสถาบัน นี่คือเรื่องที่คนไทยให้ความสำคัญมาก

มองคดียุบพรรคอย่างไร

วันนี้ไม่ว่าผลการตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร จะยุบหรือไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ก็จะพบกับวิบากกรรมของตัวเองอยู่ดี เพราะวันนี้ประชาธิปัตย์จะมาอ้างถึงการจัดฉาก มัวแต่มาถามกันว่าใครจัดฉาก มันไม่ใช่เรื่องของการจัดฉาก แต่เป็นเรื่องของเนื้อหาในการพูดคุยกันมากกว่า เพราะในข้อเท็จจริงนั้นคุณไปล็อบบี้ศาลหรือเปล่า เมื่อก่อนคุณเคยบอกว่ามีการล็อบบี้ศาลให้มีการยกเลิก กกต. แต่วันนี้คุณวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นทั้งทนายความ เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคดี ทำไมต้องไปพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ผลการตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าจะยุบหรือไม่ยุบประชาธิปัตย์จึง น่าจับตามองมากที่สุด หากตัดสินว่าไม่ยุบผมมองว่าพี่น้องคนเสื้อแดงคงจะลุกฮือทั้งประเทศ และเกิดความรุนแรงทางการเมืองอย่างแน่นอน เพราะเขาเชื่อว่าเป็นเรื่อง 2 มาตรฐาน

แล้วถามว่ากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์รู้หรือไม่ อันนี้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินเพราะเชื่อว่าสุดท้ายคนผิดก็จะเป็น นายวิรัช ร่มเย็น คนเดียว เหมือนกับกรณีของนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี ที่ไปรับเอกสารหลังจากเลิกทำงานของเจ้าหน้าที่ศาลแล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องตัดตอน เรื่องของคลิปเป็นเรื่องการตรวจสอบว่าใครทำอะไรบ้าง ไม่ใช่มาไล่จับคนที่เปิดเผย แล้วจะอยู่กันอย่างไรในเมื่อมีความพยายามโยนความผิดให้คนอื่น

ขณะเดียวกันความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่ไม่มี มีเหมือนกัน เพราะในขณะที่กลุ่มผลัดใบหรือกลุ่มผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่พอใจ กลุ่มทศวรรษใหม่ที่มักจะทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา หากมีการยุบพรรคเกิดขึ้นอาจมีการเอาคืนจาก ส.ส. รุ่นใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้รักกันดูดดื่มนัก นายอภิสิทธิ์เองก็ไม่ได้มีคนรักมากนักในประชาธิปัตย์

ข่าวลือทหารเตรียมปฏิวัติเป็นเช่นไร

อยากจะเตือนไปยังทหารเหมือนกันว่าหากคุณปฏิวัติเมื่อไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ลำบากแน่ เพราะวันนี้นอกจากคนเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตยแล้วยังมีคน อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการทำปฏิวัติ ซึ่งคนเหล่านี้จะออกมาทันที เพราะเรื่องประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ไม่มีใครยอมรับง่ายๆ ซึ่งการปฏิวัติที่ผ่านมาก็ทำให้เราล้าหลังไปมากแล้ว อย่าคิดว่าประชาชนจะยอมให้ทหารทำเช่นนี้อีก ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก่อนจะล้อมปราบประชาชนก็มีข่าวออกมาว่ามีนายทหารระดับสูง ของกองทัพบกคนหนึ่งมีความกระสันจะใช้กฎอัยการศึกปราบปรามคนเสื้อแดง มีความพยายามที่จะทำทุกวิถีทาง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ทำให้นายทหารคนนั้นผูกใจเจ็บมาจนถึงวันนี้ นี่คือสาเหตุของการใช้กำลังทหารกับอาวุธสงครามในการปราบปรามคนเสื้อแดง ส่งผลให้คนไทยกับทหารใช้อาวุธเข่นฆ่ากันจนเสียชีวิต 91 คน บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน ก็มาจากนายทหารระดับสูงคนนี้เช่นกัน

ข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดี

เรื่องการกล่าวหากันว่าไม่จงรักภักดีเป็นการกระทำที่เลวร้ายที่สุด เพราะกล่าวหากันโดยไม่มีหลักฐาน หากเรามองย้อนกลับไปจะพบว่าบรรดาคนเก่งของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นายปรีดี พนมยงค์ ต่างก็โดนใส่ร้ายทั้งนั้น มาจนถึงท่านนายกฯทักษิณก็ไม่ต่างกัน เฉกเช่นเดียวกับการใส่ข้อกล่าวหาว่าก่อการร้ายให้กับนายบิน ลาดิน เลยทีเดียว

