สหรัฐต้องจ่ายค่าตัว ‘บูท’ เท่าไร?

เว็บไซต์ http://robertamsterdam.com/thai/ ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ “การส่งตัวนายบูทและราคาที่สหรัฐต้องจ่ายให้กับรัฐบาลไทย” ซึ่งไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ระหว่างไทยกับสหรัฐเท่านั้น แต่เชื่อว่ามี “ข้อตกลงพิเศษ” ที่ไม่เปิดเผยอีก ขณะเดียวกับที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า “การที่ประเทศไทยส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพ่อค้าขายอาวุธชาวรัสเซียให้กับสหรัฐ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไม่มีเหตุผลรองรับ อย่างไรก็ดี การส่งผู้ร้ายข้ามแดนดังกล่าว เชื่อว่าเป็นผลมาจากสหรัฐกดดันรัฐบาลไทยและกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยรัฐบาลรัสเซียจะสนับสนุนนายวิคเตอร์ บูท ทุกกรณี”

ด้านนายวิคเตอร์ บูโรบิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมรัสเซีย ยอมรับว่าทางการรัสเซียคงทำอะไรไม่ได้มากนักในขณะนี้ และยากที่รัฐบาลรัสเซียจะช่วยเหลือนายบูท โดยเฉพาะข้อหามีส่วนสมคบคิดกันสังหารพลเมืองอเมริกันและจัดหายุทโธปกรณ์ ต่างๆให้กับองค์กรก่อการร้ายหลายแห่งทั่วโลก

ขณะเดียวที่ นายปีเตอร์ แดนส์เสิร์ท ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าอาวุธระดับโลกจากสถาบันระหว่างประเทศในเบลเยียม ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่อง “การเมืองล้วนๆ” เพราะสหรัฐและชาติพันธมิตรของสหรัฐต่างก็มีส่วนพัวพันกับการค้าอาวุธที่ผิด กฎหมายด้วยกันทั้งสิ้น แต่กลับไม่เคยมีการดำเนินคดีด้วยเหตุผลด้านการเมืองอีกเช่นกัน

ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า “เรามีหน้าที่ต้องทำในสิ่งที่เห็นว่าจำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นก็ต้องชี้แจงให้ทางรัสเซียทราบ ทั้งนี้ เราคงไม่สามารถทำให้ทุกคนถูกใจได้ ก็ต้องยอมรับ”

นายวิคเตอร์ บูท ถูกส่งตัวจากเรือนจำในกรุงเทพมหานครไปยังสหรัฐอเมริกา โดยเครื่องบินเจ็ตชนิดพิเศษ หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่าสหรัฐได้ตกลงอย่างลับๆอะไรกับรัฐบาลไทยบ้าง เพื่อขอให้ทางการไทยส่งตัวนายบูทไปยังสหรัฐ

หากพิจารณาตามข้อมูลจะพบว่า การส่งตัวนายบูทไปยังสหรัฐนั้นมีความสำคัญต่อรัฐบาลสหรัฐมาก อาชีพของนายบูททำให้นายบูทเป็นแหล่งข่าวที่ดีเกี่ยวเรื่องการค้าอาวุธของรัฐ บาลรัสเซียทั่วโลก ซึ่งเพิ่มความสำคัญต่อการส่งตัวนายบูทมากขึ้น โดยนักข่าว นาย Douglas Farah ได้กล่าวเกี่ยวกับกรณีของนายบูทว่า

“นายบูทอาจสามารถให้ข้อมูลเครือข่ายการค้าอาวุธของรัสเซียกับกองกำลัง เคลื่อนไหวอาวุธจิฮาดิในโซมาเลียและเยเมน รวมถึงข้อมูลข่าวกรองทางการทหารและรายละเอียดสายบังคับบัญชาการของกองทัพใน รัสเซีย รวมถึงผลประโยชน์ที่รัสเซียมีต่อเวเนซุเอลา อิหร่าน และที่อื่นๆ แม้ว่านายบูทจะมีอายุเพียงแค่ 43 ปี แต่ฐานข้อมูลของเขาอาจสามารถย้อนกลับไปได้ถึง 20 ปี และอาจจะสามารถขยายข้อมูลไปถึงนโยบายของรัฐบาลรัสเซียต่อประเทศอื่นๆทั่ว โลก”

