พูดยังกะจอมพล

ที่มา : โลกวันนี้ 9 พ.ย. 2553
โดย : อัคนี คคนัมพร

เมื่อถึงเทศกาลแก้คำผิดก็ต้องแก้คำผิดเสียก่อน

ฉบับวันจันทร์คอลัมน์นี้ต้องแก้ไขความผิดพลาดในเรื่องข้อเท็จจริง ฉบับวันอังคารคือวันนี้ต้องขออภัยและแก้คำผิดอีก แต่ไม่ใช่ตรงเนื้อหาสาระ หากเป็นการแก้ไขชื่อเรื่องจาก เท่าหรือไม่เท่า เป็นเน่าหรือไม่เน่า

ผู้เขียน-เขียนต้นฉบับด้วยลายมือ เมื่อจะตีพิมพ์ก็มีเจ้าหน้าที่พิมพ์ลงไปในคอมพิวเตอร์ ตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดความผิดพลาดอยู่บ่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่ถึงกับทำให้เนื้อหาสาระเสียไปก็ไม่จำเป็นต้องแก้ให้วุ่นวาย

เป็นอันว่าชื่อบทความฉบับวานนี้ชื่อ เน่าหรือไม่เน่า นะครับ ไม่ใช่เท่าหรือไม่เท่าอย่างที่เห็นตีพิมพ์ออกมา

ทีนี้จะว่าเรื่องที่อยากเขียนต่อไป

ตอนนี้ผู้เขียนรู้สึกรำคาญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาก

ตามธรรมดาคนเขียนบทความเขามีจรรยาบรรณที่ห้ามมิให้เขียนถึงบุคคลอื่นด้วยอารมณ์

ความรู้สึกรำคาญนั้นเป็นอารมณ์อย่างหนึ่ง

ที่ผู้เขียนรู้สึกรำคาญนายอภิสิทธิ์จนต้องฝืนจรรยาบรรณมาเขียนถึงนั้นก็ เพราะนายอภิสิทธิ์ชอบให้สัมภาษณ์บ่อยๆว่า ถ้าบ้านเมืองสงบก็เลือกตั้งกันได้

หลายครั้งมาแล้วที่ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่าจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่เมื่อใด ก็จะได้คำตอบว่า ถ้าบ้านเมืองสงบ ไม่มีความวุ่นวายก็ยุบสภา เลือกตั้งกันได้ทันที

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวรุมล้อมถามโน่นถามนี่หลายเรื่องหลายราว แล้วในที่สุดก็วกเข้าสู่เรื่องการเลือกตั้งอีก

คำถามมีว่า

“หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็พร้อมจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ใช่หรือไม่”
คำตอบจากนายอภิสิทธิ์ก็คือ

“หลักการคือบ้านเมืองสงบก็ไปเลือกตั้งกันได้” แล้วยังหยอดให้พอหายคอแห้งอีกหน่อยว่า

“ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว”

เห็นไหมครับว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความไม่สง่างาม ยังคงยึดหลักการของตนไว้อย่างเหนียวแน่นแต่ชวนรำคาญ

ที่ว่ายึดหลักการเหนียวแน่นก็คือหลักการที่ว่าบ้านเมืองสงบก็เลือกตั้งกันได้

ส่วนที่ผู้เขียนให้ความเห็นว่าชวนรำคาญนั้นก็เพราะว่า นี่เป็นหลักการที่นายอภิสิทธิ์บัญญัติขึ้นเอง ยังไม่มีใครที่ไหนยอมรับ ในประเทศประชาธิปไตยนั้นต้องมีการเลือกตั้งทั้งนั้น

การเลือกตั้งเป็นหลักสากล

บางประเทศใช้การเลือกตั้งแก้ปัญหาการเมือง

บางประเทศใช้การเลือกตั้งเอาเปรียบคู่ต่อสู้คือ เลือกยุบสภาขณะรัฐบาลกำลังมีคะแนนนิยมดี

ไม่มีใครตำหนิใครได้

แต่การประกาศหลักการว่าจะยุบสภาต่อเมื่อบ้านเมืองสงบนั้น มันเป็นเรื่องหลักกู ไม่ใช่หลักการ เพราะคำว่าสงบนั้นไม่รู้จะให้ใครตีความ

พรรคร่วมรัฐบาลกำลังมีความแตกแยก-อย่างนี้บ้านเมืองสงบหรือไม่

คะแนนนิยมรัฐบาลกำลังตกต่ำ เลือกตั้งแพ้แน่-อย่างนี้บ้านเมืองสงบหรือไม่

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าหลังเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ถูกส่งตรงจากสหรัฐอเมริกาให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีไทย โดยมีนายทวี บุณยเกตุ เป็นนายกฯขัดตาทัพไว้ให้ 20 กว่าวัน

เมื่อ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีก็ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ พอจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จทั้งที่ปัญหามากมายยังค้างคารอการชำระอยู่ แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ยุบสภาจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทันที

หลังการเลือกตั้งคนอื่นมาเป็นนายกฯแทนเสียด้วย

ผู้ดีอังกฤษเขาปฏิบัติกันอย่างนี้

แต่พอนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รุ่นหลัง ไม่ยักปฏิบัติตาม ยังคงตั้งเงื่อนตายถ้าบ้านเมืองไม่สงบยังเลือกตั้งไม่ได้

พูดยังกะว่าครบเทอม 4 ปี ในวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ถ้าบ้านเมืองยังไม่สงบก็จะไม่ยอมให้เลือกตั้งยังงั้นแหละ

หรือจะเอายังงั้น-ท่านจอมพลอภิสิทธิ์?

 



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s