รังสีอำมหิตคุมขังผู้บริสุทธิ์ 6 เดือน!

หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลสืบสวนคดีผู้เสียชีวิตของทหาร ตำรวจ และประชาชนจากเหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย หนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน เจ้าของฉายา “คนบ้านดอน” เปิดใจถึงคดีและการใช้อำนาจรัฐ 6 เดือนที่ผ่านมา

ผ่านมา 6 เดือน มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ได้เห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาว่าไม่มีอะไรแตกต่างกัน ก่อน 19 พฤษภาคมเป็นเวลาของการฆ่า และหลัง 19 พฤษภาคมเป็นเวลาบิดเบือนข้อเท็จจริง และการใส่ร้ายประชาชน จะเห็นอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น ศอฉ. (ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) หรือดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ใช้งบประมาณและเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวางกำลังทุกรูปแบบ เพื่อใส่ร้ายและทำสำนวนเท็จในการฟ้องร้องประชาชน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องกฎแห่งกรรม และการพยายามอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งความจริงแล้วไม่สามารถทำได้

เช่นกรณีจะดำเนินคดีฆ่าคนตายกับใครต้องมีการชันสูตรพลิกศพก่อน ตัว อธิบดีดีเอสไอรู้อยู่เต็มอกว่า ถ้าชันสูตรพลิกศพตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา อันเป็นการเริ่มต้นของการสืบสวนสอบสวน หรือดำเนินคดีในคดีที่ความตายผิดธรรมชาติ ก็ต้องตกเป็นจำเลยด้วย เพราะอธิบดีเป็นหนึ่งในกรรมการของ ศอฉ. ฉะนั้นการทำสำนวนจึงบิดเบือน และไม่ปฏิบัติตามมาตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันอัยการสูงสุดก็เป็นกรรมการ ศอฉ. ด้วย จึงร่วมกับอธิบดีดีเอสไอเช่นเดียวกัน ก็ต้องเอาตัวรอด จึงไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติมส่งไปที่ศาล ซึ่งศาลเราไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์

เอาเป็นว่า ทั้งกระบวนการเป็นการดำเนินการโดยผิดกฎหมาย ทั้งสิ้น เป็นการท้าทายทั้งหลักนิติรัฐและนิติธรรม ถามว่าทำไมทำได้ ก็ต้องออกมายอมรับว่าเสียงที่สังคมกำลังพูดกันดังลั่นก็คือ ที่มาของรัฐบาลและกระบวนการนี้มีที่มาพิเศษ และแอบอ้างกระทำการในสิ่งที่สวนต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะวันนี้ได้เปลือยตัวตนอย่างชัดเจน สารภาพออกมาแล้วว่าความตายทั้งหมดยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ ในเมื่อยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ แล้วไปฟ้องแกนนำและตัวผมได้อย่างไรว่าฆ่ากันเอง

ฉะนั้น เท่ากับว่าดีเอสไอได้ฟ้องเท็จส่งให้ อัยการ อัยการก็ฟ้องเท็จจนเป็นเหตุให้ศาลประทับรับฟ้องตามความเท็จนั้น แต่ความเท็จทั้งหมดไม่มีใครรับผิดชอบอะไร ที่ผมบอกว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้คิดจะเป็นรัฐบาลต่อเนื่องอีก 20 ปี ก็ทำไปเถอะ แต่คดีมีอายุความ 20 ปี วันใดที่เปลี่ยนรัฐบาล คดีฆ่าคนตาย 91 ศพ 91 คดี มีโทษประหารชีวิต 91 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 2,000 คน ก็จะตกเป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่า คือพูดได้ว่าไม่มีใครที่จะถูกดำเนินคดีหนักหนาในเวลานี้ แต่เนื่องจากกระบวนการวันนี้มันรวนหมดทั้งประเทศ แต่เชื่อว่าประเทศไทยอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้หรอก ความยุติธรรมจะบังเกิด เหมือนเรามีความคาดหวังว่าศาลอาญาระหว่างประเทศเมื่อมีการประทับรับฟ้องจะ ได้ดำเนินการ เพราะหลายอย่างเป็นข้อเท็จจริง การดำเนินคดีในประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็เป็นเหตุอยู่แล้ว เอาคนสั่งฆ่ามาเป็นฝ่ายคนดำเนินคดี เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า 6 เดือนที่ผ่านมาประเทศนี้ยังเต็มไปด้วยความอยุติธรรม