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากนายบูทยอมเจรจาต่อรองกับสหรัฐ นายบูทอาจให้ข้อมูลใหม่ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรองนายกรัฐมนตรีไอกอร์ เซซิ่น และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมการส่งตัวนายบูทเป็นเรื่องที่น่าตกใจ แน่นอนไม่มีอะไรประกันว่านายบูทจะยอมเปิดปากพูด นายบูทอาจจะปิดปากเงียบ และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เพราะรัฐบาลรัสเซียเอามีดจ่อคอหอยครอบครัวนายบูทอยู่ และเราไม่ควรจะมองข้ามผลประโยชน์ของนายโอบามาที่อาจจะมีการ“ตัดสินใจใหม่” โดยการส่งตัวนายบูทกลับรัสเซียแบบมีการ “แลกเปลี่ยนสายลับ” อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลไทยได้เจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อันมหาศาลกับ สหรัฐ และปฏิเสธข้อเสนออย่างงามจากรัสเซีย เพื่อรับรองการส่งตัวนายบูทไปยังสหรัฐ รัฐบาลไทยกลายเป็นนักต่อรองที่กระตือรือร้น เพราะถูกกดดันจากประชาคมโลกเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้อำนาจเด็ดขาดของรัฐที่เพิ่มมากขึ้น รัฐบาลไทยคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องซื้อเสียงสนับสนุนจากสหรัฐในทุกวิถี ทาง แม้ว่าข้อเสนอของรัสเซียจะดีแค่ไหน หรือรัสเซียจะข่มขู่ไทยอย่างไรก็ตาม

คำถามคือ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ผลประโยชน์อะไรจากข้อตกลงนี้ และข้อตกลงดังกล่าวมีผลประโยชน์ทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อ สหรัฐอย่างไร?

ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ รัฐบาลสหรัฐอาจนำยุทธศาสตร์สงครามเย็นกลับมาใช้ใหม่ โดยหากรัฐบาลไทยสนับสนุนผลประโยชน์ของสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐก็จะให้ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนโดยอนุญาตให้รัฐบาลไทยทำอะไรก็ได้ใน ประเทศตัวเอง ดูอย่างช่วงยุค 50, 60 และ 70 ที่สหรัฐ “อนุญาต” ให้เผด็จการโหดเหี้ยมอย่างสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และถนอม กิตติขจร ปฏิบัติต่อประชาชนไทยอย่างป่าเถื่อน สหรัฐให้การช่วยเหลือรัฐบาลไทยอย่างลับๆในการสังหารหมู่ในปี 2516 และ 2519 ส่งเสริมกลุ่มกองกำลังที่ต่อต้าน ทรมาน และสังหารคอมมิวนิสต์ รวมถึงรัฐประหารหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนหรือการไม่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำดังกล่าว

นับตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่กรุงเทพมหานครในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปีนี้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ราย รัฐประหารปี 2549 ตามมาด้วยการปิดปังข้อมูลข่าวสารอันมหาศาล และการคุมขังนักโทษทางการเมืองหลายร้อยคนของรัฐบาลไทย รัฐบาลสหรัฐแทบจะไม่เคยตำหนิรัฐบาลไทยอย่างชัดแจ้งเลย เราคาดว่าในจุดนี้รัฐบาลสหรัฐคงจะไม่เปลี่ยนท่าทีง่ายๆ และในขณะที่รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องเสรีภาพในพม่า แต่กลับหาทางที่จะลิดรอนเสรีภาพในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผลประโยชน์ที่ซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 286 วันที่ 20 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 8 คอลัมน์ จับกระแสการเมือง โดย ทีมข่าวการเมือง



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s