จากอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ วิถีการปฏิรูปที่ดิน… “ชนชั้นนำ” ไม่(ยอม)เปลี่ยนแปลง

ที่มา : มติชนออนไลน์ 18 พ.ย. 2553

18 พฤศจิกายน   ณ ห้องประชุม 219 ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้จัดเสวนาเรื่อง “ชนชั้นนำในวิถีการปฏิรูปที่ดิน” โดย นายวีรวัฒน์ อริยะวิริยานันท์

นายวีรวัฒน์ อริยะวิริยานันท์ ประธานบริหาร บริษัท ดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด  นิสิตปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง  เปิดประเด็นว่า   การ ปฏิรูปที่ดินเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่มาชัดเจนในสมัยอยุธยา  ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินในสมัยนั้น ทรงเป็นเจ้าของที่ดินทุกตารางนิ้ว แต่พระราชทานให้ราษฎรอยู่อาศัยทำมาหากิน ราษฎรผู้ใดประสงค์จะได้ที่ดินไปทำประโยชน์ ต้องไปบอกเจ้าหน้าที่ในสมัยนั้นไปตรวจสอบสภาพที่ดินที่จะก่อสร้างเลิกรั้ง ยกขึ้นเป็นไร่นาสวน

แต่เมื่อระบบทุนนิยมได้รุกเข้ามาเป็นครั้งแรกหลัง สนธิสัญญาเบาริ่งในปี พ.ศ.2398 รัชสมัย  พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเพื่อค้าขายกับต่างประเทศ จึงมีความต้องการที่ดินในการผลิตทางการเกษตรสูงขึ้น  จึงมีการให้ประชาชนเข้าไปบุกเบิกจับจองที่ดินว่างเปล่าเอง   จนกระทั่งในระบบกรรมสิทธิ์ที่ดินเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งออกโฉนดที่ดินให้เอกชน ทำให้ที่ดินกลายเป็นสินค้าในที่สุด

จากปัจจัย 3 ประการที่ทำให้ระบบการถือครองที่ดินเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับหลักฐานในการแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ดังนี้ คือ

(1) เกิดจากแรงผลักดันของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการค้าขายกับต่างชาติ

(2) ปัจจัยภายในคือมีข้อพิพาทที่ดินสูงมากขึ้น

(3) ปัจจัยที่มาจากการบริหารงานที่ดินของรัฐที่ยังไม่เป็นระบบ  ทำให้ที่ดินกระจุกอยู่ในมือนายทุน

ประเด็นเรื่องการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินในสังคมไทย มีเรื่องโจ๊กร่วมสมัยเรื่องหนึ่ง  ที่เล่ากันว่า “วันหนึ่งคุณเจริญ (สิริวัฒนภักดี ) ไปดูงาน แล้วเจอที่ดินแปลงหนึ่งถูกใจท่าน จึงให้ลูกน้องไปหาดูว่าใครเป็นเจ้าของ ลูกน้องของท่านกลับบอกว่าที่ตรงนี้เป็นของท่านอยู่แล้ว”

โจ๊กเรื่องนี้ สะท้อนว่า  แม้แต่เจ้าของที่ดินก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่ดินตรงไหนบ้าง!!!

ต่อมา หลังคณะราษฎรยึดอำนาจ 2475    ก็พยายามปฏิรูปที่ดินในมือของนายทุน   นายปรีดี พนมยงค์ ได้เสนอแนวคิดการจัดระบบการถือครองที่ดินไว้ในเค้าโครงเศรษฐกิจปีพ.ศ.2476 โดยให้รัฐบาลซื้อที่ดินจากประชาชนที่ต้องการขาย แล้วนำมาพัฒนาและจัดการด้วยวิทยาการกสิกรรมสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์ ในฐานะที่ดินเพื่อการเกษตรของรัฐ แล้วจึงให้ราษฎรมาเป็นลูกจ้าง

แนวคิดนี้ได้ถูกคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มเจ้านายที่ถือครองที่ดินจำนวน มากและบรรดาผู้มีความคิดอนุรักษ์นิยมทางเศรษฐกิจ แผนการปฏิรูปที่ดินจึงไม่ประสบความสำเร็จซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการปฏิรูปที่ดิน

ต่อมาการปฏิรูปที่ดินเกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม โดยอยู่ในนโยบายที่ว่า “คนไม่มีที่ดินจะรักชาติได้อย่างไร”

กลายมาเป็นที่มาของ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดินเพื่อความเป็นธรรมในสังคม โดยใช้เวลาเพียง 9 วันผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหากระจุกตัวของที่ดินได้

ในช่วงที่สาม หลังเหตุการณ์  14 ตุลาคม 2516   ประชาธิปไตยเบ่งบาน เกิดวิกฤติชาวนาชาวไร่ไม่ที่ดินทำกิน เกิดชุมนุมเรียกร้องสิทธิหลายครั้ง โดยมีการรวมตัวกันเป็น “สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย” กดดันจนกระทั่งรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ออกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่านาพ.ศ.2517 และพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

แต่เอาเข้าจริงวิถีการปฎิรูปที่ดิน อย่างจริงจังในสังคมไทย ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ขอให้ดูตัวอย่าง กรณี ส.ป.ก. 4-01 ที่ภูเก็ต

นายวีรวัฒน์ อริยะวิริยานันท์ ทิ้งประเด็นว่า “วันนี้ทุกคนต่างมีภาระ หน้าที่ คงไม่มีใครไม่อยากครอบครองที่ดิน และคงไม่มีใครยอมลงมาช่วยแบ่งปัน (ที่ดิน) ให้สังคมง่ายๆแน่”

ไม่มีคำตอบและไม่มีทางออก เพราะชนชั้นนำไทย ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง!!!!


One Comment on “จากอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ วิถีการปฏิรูปที่ดิน… “ชนชั้นนำ” ไม่(ยอม)เปลี่ยนแปลง”

  1. […] This post was mentioned on Twitter by Siam Parade, ThaiNEWSpace. ThaiNEWSpace said: จากอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ วิถีการปฏิรูปที่ดิน… “ชนชั้นนำ” ไม่(ยอม)เปลี่ยนแปลง: ที่มา : มติชนออนไลน์ 18 พ.ย. 2553 … http://bit.ly/dbSjyI […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s