พิสูจน์ตัวตนที่แท้จริง ‘อภิสิทธิ์’!

ที่มา : โลกวันนี้ 8 พฤศจิกายน 2553
โดย : สุรชัย ปากช่อง

การพ้นสมาชิกภาพของ 6 ส.ส. เนื่องจากกระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 วรรคหนึ่ง (2) (4) ประกอบมาตรา 48 กรณีถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อและบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ ได้แก่ นายสมเกียรติ ฉันทวานิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช (ลูกชายนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช อดีต ส.ว.ขอนแก่น) ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ม.ร.ว.กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน

แต่ที่มีปัญหาขณะนี้คือ 2 ใน 6 นั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคือ นายบุญจง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งทั้งสองยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งแม้จะลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมก็ ตาม ซึ่งนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ออกมาสนับสนุนว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้มีผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สังคมมองว่าเป็นบรรทัดฐานของจรรยาบรรณหรือจิตสำนึกทางการเมือง แต่นายบุญจงกับนายบุญเกื้อกลับอ้างบรรทัดทางรัฐธรรมนูญ ทั้งยังตอกกลับพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ว่า ไม่จำเป็นต้องยึดบรรทัดฐานเหมือนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อสมัครรับเลือกตั้งซ่อมที่สุราษฎร์ธานี เพราะก่อนหน้านี้นายสุเทพเองเคยประกาศว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรองนายก รัฐมนตรีเช่นกันก่อนถูกกระแสสังคมกดดัน

เรื่องจรรยาบรรณและความรับผิดชอบทางการเมืองจึงถือเป็นปัญหาสำคัญของการ เมืองไทยไม่น้อยไปกว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะถ้านักการเมืองไม่มีจรรยาบรรณก็ไม่ต่างอะไรกับ “โจรในเครื่องแบบ” และไม่ละอายที่จะประพฤติในสิ่งผิดๆ รวมทั้งทุจริตคอร์รัปชัน

หาก 2 รัฐมนตรีไม่ยอมลาออก และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ทำอะไรเลย หรือปล่อยให้กระแสสังคมกดดันเองนั้น ประชาชนอาจมองว่านายอภิสิทธิ์ก็ไม่มีจรรยาบรรณเช่นกัน หรือไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่มีอำนาจหรือกลัวจะกระทบถึงเสถียรภาพของรัฐบาลก็ตาม

ปัญหานี้ไม่ต่างกับ “กฎเหล็ก 9 ข้อ” ที่นายอภิสิทธิ์ถูกเย้ยหยันว่า “ขึ้นสนิท” เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ ทั้งที่หลายโครงการในรัฐบาลมีข่าวมากมายเรื่องความไม่โปร่งใส รวมทั้งการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม

อย่างที่นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาแถลงว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นว่านายบุญจงเหมาะสมที่สุดที่จะอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดข้อห้ามไม่ให้ข้าราชการการเมืองลงสมัครรับเลือก ตั้ง ส.ส. แต่ห้ามเฉพาะข้าราชการประจำเท่านั้น และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ถือกรณีนายสุเทพเป็นบรรทัดฐานทางการเมือง เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้ต้องกระทำเช่นนั้นทุกคน

นายศุภชัยยังย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรสร้างความสับสนกับประชาชน เพราะแม้แต่การยุบสภานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องอยู่ในตำแหน่ง รักษาการ ถ้ายึดบรรทัดฐานของพรรคประชาธิปัตย์ก็แสดงว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีรักษาการ เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หลังยุบสภาใช่หรือไม่

ขณะที่นายเกื้อกูลที่ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมเช่นกัน ก็ให้เห็นผลไม่ต่างกับนายบุญจงว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี อีกทั้งตนเองก็แยกแยะระหว่างการทำหน้าที่รัฐมนตรีกับ ส.ส. มาตลอด แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่มติของพรรคด้วย

ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น แต่อยู่ที่การตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ด้วยว่าจะกล้าสร้างบรรทัดฐานขึ้นมา หรือไม่ เพราะนายอภิสิทธิ์มีอำนาจที่จะปลดรัฐมนตรีได้ทุกคน

เรื่องจริยธรรมจึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆทางการเมือง หรือเรื่องของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น แต่กำลังเป็นบทพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของนายอภิสิทธิ์อีกครั้งว่าเหมาะสมที่ จะเป็น “ผู้นำรัฐบาล” ต่อไปหรือไม่?

หรือนายอภิสิทธิ์จะใช้วิธีตีลูกชิ่งเป็นแค่ “นักโต้วาที” หรือ “ศรีธนญชัย” ก็ให้มันรู้ไป!

 



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s