คนเสื้อแดง จะทำอย่างไร

ผมบอกพรรคพวกว่าเรามีบทเรียนการต่อสู้ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่เราต่อสู้จนกระทั่งนำไปสู่ความตาย รอบหลัง 10 เม.ย. จนถึง 19 พ.ค. ได้ให้คำตอบเราเป็นอย่างดีว่าความอำมหิตในประเทศนี้เกินกว่าประชาชนชาวไพร่ จะคาดคิดได้ การต่อสู้โดยเฉพาะแกนนำที่ขณะนี้เกือบทั้งหมดอยู่ในคุก ที่ต้องหลบลี้หนีภัยและที่เหลืออยู่มีความรู้สึกเช่นเดียวกันว่าการต่อสู้ ไม่ควรจะต้องมีใครไปตายอีก แต่ทั้งนี้ประชาชนไม่ได้กลัวตายนะ ที่เรายุติการชุมนุมเพราะไม่ต้องการให้ประชาชนตาย แต่ถามว่าประชาชนหยุดการต่อสู้หรือ ผมบอกได้ว่าตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาคนเสื้อแดงเกิดขึ้นมากกว่าเดิมเป็นจำนวนมาก เป็นการฆ่าเท่าไรก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ดีเอสไอ สรุปเป็นการตายจากการกระชับพื้นที่

ขณะนี้ความพยายามของดีเอสไอก็คือ การบิดเบือนเรื่องวิถีกระสุน ต้องยอมรับว่าบนตึกสูงที่อยู่ในพื้นที่ราชประสงค์มีเจ้าหน้าที่ของ ศอฉ. อยู่ ไม่ว่าจะเป็นทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ตะวันตก ฉะนั้นคำนวณทิศไม่ได้เพราะตึกสูงหน้าเวที หลังเวที ข้างเวที บริเวณจุดต่างๆมันชัดเจน เราจึงบอกว่าต้องชันสูตรว่าแต่ละคนได้รับกระสุนอะไร วิถีกระสุนอะไร แล้วคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ต้องเป็นประจักษ์พยานที่ระบุว่าใครเป็นคนร้าย แล้วกระบวนการดำเนินคดีก็จะถึงตรงนั้น ผมเตือนดีเอสไอเลยว่าขณะนี้กฎแห่งกรรมกำลังจะมาเยือน ใช้งบเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะยัดเยียดใส่ร้ายคนเสื้อแดง แต่ความจริงเป็นสัจธรรม ความจริงเป็นอมตะ จะทำอย่างไรก็หนีความจริงไปไม่พ้น แม้ว่าผลจะออกมาอย่างนี้ก็ไม่ได้จบนะ แสดงว่าคุณฟ้องเท็จ ใส่ความผู้ต้องหา แล้วคุณยังนั่งเป็นอธิบดีอยู่ได้อย่างไร แล้วอัยการจะเอาองค์กรนี้มาแลกได้อย่างไร ทั้งหมดเราบอกว่ามันเป็นรังสีอำมหิตที่ไร้ซึ่งความเมตตาทั้งปวง ไปคุมขังผู้บริสุทธิ์ 6 เดือน ฉะนั้นการกล่าวหา การยัดเยียดเรื่องเป็นผู้เผาบ้านเผาเมือง เป็นต้นเหตุของความตาย ทั้งที่ความตายทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนไฟไหม้ และที่ไฟไหม้ทุกที่ไปตรวจสอบแล้วพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการ จัดฉาก มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าโดยกำลังของฝ่ายรัฐทั้งสิ้น เพราะจากเหตุเผาศาลากลางจังหวัดพบว่าน้ำมันไหลจากบนลงล่าง ยางรถยนต์อยู่ในศาลากลางก่อนที่คนเสื้อแดงจะไปถึง เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นห้างเดียวที่อยู่บริเวณนั้น ที่ทำประกันเรื่องการก่อการร้าย ขณะที่ห้างเกษร พลาซ่า ไม่มีการทำประกันเอาไว้ แต่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นห้างที่ติดกับเวทีก็ตาม จะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างไร

