รัฐบาลกับการเยียวยาผู้ชุมนุม

ที่มา : ข่าวสดรายวัน 9 พ.ย. 2553

หมายเหตุ – ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีสมัชชาสุขภาพย่อย เรื่อง “ฝ่าวิกฤตความไม่เป็นธรรมสู่สุขภาวะ : ผลกระทบและการเยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง” ที่ห้องประชุมสารนิเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 8 พ.ย.

1. กฤตยา อาชวนิจกุล
ผู้แทนศูนย์ข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลายชุมนุม เม.ย.-พ.ค.2553 (ศปช.)

การเยียวยาของภาครัฐในขณะนี้ ดูเหมือนว่าเป็นการให้เงินแก่ผู้ได้รับความเสียหาย คล้ายกับการทำสังคมสงเคราะห์

ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกต ถ้าจะมีการคุยเรื่องการเยียวยาต่อไป โปรดอย่าลืมหาความจริงในส่วนของความยุติธรรมก่อน ไม่เช่นนั้น ปัญหาทุกอย่างจะไม่จบ

เรื่องนี้เรามีบทเรียนมาแล้ว โดยเฉพาะกรณีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ปัญหาก็ไม่มีทางจบ ถ้าไม่มีความยุติธรรม เป้าหมายที่ทุกคนอยากจะเห็นคือความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้

กรณีแสวงหาความจริง ยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลา อย่างเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 อยากให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มาเปิดเผยความจริงแก่สาธารณชน

รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่าเป็นรัฐ บาลแรกที่มาจากพลเรือนในประวัติศาสตร์การ เมืองสมัยใหม่ประเทศไทย ที่ทำให้เกิดการฆ่าฟันกันกลางเมืองและยังสามารถอยู่ในอำนาจต่อไปได้ และรัฐบาลชุดนี้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความจริงจำนวนมาก เช่น คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ชุดนายอานันท์ ปันยารชุน คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ชุดที่มีน.พ. ประเวศ วะสี เป็นประธาน หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความ ปรองดองแห่งชาติ ของนายคณิต ณ นคร

คณะทั้งหมดนี้ตั้งโดยคณะรัฐบาล และเป้าประสงค์ของนายคณิต ประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการหาผู้กระทำความผิด ดังนั้น การเดินหน้า ในส่วนของการหาความจริงต่อกรณีที่เกิดขึ้น จึงเป็นไปได้ยาก

ส่วนสิทธิการชุมนุมนั้น จะเห็นได้ว่าแนวคิดของรัฐไทยที่ผ่านมา มีแต่ความคิดที่จะกระชับพื้นที่ กระชับสิทธิ์ให้น้อยลง ภายใต้เงื่อนไขการใช้กฎหมาย พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งที่สิทธิการชุมนุม เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย

แต่การใช้กำลังเกินกว่าเหตุนั้น ความจริงเป็นเรื่องไม่ยากที่เราจะแสวงหาข้อเท็จจริง ถ้าฝ่าย ผู้คุมกำลังยอมให้ข้อมูลความจริง ทั้งเรื่องจำนวน รถถัง จำนวนปืน จำนวนทหาร ที่มาจัดการกับการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ว่ามีจำนวนเท่าใด มีความจำเป็นขนาดไหนที่จะใช้อาวุธขนาดนั้นมาสลายการชุมนุม

ที่ผ่านมารัฐบาลบอกมาโดยตลอดว่า การสลายการชุมนุมจะใช้วิธีจากเบาไปหาหนัก แต่เหตุ การณ์ เดือนเม.ย.-พ.ค. ไม่ใช่เหตุการณ์จากเบาไปหาหนัก มันมีแต่หนัก และหนักมาก และเราเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีป้ายติดว่าเขตพื้นที่ใช้อาวุธจริง แต่พอรู้ตัวก็นำป้ายออก

2. ญาดา หัตถธรรมนูญ
ผู้แทนเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

ทางศูนย์เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุ การณ์การชุมนุมทั้งหมด 78 เรื่อง ผู้ที่มาร้องเรียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ถูกยิง

และส่วนใหญ่ ที่มาร้องเรียนมักไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม แต่ถูกลูกหลง ทั้งที่เดินผ่านเข้ามาภายในพื้นที่ชุมนุม รวมถึงคนที่อยู่ในบริเวณบ้านแต่ถูกลูกหลงเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังได้รับผลกระทบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