การตายของคนเสื้อแดงจะมีคำตอบหรือไม่

ขอพูดความจริงว่าตอนนี้เรากำลังทำทุกอย่างเพื่อให้ความจริงปรากฏออกมา และที่สำคัญ 6 ศพที่ตายในวัดปทุมวนารามฯถึงวันนี้ยังไม่มีการเผา ยังคงเก็บศพไว้เพราะยังไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ที่ผ่านมามีการดำเนินการคืออัยการทำเรื่องส่งไปที่ศาลบอกว่าให้ตัดสินเพื่อ ชันสูตรพลิกศพ แต่ศาลบอกว่าไม่ใช่อำนาจศาลจึงส่งเรื่องกลับมาที่อัยการ ตอนนี้เรื่องอยู่ที่อัยการก็ยังไม่มีคำตอบออกมาว่าจะมีการชันสูตรกันเมื่อไร ศพที่อยู่ตรงนี้จะกลับมาเล่นงานรัฐบาลในเรื่องของการใช้กำลัง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าอัยการจะดึงเรื่องไว้เช่นไร

ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าคนเสื้อแดงยิงกันเอง อันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถหาหลักฐานมาโยงกับเรื่องเหล่านี้ได้ เป็นการกล่าวอ้างกันลอยๆเท่านั้น แต่วันนี้รัฐบาลมามุขใหม่พยายามจะโยนว่าเป็นการยิงของคนชุดดำ ถามว่าวันนี้รัฐบาลมีทั้งอำนาจ มีทั้งสรรพกำลังทุกอย่าง แต่ยังไม่สามารถเอาคนชุดดำมาดำเนินการได้เลยแม้แต่คนเดียว รวมทั้งกรณีการเผาอาคารที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมรัฐบาลก็บอกว่าคนเสื้อแดงเผา แต่อยากจะบอกว่าในความเป็นจริงการเผาอาคารขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ เพราะต้องมีการเตรียมการ เตรียมความพร้อม ที่น่าสังเกตคือทำไมอุปกรณ์การเผาถึงไปอยู่ข้างบนอาคารได้ ต้องมีการเตรียมการมาอยู่แล้ว ผมกล้าพูดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากคำที่ว่า “คนเสื้อแดงเผายาง รัฐบาลเผาเมือง”

ทำไมต้องใส่ร้ายคนเสื้อแดง

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าทั้งโทรทัศน์ วิทยุที่เป็นสื่อของรัฐบาลได้โจมตีคนเสื้อแดงมาโดยตลอด แม้แต่ทีวี.ของกลุ่มเสื้อเหลืองเองก็ออกมาโจมตี ซึ่งผมเคยออกมาบอกว่าที่ผ่านมาสื่อของรัฐบิดเบือนกล่าวหาคนเสื้อแดงมาตลอด ในขณะเดียวกันก็มีการฉายภาพความโหดร้ายของคนเสื้อแดง ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จนถึงวันนี้รัฐบาลจับมือคนเผาได้หรือไม่ ไม่ได้เลยสักคน แต่ภาพที่คนเสื้อแดงถูกยิงตายกลับไม่มีเลยที่จะไปจับภาพตรงนั้น

การทำเช่นนี้เป็นเหมือนการจ้องจะทำให้คนเสื้อแดงเป็นผู้ร้าย รัฐบาลเป็นพระเอก ทหารเป็นอัศวินอย่างนั้นหรือ คนเสื้อแดงไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่ลูกหลานไทย ไม่ใช่คนอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มองว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่คนไทยเช่นเดียวกับคนเสื้อเหลืองอย่างนั้นหรือ เพราะคนเสื้อแดงรัฐบาลจับติดคุกหมด แต่คนเสื้อเหลืองแม้แต่จะออกหมายเรียกยังลำบากเลย เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วจะให้ไม่มองว่าเป็น 2 มาตรฐานได้อย่างไร

เชื่อหรือไม่ที่ทหารบอกว่าไม่มีการใช้สไนเปอร์

กรณีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก บอกว่าไม่มีการใช้ปืนสไนเปอร์ในปฏิบัติการกระชับพื้นที่ล้อมปราบปรามคนเสื้อ แดง ผมบอกเลยว่าเรื่องแบบนี้เช็กได้ไม่ยากหรอก เท่าที่ผมรู้ความจริงคือในส่วนของกองทัพมีกองกำลังชุดดำทั้งชุดประมาณ 120 คน ซึ่งทางกองทัพเรียกว่าหน่วยล่าสังหาร ชุดซุ่มโจมตี หรือหน่วยสไนเปอร์ ซึ่งการทำงานของหน่วยนี้ไม่ใช่ในแนวราบ แต่เป็นการซุ่มอยู่บนอาคารสูงบริเวณที่มีการชุมนุม คนที่จะขึ้นไปอยู่ในอาคารสูงได้จะเป็นใครนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยดูได้จากการยิง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ก็เป็นการยิงมาจากอาคารสูงเช่นกัน