มีนักรบชุด ดำทำร้ายประชาชน

เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสร้างสิ่งนี้หรือหาความ จริงให้ได้ แต่ ถามหน่อยว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่หน้าบ้านนายกฯ ทหารที่อยู่ตามตึกต่างๆก็ใส่ชุดดำ ที่มีการพูดว่ามีการลอบทำร้ายนายกฯ ความจริง รปภ. ก็เป็นชุดดำๆ ทำไมไม่ออกมาพูด ดังนั้น จะเป็นใครก็ตามเป็นหน้าที่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 เรื่องการอำนวยความยุติธรรม ไม่ว่าเสื้อสีใดๆ ทำผิดฆ่าคนตายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย การจะยัดเยียดสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้กับบางคน แล้วบอกว่าเขาไปทำความผิดทั้งหมดมันไม่ได้ เพราะภาพถ่ายมันชัดเจนว่าทหารยิงด้วยสไนเปอร์ ยิงด้วยอาวุธที่มีความเร็วสูง มีความรุนแรง และคนที่ตายคือประชาชน ไม่มีใครมีอาวุธเลยแม้แต่คนเดียว

“สุเทพ” ว่าเพราะฝึกมาดี พอถูกยิงตายก็วิ่งไปเก็บอาวุธ

คุณสุเทพ เทือกสุบรรรณ เป็นมนุษย์พันธุ์วิเศษ ระวังกรรมจะตามทัน แสดงว่าคนที่ตายเขารู้ว่าจะตายจึงเอาอาวุธไปฝากไว้ที่วัดปทุมฯก่อนที่จะมา ตายใช่หรือไม่ เป็นเหตุผลที่เลวร้าย ไร้ความสำนึก เหมือนกับที่บอกว่าแกนนำเสื้อแดงจ้างคนมาตาย ซึ่งในโลกของความเป็นจริงไม่ใครจ้างใครให้มาตายได้ แต่มีการจ้างคนให้ไปฆ่าคนได้ ถ้ามีการจ้างใครให้ไปตายได้ ผมขอจ้าง ให้นายสุเทพไปตายซะ จะเอาสตางค์เท่าใดจะหามาให้ ดังนั้น การบอกว่าคนที่ตายเป็นมืออาชีพ อาวุธจึงไม่อยู่ในมือ มนุษย์เขาไม่อธิบายอย่างนั้นหรอก แต่เป็นมนุษย์เส็งเคร็ง มนุษย์ไร้ความรับผิดชอบ พูดอะไรก็พูดได้ ผมบอกไว้ว่า ถ้าคุณสุเทพตายจะมีอาวุธอยู่ในมือหรือไม่ เพราะมนุษย์ที่ตายไม่รู้หรอกว่าเขาจะถูกฆ่า ใครเป็นมืออาชีพรู้ว่าตัวเองจะตายจึงเอาอาวุธไปฝากไว้ที่วัดปทุมฯ เป็นเหตุผลที่เลว

6 ศพที่วัดปทุมฯประจานอะไร

มันก็ชัดเจนที่สุด ภาพถ่ายผมเห็นฉบับเต็มที่เผยแพร่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนถ่าย เพราะอยู่ในมุมเดียวกันระหว่างวัดปทุมฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรถไฟฟ้า อยู่ตรงกลาง จึงเป็นมุมเดียวที่จะถ่ายภาพได้ รัฐบาลพยายามอธิบายว่าทหารไปอยู่ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. ที่จริงคือไม่ใช่ ข้อเท็จริงคือ ภาพวันที่ 19 เหมือนทหารมาล้อมเซ็นทรัลเวิลด์ก่อน 5 โมงเย็น ทหารก็พรึบแล้ว ล้อมไม่ให้คนข้างในเผา ไม่ให้รถดับเพลิงเข้าไป ผมถึงบอกฆาตกรคนที่ฆ่า คนที่เผา คนที่จับ คนที่ปล่อย คือคนคนเดียวกัน

พล.อ.ดาว์พงษ์ บอกว่าไม่มีการใช้สไนเปอร์

ก็ให้ พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก พูดอย่างนั้นต่อไปเถอะ ประเทศนี้สอนให้คนเป็นลูกผู้ชายทำอะไรก็ยอมรับ เมื่อพูดอย่างนั้นก็เป็นเรื่องของท่าน ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่พูดเหล่านั้น

กองทัพยัง คงตรึงทหารใน กทม.