มีผู้เสียหายรายหนึ่ง ต้องไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยเสียค่ารักษาพยาบาลไป 1 แสน 6 หมื่นบาท อยู่เพียงแค่ 3 วัน

จากการสอบถามว่าได้รับการเยียวยาเป็นค่ารักษาพยาบาล จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือไม่ ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น สามารถ ชดเชยให้ได้แค่เพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้น เทียบไม่ได้กับจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายไป

รวมทั้งยังมีกรณีที่รักษาตัวอย่างต่อเนื่องก็ต้องใช้เงินเช่นกัน เช่น ต้องผ่าตัดต่อเนื่อง ต้องทำกายภาพบำบัด

ส่วนกรณีค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา โดยเฉพาะผู้ไม่มีส่วนในการกระทำความผิดในคดีอาญามีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทน ได้มาร้องเรียนกับเรา ซึ่งเราได้มีการทำหนังสือไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการตอบกลับ

ทางเครือข่ายจะพยายามทวงถามเรื่องนี้ต่อไป

3. ปรีดา ทองชุมนุม
ผู้แทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

กรณีผู้ต้องขังในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายนั้น ส่วนตัวคิดว่าเป็นข้อหาที่ค่อนข้างหนัก ถ้าเป็นเพียงคนที่เห็นต่างก็อาจจะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ก็ได้

ในทางภาคใต้ก็เจออย่างกรณีเช่นเดียวกันนี้ ซึ่งถือว่าอย่างหนักหนาสาหัส และข้อหาดังกล่าว สิทธิในการประกันตัวจะเกิดขึ้นค่อนข้างยาก

อย่างไรก็ตาม เราได้หารือกันภายใน รวมทั้งส่งจดหมายไปถึงกระบวนการยุติ ธรรมโดยให้เหตุผลว่า การประกันตัวนั้นใช้จำนวนเงินที่สูงมาก ผู้ชุมนุมหรือผู้ที่ถูกจับกุมโดยเฉพาะคนต่างจังหวัดไม่มีเงินจำนวนมากในการ ประกันตัว

ดังนั้น ทางมูลนิธิจะเดินหน้าเรียกร้องให้ลดวงเงินการประกันตัวต่อไป

4. นฤมล ทับจุมพล
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การเยียวยาที่ผ่านมา ทางภาครัฐจะให้ความสำคัญกับการเยียวยาในส่วนของทรัพย์สินมากกว่า เพราะเข้าใจว่าทรัพย์สินเยียวยาได้ง่ายกว่าการเยียวยากรณีการเสียชีวิต

ขณะที่การจับกุมในต่างจังหวัดนั้น คนที่ถูกจับ เช่น คดีลอบวางเพลิง คดีลอบเผาศาลากลางจังหวัด ซึ่งไม่ รู้ว่าใครทำ มีเพียงแต่ภาพถ่าย ก็นำ ตัวมากักกันไว้ มาก กว่า ที่จะแสวงหาความจริง

สถานการณ์ตอนนี้ จึงไม่มีการค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะอะไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง มีเพียงการเดาสุ่ม ซึ่งกระทำการเช่นนี้ เจตนาที่จะทำให้เกิดความปรองดองนั้น คงเป็นไปได้ยาก

ส่วนความเป็นธรรมจากเหตุการณ์นี้ มักมีการพูดถึงเฉพาะความเป็นธรรมในด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรัฐมองความยุติธรรมเพียงประเด็นเดียวคือ กฎหมาย ซึ่งถือเป็นการตัดตอนที่มาของปัญหา

ขณะที่การขอประกันตัว ทำได้ค่อนข้างยาก ถ้าภาครัฐไม่แน่ใจ ควรทำเป็นกรณีเฉพาะ ไม่ใช่ทำแบบที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เพราะผิดหลักการในระบบกระบวนการยุติธรรม เกิดการผิดฝาผิดตัว



One Comment on “รัฐบาลกับการเยียวยาผู้ชุมนุม”

  1. […] This post was mentioned on Twitter by Siam Parade, ThaiNEWSpace. ThaiNEWSpace said: รัฐบาลกับการเยียวยาผู้ชุมนุม: ที่มา : ข่าวสดรายวัน 9 พ.ย. 2553 หมายเหตุ – ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง และสถ… http://bit.ly/99J4kf […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s