กรณี 11 นักรบเสื้อแดงเป็นอย่างไร

เป็นการจัดฉากที่ทำเป็นขบวนการ มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นตัวเดินเรื่อง เพราะขณะนี้ดีเอสไอเป็นองค์กรที่คอยรับใช้รัฐบาลในทุกกรณี เปรียบเสมือนว่าดีเอสไอเป็น (…) รับใช้รัฐบาลอย่างไม่ต้องสงสัย องค์กรนี้ทำตัวเองให้หมดความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ผ่านมามีการมองกันว่าดีเอสไอประหนึ่งองค์กรเอฟบีไอเหมือนอเมริกา แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะเอฟบีไอไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจรัฐ เขามีอำนาจในการสอบสวน สืบสวนเรื่องทุกเรื่องอย่างอิสระ แต่วันนี้ดีเอสไอโดยเฉพาะอธิบดีไปรับใช้รัฐบาลทุกเรื่อง แม้แต่กรณีที่มีพลเรือนเอาสถานที่ของดีเอสไอไปแถลงข่าวเรื่องความสัมพันธ์ กับดารา อย่างนี้มีที่ไหน ที่สุดดีเอสไอใครจะไปเชื่อถือ ทุกวันนี้คนในองค์กรนี้หมดความเชื่อถือในตัวผู้บริหารแล้ว

เรื่อง 11 นักรบแดงหากทำผิดจริงทำไมไม่ดำเนินการ คุณนำเขามาไว้เป็นพยานทำไม เพื่อจะจัดฉากให้มีการใส่ร้ายคนเสื้อแดงเท่านั้นหรือ ถ้ามีการทำผิดจริงคุณต้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด และต้องมีพยานหลักฐานจริง แต่วันนี้คุณปิดบังทุกอย่าง

ข้อแตกต่างระหว่างเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง

เสื้อเหลืองออกมาบอกว่าจะกู้ชาติ ทหารจึงอำนวยความสะดวกเต็มที่ ทุกสิ่งทุกอย่าง ในขณะที่คนเสื้อแดงออกมากลับถูกไล่ล่า ถูกฆ่าตายกลางถนน ทั้งๆที่พวกเขามือเปล่า ภาพข่าวที่ออกมาก็ชัดอยู่แล้วว่าคนเสื้อแดงไม่มีอาวุธ ที่สำคัญคนเสื้อแดงคือผู้ถูกกระทำจากอำนาจรัฐโดยตรง ต่างกันตรงนี้ คนเสื้อเหลืองคือส่วนหนึ่งของรัฐบาลนี้ คนเสื้อแดงไม่ใช่ ฉะนั้นอย่าเอามาเทียบกัน มันคนละเรื่อง

2 มาตรฐานส่งผลร้ายอย่างไร

เรื่อง 2 มาตรฐานเลวร้ายมาก ทั้งๆที่ตามรัฐธรรมนูญต้องมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน นายอภิสิทธิ์บอกว่าใช้นิติรัฐในการบริหารประเทศ แต่วันนี้นิติรัฐกำลังหมดความน่าเชื่อถือลงไป เมื่อไม่มีการดำเนินการเรื่องของความยุติธรรมให้บังเกิด ชาวบ้านก็รับไม่ได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ วันนี้คุณกำลังใช้อภิสิทธิ์ ใช้กำลัง เอานิติรัฐไปรังแกคน เอานิติรัฐไปไล่ล่าคนอื่นที่ไม่ใช่พวกคุณ เอานิติรัฐจับคนขังคุกโดยไม่มีการสอบสวน เรื่องแบบนี้วันหนึ่งเมื่อคุณไล่ล่าเขาจนเข้ามุมอับ เมื่อนั้นเขาจะลุกขึ้นและหันกลับมาต่อสู้ นี่คือความจริง หากไม่หยุดจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคำว่า “หมาจนตรอก” ก็ต้องสู้เพื่อเอาตัวรอด ดังนั้น การสะท้อนกลับของความยุติธรรมจะแรงมาก

มองนายกฯอภิสิทธิ์อย่างไร

ต้องบอกว่าหมดหวังในตัวนายอภิสิทธิ์ เพราะเป็นคนที่ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ แค่จะตั้งคนเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังทำไม่ได้ การบริหารราชการภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์จึงล้มเหลวไม่เป็นท่า มีแต่การทุจริตคอร์รัปชันเต็มไปหมด ภาพของการแก่งแย่งชิงดีมากเสียจนคนมองแล้วน่าสมเพชรัฐบาลมากกว่าชื่นชม เพราะรัฐบาลยิ่งบริหาร ชาวบ้านยิ่งจน ขณะที่คนที่อยู่ในกลุ่มก้อนการเมืองรวยขึ้น หมายถึงรวยกระจุก จนกระจาย ไม่รู้บริหารงานแบบไหนเหมือนกัน ส่งผลให้กระแสของพรรคประชาธิปัตย์ลดลงอย่างหนัก จนไม่กล้าแม้แต่คิดจะยุบสภา แต่เชื่อว่าไม่น่าจะอยู่ครบเทอม เพราะกระแสการกดดันจากประชาชน

ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการเลือกตั้งนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะทำอะไรให้ กลุ่มอำนาจเก่าไม่พอใจหรือไม่ ซึ่งต้องยอมรับว่าอำนาจนอกระบบยังยิ่งใหญ่ เมื่อเป็นแบบนี้จะส่งผลร้ายกับประเทศไทยมาก จนผู้ใหญ่คนหนึ่งถึงกับเอ่ยออกมาว่า “ผมไม่รู้ว่าผมอาจตายก่อนที่จะเห็นประชาธิปไตยในประเทศไทยหรือเปล่า” เพราะทุกวันนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นช่องว่างรัฐบาลกับทหารที่อาศัยกดหัวประชาชนเท่านั้น

มองรัฐธรรมนูญปี 2550 อย่างไร

ยอมรับว่าที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญทำให้รัฐธรรมนูญปี 2550 สร้างเผด็จการขึ้นมามาก เช่น วันนี้หากคิดย้ายนายพลสักคน ถามว่าทำได้หรือไม่ ตอบเลยว่าทำไม่ได้ เพราะต้องเอาเรื่องเข้าสภากลาโหม คนเป็นนายกรัฐมนตรียังย้ายไม่ได้เลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะการเขียนกฎหมายขึ้นมาเพื่อเป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน คนที่เขียนกฎหมายก็ทำเพื่อคนชั้นนั้น ซึ่งคนที่ร่างจะได้ประโยชน์มากที่สุด ตราบใดก็ตามที่ยังมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประเทศไทยไม่มีทางได้ชื่อว่าเป็น ประชาธิปไตยแน่ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนขึ้นมาสืบทอดอำนาจเผด็จการของกลุ่มอำมาตย์ให้ยาวนานต่อไป

ทหารยังพร้อมทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือไม่

ผมเชื่อว่าวันนี้ทหารยังพร้อมที่จะโอบอุ้มรัฐบาล หากเขาอุ้มรัฐบาลนี้จะไม่ออกมาทำปฏิวัติหรอก แต่เมื่อใดก็ตามที่อำนาจทหารมองว่านายอภิสิทธิ์เป็นอะไหล่ที่เสื่อมสภาพแล้ว วันนั้นก็จะมองหาอะไหล่ตัวใหม่เข้ามาเปลี่ยน แต่มีข้อแม้ว่าทหารยังคงเป็นคนคุมเกมเช่นเดิม

นายอภิสิทธิ์จะอยู่อย่างไรหากไม่เป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์จะกลายเป็นอาชญากร เป็นฆาตกรที่เข่นฆ่าประชาชน ต้องขึ้นศาลโลก ศาลอาญาระหว่างประเทศแน่นอน วันนี้คนเสื้อแดงก็ดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง แต่ผลที่ออกมาคือช้าและมีการดึงเรื่อง วันนี้คนเสื้อแดงกำลังฟ้องทางแพ่ง คือเรียกร้องความเสียหายส่วนบุคคลทั้งหมดมากกว่า 2,000 คดี ซึ่งจะฟ้องเรื่อยไปจนกว่านายอภิสิทธิ์จะหมดอำนาจ และหลังจากนั้นจะฟ้องอาญาทันที ผมเชื่อว่าหลังลงจากอำนาจแล้วคนอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่น่าจะอยู่เมืองไทย จะต้องไปต่างประเทศสักระยะตามแผนที่วางเอาไว้ เพราะหากยังอยู่ในประเทศไทยนายอภิสิทธิ์จะเดินไปไหนมาไหนได้หรือเปล่า ต้องไม่ลืมว่าในวันที่มีอำนาจคุณทำกับเขาไว้อย่างไร ดังนั้น เมื่อคุณไม่มีอำนาจเขาก็จะเอาคืนกับคุณเช่นกัน

ไม่ต้องดูอะไรมาก วันนี้แค่ไปตรวจน้ำท่วมยังต้องระดมทั้งทหารตำรวจนับพันไว้คอยคุ้มครอง คนเราหากทำดีกับพี่น้องประชาชนหรือเป็นคนดีจริงคงไม่ต้องใช้คนมากขนาดนี้ ไม่ต้องแสดงความกลัวตายให้เห็นเช่นนี้ เลยเป็นเรื่องของความกลัว บวกกับความน่าสมเพชของคนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ไปไหนก็ไม่กล้า หากไม่มีใครคอยคุ้มครอง



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s