ใครคิดทำอะไรกับประเทศนี้ทำได้หมด ยิงคนมือเปล่าไม่มีอะไรง่ายกว่านี้แล้ว ขณะเดียวกันประเทศนี้การปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นอย่างง่ายดายมาก ง่ายพอๆกับไปซื้อของในเซเว่น-อีเลฟเว่น ฉะนั้นข่าวเรื่องการปฏิวัติที่ผมบอกว่าจะมีการแตะมือระหว่างพันธมิตรฯกับ ทหาร โดยแหล่งข่าวบอกว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ตัวนายกฯก็พูดเช่นเดียวกัน ทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ชัดว่าประเทศที่อ่อนแอระบอบประชาธิปไตยอย่างประเทศไทย การปฏิวัติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน การมีทหารอยู่จะทำอะไรก็ได้

ใครอยาก ปฏิวัติก็ปฏิวัติไป หน้าที่ของเราคือประชาชนต้องค่อยๆคิดกันไป โดยเฉพาะประชาชนพลเมืองชั้นสองในประเทศนี้ที่เราไปพบเขาเจ็บปวดมากกว่า รัฐบาลชุดนี้ก็พร้อมไปกับคณะปฏิวัติ แต่ไม่ได้ไปพร้อมด้วยเสียงคะแนนของประชาชน เพราะเลือกตั้งครั้งหน้าก็รู้ผลจากชะตากรรมประชาชนอยู่แล้วว่าจะออกมาอย่าง ไร ก็จะเป็นหลักบอกว่าใครก็ตามไม่สามารถทำอะไรได้ทุกเรื่อง ผมก็อยากดูเหมือนกันว่าปฏิวัติแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ก็มองดูอย่างมีสติ

กองทัพทำ ทุกทางเพื่อให้ประชาชนเกลียดเสื้อแดง

ข้อเท็จจริงก็คือ ทหารที่ถูกส่งไปล้างสมองประชาชนกลับถูกประชาชนดึงมาเป็นมิตร และพูดความจริงจากปากของเขาให้ฟัง กลายเป็นว่าทหารถูกล้างสมองเสียเอง ประชาชนมีความคิด เมื่อสื่อถูกปิดเขาก็ขวนขวายที่จะรู้ความจริง เขามีอินเทอร์เน็ต ชาวนาที่ร่างกายเปื้อนไปด้วยโคลนรู้จักอำมาตยาธิปไตย รู้จักความเลวร้ายของประเทศนี้เหมือนกับคนมีความรู้ในเมือง การส่งคนลงพื้นที่ถ้าทำได้จริงพลังประชาชนคงไม่ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 50 เพราะหลังการปฏิบัติมีความพยายามที่จะทำนานแล้ว แต่ทหารที่เข้าไปในพื้นที่เมื่อกลับมาก็รายงานต่อ กอ.รมน. ว่าประชาชนเกิดแรงต้านและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาลในการเข่นฆ่า ประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ ชอบอ้างว่าคนเสื้อแดงไม่จงรักภักดี

พล.อ.ประยุทธ์ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.) ต้องตั้งสติที่เดินมาถึงตำแหน่ง ผบ.ทบ. วันนี้เป็นหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ในเรื่องการแสดงออกถึงความจงรักภักดี แต่ควรจะใช้วุฒิภาวการณ์เป็นผู้ใหญ่ และตั้งสติว่าปัญหาความจงรักภักดีหรือไม่จงรักภักดีในประเทศไทยเกิดขึ้นจาก คนได้เอาสถาบันมาใช้เพื่อตัวเอง และเอาไว้เพื่อทำลายผู้อื่น ป้ายพรรคการเมืองที่ไปขึ้นเพื่อปกป้องสถาบัน แต่หลังฉากนักการเมืองเหล่านั้นไปประพฤติชั่ว ทุจริต โยกย้ายข้าราชการอย่างอยุติธรรม ไปเรียกค่าหัวคิว ถามว่าเป็นผลดีต่อสถาบันหรือไม่ พอมีปัญหาเขาให้ไปดูป้าย รวมถึงการอ้างสถาบันเพื่อฆ่าคน อันนี้ผิดหนัก

