วิเคราะห์กลุ่มพันธมิตรฯ

เราลองมาวิเคราะห์กันเล่นๆดูสักวันว่า เพราะเหตุใดมวลชนคนเสื้อเหลืองจึงมาชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภากันหร็อมแหร็มไม่เป็นขบวน

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แกนนำคนเสื้อเหลืองได้โหมประโคมเรียกระดมกันอย่างเต็มกำลัง และทั้งที่ประเด็นก็เป็นเรื่องเก่าที่เข้าใจกันดีแล้วตั้งแต่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เริ่มเข้าบริหารประเทศ

การชุมนุมคราวนี้ต้องถือว่าเป็นการแสดงพลังครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งจริงๆหลัง จากโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงไปแล้ว เพราะในปี 2550 ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนเสื้อเหลืองดูจะสงบเสงี่ยมเป็นพิเศษ

แม้หลายโอกาส สนธิ ลิ้มทองกุล จะพ่นพิษใส่รัฐบาลนั้นผ่านทาง ASTV แต่ก็ไม่มีการชุมนุมมวลชนแต่อย่างใด ไม่แน่อาจเป็นเพราะว่าพลพรรคของพันธมิตรฯได้รับการแบ่งสรรปันเก้าอี้ใน รัฐบาลบ้าง ในสภานิติบัญญัติ และในสภาร่างรัฐธรรมนูญบ้างจนเป็นที่น่าพอใจ

แต่พอมีการเลือกตั้งหลัง 23 ธันวาคม 2550 ได้สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการขยับตัวจะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ลงคะแนน เสียงให้พรรคพลังประชาชน พันธมิตรฯก็เริ่มจับกลุ่มประกาศจะชุมนุมคัดค้าน

คุณสมัครก็เลยลงเบรกการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน พันธมิตรฯเงื้อค้างไม่ได้ชุมนุมตามคำขู่

การว่างเว้นกิจกรรมการชุมนุมไปนาน ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปแล้วก็เริ่มมาชุมนุมกะปริบกะปรอย แล้วยกระดับขึ้นชุมนุมใหญ่อีกเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ถึงขั้นยึดทำเนียบรัฐบาลและยึดสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมือง จนต้องกลายเป็นผู้ต้องหาไป 100 กว่าคน ทำให้พันธมิตรฯหายคึกไปเยอะ

พอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนเสื้อเหลือก็แทบจะหมดพลังเอาทีเดียว

ความจริงข้อนี้พิสูจน์ได้จากการชุมนุมหลายครั้งหลายหน เรื่องข้อพิพาทเขาพระวิหาร แต่ไม่ได้ผล
มาถึงวันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่พันธมิตรฯเสื้อเหลืองจะตัดญาติขาดไมตรีกับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ จึงได้มีการเรียกระดมอย่างเต็มที่เพื่อแสดงพลังต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นัยว่าเป็นการทอดสะพานให้ทหารทำการยึดอำนาจอีกสักครั้งหนึ่งตามแนวทางที่พวกเขาถนัด

แต่เห็นผู้คนที่มาชุมนุมตามคำเชิญชวนแล้วใจหาย

พันธมิตรฯเสื้อเหลืองหายไปไหนหมด?

นี่คือหัวข้อวิจัยสำหรับวันนี้

โดยไม่ต้องออกแบบสอบถามหรือทำโพลล์ให้เสียเงิน เสียเวลา ผู้เขียนจะลองตอบคำถามนี้ว่าคนเสื้อเหลืองหายไปด้วยเหตุต่อไปนี้

1. คนเสื้อเหลืองเห็นว่าแกนนำไม่จริงใจ หลอกให้ออกมาเคลื่อนไหว อ้างการเมืองภาคประชาชน แล้วต่อมาก็ตั้งพรรคหวังยึดกุมอำนาจรัฐ

2. คนเสื้อเหลืองเริ่มรู้สึกว่าตกเป็นเครื่องมือของการทำลายล้างทางการเมือง เมื่อเหตุผลในการยึดอำนาจของ คมช. ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ทั้ง 4-5 ข้อไม่มีมูลความจริง และพิสูจน์อะไรไม่ได้สักข้อเดียว

3. คนเสื้อเหลืองได้พบความจริงว่าการเมืองไทยหรือการเมืองประเทศไหนๆก็ตาม ไม่สามารถทำอย่างบริสุทธิ์เหมือนเรื่องศาสนาได้ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ หรือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ หรือรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน คณะรัฐมนตรีแต่ละชุดมีกิเลสตัณหาเหมือนๆกัน

4. ข้อนี้ดูจะเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนเพิ่งค้นพบ และคิดว่าไม่น่าจะผิดความจริงนั่นคือ ผู้เขียนเห็นว่าแท้จริงแล้วมวลชนของพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองก็คือมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง

ตั้งแต่ปี 2548-2552 มวลชนของพรรคประชาธิปัตย์เข้ารวมตัวกับแกนนำคนเสื้อเหลือง เคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากอำนาจไปแล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้อำนาจรัฐสมปรารถนาแล้ว มวลชนประชาธิปัตย์ก็ถอนตัวออกไป เหลือมวลชนของพันธมิตรฯจริงๆหร็อมแหร็มเท่าที่เห็น

ข้อสรุปนี้อาจทำให้พันธมิตรฯเจ็บปวดหน่อย แต่เชื่อว่ายังดีกว่าหลงอยู่ในความโง่งมตลอดกาล

ที่มา : โลกวันนี้ รายวัน 25 พ.ย. 2553 โดย อคนี คคนัมพร



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s