นักการเมืองบางคนเป็นความเลวร้ายของประเทศนี้ บอกว่าตัวเองต้องปกป้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปกป้องคนไทย 63 ล้านคน คนที่อ้างสถาบันกลายเป็นคนทำลายสถาบันมากที่สุด อ้างสถาบันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วทำลายผู้อื่น เอาไว้แสวงหาผลประโยชน์ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตั้งหลักอันนี้ วันนี้ต้องกลับไปนับหนึ่งว่าปัญหาทั้งหมดเกิดมาอย่างไร และแก้อย่างมีสติ ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุด ปัญหาต้องแก้จากต้นเหตุไม่ใช่แก้ที่ปลายเหตุ

อาวุธที่ ศอฉ. ยึดได้ตรวจสอบหรือยัง

ความจริงก็ คือเขาไม่ใช่ยึดได้ แต่เป็นอาวุธที่เรายึดได้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. แล้วมีการส่งมอบคืนให้ ส่วนอาวุธในคลองข้างวัดปทุมฯ เป็นอาวุธที่ทหารเอามาโยนไว้เอง เพราะเวลา 2 วันนั้นกำลังทหารคุมเบ็ดเสร็จแล้ว ถ้าพวกเรามีอาวุธอยู่จริง นักข่าวเป็นร้อยทั้งไทยและเทศก็ต้องเห็น ในเขตชุมนุมไม่ได้เป็นพื้นที่หวงห้าม จากทางการข่าวทราบว่า ศอฉ. ยึดอาวุธไม่ได้เลย การยัดเยียดอะไรก็แล้วแต่ความจริงก็หนีความจริงไม่พ้น

เสื้อแดง หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

คนเสื้อแดงวันนี้ คือก่อนการชุมนุม 68 วันที่ กทม. ประชาชนมีทุกระดับ ทุกสาขาอาชีพ หล่อหลอมรวมมาเป็นหัวใจเดียวกัน เพราะเห็นความอยุติธรรม เห็น 2 มาตรฐาน เมื่อเขามาอยู่ที่ราชดำเนิน ราชประสงค์ ไม่มีโรงเรียนการเมืองใดทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า 68 วันนี้อีกแล้ว ที่ได้ฉายความเป็นตัวตน ความอำมหิตทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้หมด วันนี้ประชาชนไม่จำเป็นต้องมีแกนนำ ผมไม่อยู่เขาก็มา ยังไงประชาชนก็มา ใครก็ตามที่ต่อสู้แล้วไม่ทรยศต่อประชาชน เขาก็พร้อมที่จะต่อสู้ ผมบอกกับพรรคพวกเสมอว่า คำว่าแกนนำเป็นมายา ภาพความน่าเชื่อถืออยู่ที่พฤติกรรมของเรา วันหนึ่งเราไม่ซื่อสัตย์ต่อคนเสื้อแดง เขาก็ไม่ตามเรา แต่ถ้าเราอยู่เคียงข้างต่อสู้ ไม่ทรยศเขา คนเสื้อแดงก็พร้อมเป็นเพื่อนตายกับเรา ทุกคนเหมือนกับเป็นผู้นำอยู่แล้ว บางคนคิดว่าเอาแกนนำไปขังหรือฆ่าแกนนำทุกอย่างก็จบ แต่ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยไม่ใช่อย่างนั้น ตายหนึ่งเกิดล้านมันป็นสัจธรรม ยิ่งฆ่ายิ่งเพิ่ม

ขณะนี้ประชาชนโตขึ้นกว่าเดิม 2-3 เดือนแรกเหมือนคนอกหัก มีความรันทด มีความกดดัน แต่ระยะหลังทุกคนต่างมีสติ บอกว่าน้ำตาไม่ต้องไหลออกมาแล้ว ให้ไหลไว้ในอก ซึ่งเรามีบทเรียนไว้ให้แก้ไข บทเรียนไม่ได้มีไว้ให้หวาดกลัว แต่มีไว้ให้ต่อสู้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น เท่าทันในการต่อสู้ มนุษย์ไม่ควรจะเดินย่ำไปในทางทิศทางที่ถูกกระทำย่ำยี

175 คนในเรือนจำจะได้ออกวันไหน

ไม่มีคำตอบ เพราะว่ากระบวนการยุติธรรมประเทศนี้พินาศไปแล้ว นายกฯทักษิณ (ชินวัตร) สอบถามคนที่สามารถให้ประกันตัวได้ว่า ทำไมคนเสื้อเหลืองที่ถูกคดีเดียวกันถึงได้รับการประกันตัวอย่างง่ายดาย แต่คนที่เข่นฆ่าประชาชนไม่ต้องถูกดำเนินคดี มันจึงไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย ถามว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อไร ตอบไม่ได้เหมือนกัน ผมที่จะปิดสมัยประชุมอีกไม่กี่วันก็ไม่รู้จะถูกขังหรือเปล่า ตอบไม่ได้เหมือนกันกับกระบวนการในประเทศนี้ เพราะมีอะไรเกิดขึ้นได้ เพียงแต่เราต้องยืนอย่างคนที่ไม่ยอมจำนน เดินหน้าต่อสู้ต่อไป และให้การกระทำของเราเงยหน้าก็ไม่อายฟ้า ก้มหน้าก็ไม่อายดิน ให้ทระนง จึงบอกกับพี่น้องเราข้างนอกว่า ถ้าท้อแท้ในชีวิตให้มองพี่น้องเราที่อยู่ในเรือนจำ บอกพี่น้องในเรือนจำว่าถ้าเกิดท้อแท้ในชีวิตขึ้นมาให้ดูพี่น้องเราที่ตาย และได้รับบาดเจ็บ จะเกิดความคิดว่าเรายังต้องมีชีวิตอยู่ เดินหน้าต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ เพื่อประชาธิปไตย และความยุติธรรมในประเทศนี้ต่อไป

คนเสื้อแดง จะอยู่อย่างไร

คนเสื้อแดงจะอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน และยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน แววตาและจิตใจพร้อมที่จะต่อสู้มากกว่าเดิม เป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นมาทั้งโลกว่า ไม่ว่าทรราชประเทศใดเข่นฆ่า ประชาชนจำนวนเท่าไร ประชาชนจะเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว บทเรียนนี้สอนให้กับทุกประเทศมาแล้ว และประเทศไทยก็ควรจะได้เห็นว่าบทเรียนในแต่ละประเทศเกิดอย่างไร วันนี้คนที่มีอำนาจต้องมองอย่างมีสติ มองต้นตอของปัญหา ใครเอาสถาบันมาใช้ประโยชน์ พวกนี้คือตัวทำลายสถาบันมากที่สุด ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จะต้องจัดการกับคนเหล่านี้ ส่วนประชาชนไม่มีเหตุอะไรที่จะไปคิดอย่างนั้น ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เห็นชัดเจนว่าความยุติธรรม ความเสมอภาคบังเกิด ประชาชนก็เป็นปรกติ ถามว่าทำไมอยู่มาตั้งนานคนไทยไม่เคยมีความรู้สึกนี้เลย วันนี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดขึ้นมา ต้องนึกว่าสาเหตุเกิดจากอะไร จะได้แก้ไขอย่างมีสติ

คุณ อภิสิทธิ์ คุณสุเทพ ลองนึกดูบ้าง ถ้าคุณเป็นฝ่ายผมบ้าง ได้รับการกระทำอย่างที่ฝ่ายผมถูกกระทำ วันนี้คุณจะรู้สึกอย่างไร และมองไปข้างหน้าว่า วันที่คุณถูกดำเนินคดี วันที่กระบวนการยุติธรรมปรกติ 91 คดีฆ่าคนตาย ประหารชีวิต 91 ครั้ง พยายามฆ่าอีก 2,000 คดี ตายกี่ชาติ ติดคุกหรือประหารชีวิตกี่ครั้งจึงจะชดใช้กรรมได้หมด วันนี้อยู่ในฐานะดูเหมือนว่าได้เปรียบ อีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ ความจริงไม่ใช่ ที่เสียทั้งขึ้นทั้งล่องคือประเทศ ซึ่งย่อยยับไปแล้ว

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 286 วันที่ 20 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 18 คอลัมน์ ฟังจากปาก โดย วัฒนา อ่อนกำปัง




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s