ลุงหมัก-เสธ.แดง-เอเอสทีวี

ก่อนจะเข้าบทความผู้เขียนมีโอกาสเข้าร่วม สัมมนาทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) จังหวัดชลบุรี กับนางสาววาสนา นาน่วม เจ้าของผลงาน “ลับ ลวง เลือด” ที่มาเป็นวิทยากร โดยวิพากษ์ว่า “ทหารสายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการแต่งตั้งนายทหารระดับชั้นนายพันลงไปควบคุมพื้นที่ในภาคอีสาน”

ในขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็นว่า

“ประชาชนคนเสื้อแดงทุกวันนี้ไม่กลัวตายแล้ว การต่อสู้ครั้งต่อไปจะเป็นการต่อสู้ที่รุนแรง ระหว่างทหารสายพลเอกประยุทธ์ กับทหารสายตรงข้ามกับพลเอกประยุทธ์ในกองทัพบก รวมทั้งแนวร่วมประชาชนชาวไทยที่ยากจนและคนชั้นกลางคนเสื้อแดง ถึงขั้นที่คนเสื้อแดงไม่ยอมตายฟรีอีกแล้ว

จะมีการสะสมความรู้ทั้งทางด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ สะสมทุนเป็นการบริจาคเงินของประชาชนที่ยากจนกับคนชั้นกลางเพื่อเป็นกองทุน รวมทั้งการจัดตั้งกองกำลังติดความรู้โดยไม่ผ่านพรรคการเมืองใด แล้วประเทศไทยจะเข้าสู่ “สงครามกลางเมืองรูปแบบใหม่” โดยคนเสื้อแดงจะใช้ความรู้และทุนของคนยากคนจนสู้กับปืนและพลเอกประยุทธ์ใน พื้นที่ภาคอีสาน”

นื่เป็นการวิพากษ์ในวงสัมมนาทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน)

ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานรำลึกถึงบุคคลซึ่งถูกมองว่าเป็นแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นที่รู้จักระดับประเทศถึง 2 คนคือ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง คนหนึ่งนั้นเป็นงานพระราชทานเพลิงศพ ส่วนอีกหนึ่งเป็นการรวมกลุ่มของประชาชนคนเสื้อแดง เพื่อรำลึกถึงการจากไปครบ 6 เดือน

ทั้งสองคนเหมือนกันตรงที่ถูกจับตาจากสังคมว่าเป็น “แดงตัวพ่อ” คือเป็นแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นที่รู้จักไปทั่ว นายสมัครเป็นหัวหน้าพรรคคนเสื้อแดงในยุคพรรคพลังประชาชน ส่วน เสธ.แดงมีบทบาทในการวิพากษ์การทำงานของรัฐบาลหลายชุด จนกลายมาเป็นแกนนำการ์ดคนเสื้อแดงที่มีบทบาทในเชิงรุก จนกระทั่งแกนนำ นปช. คนอื่นต้องขอให้ยุติบทบาท

สิ่งที่เหมือนกันอีกประการหนึ่งคือ ทั้งสองคนรักสถาบันยิ่งชีพ ทั้งนี้ ภูมิหลังทางชาติวุฒิของนายสมัครที่เป็นลูกพระน้ำพระยามาก่อน และภูมิหลังทางคุณวุฒิของ เสธ.แดงที่รับราชการในกองทัพมาตลอด สามารถสนับสนุนเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่เชื่อลองไปหาอ่านประวัติของบุคคลทั้งสองดูได้

นิทานเรื่องนี้น่าจะสรุปได้ว่าหากเป็นคนเสื้อแดงจริงจะไม่โจมตีสถาบัน พวกที่เอาสถาบันมาวิพากษ์และสร้างข่าวลือไปต่างๆนานานั่นคือแดงเทียม คือคนที่ต้องการเข้ามาสร้างความแตกแยกให้กลุ่มคนเสื้อแดงและสังคมไทย

ใครที่ประกาศตนเองว่าเป็นคนเสื้อแดงให้ย้อนกลับไปตั้งคำถามกับตัวเองอีก ครั้งว่าที่รวมกลุ่มกันนั้นเพื่อต้องการอะไร และจะพบว่าแท้ที่จริงแล้ววัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มิได้เกี่ยวกับสถาบันแต่อย่างใด แล้วเราจะนำเข้ามาเกี่ยวข้องทำไม

หากเราหลงลืมวัตถุประสงค์ของการรวมกลุ่มกันแล้วมีแต่จะกลายเป็นเป้าให้บุคคลที่ไม่ต้องการให้เรารวมกลุ่มกัน หาเรื่องโจมตีและสร้างความแตกแยกตลอดเวลา

แต่หากเราแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และมีจุดมุ่งหมายร่วมกันอย่างชัดเจน แน่นอนว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมกลุ่มเพิ่มจำนวนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อสีอื่น หรือไม่มีสีก็ตาม

เหตุการณ์ที่สนับสนุนคำกล่าวนี้คือ ในช่วงการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ เราจะเห็นว่านอกจากมีผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดเข้ามาปักหลักบนถนนราชประสงค์ที่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าเป็นการเกณฑ์มาฟัง แล้วอีกส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ชุมนุมคือผู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่เป็นญาติพี่น้องของผู้มาชุมนุมกับกลุ่มคนที่เคยใส่เสื้อสีอื่นและ ต้องการทราบข้อมูลเพื่อประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจ

กลุ่มหลังนี่เองที่ในที่สุดก็เปลี่ยนมาสวมเสื้อแดงกันเป็นแถว เพราะได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และอุดมการณ์ที่คนเสื้อแดงประกาศไว้ ไม่ใช่ตามที่รัฐบาลออกข่าวผ่านสื่อของรัฐ

และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือการเปลี่ยนสีเสื้อของนางสาวขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาว เสธ.แดง

ใครก็ทราบว่าก่อนหน้านี้นางสาวขัตติยาเป็นสมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เรื่องในครอบครัวคงไม่มีใครบอกได้ว่าพ่อกับลูกพูดกันได้อย่างไร หากแต่สิ่งที่นางสาวขัตติยาได้บอกภายหลังการเสียชีวิตของพ่อว่า เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็ทราบได้ว่าใครที่จะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือตน เพราะหันไปทางไหนจะมีแต่คนเสื้อแดงคอยเป็นห่วงเป็นใย ช่วยเหลือตามกำลังที่มี นั่นจึงทำให้นางสาวขัตติยาตัดสินใจเปลี่ยนสีเสื้อในที่สุด และพบว่าพ่อของตนเป็นที่รักและนับถือของคนเสื้อแดงมากกว่าที่คิดไว้นัก

เคยบอกแล้วว่าในเวลาที่ทุกข์ที่สุดทุกคนต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจ แล้วในเวลานั้นแกนนำพันธมิตรฯหายไปไหน มัวแต่ห่วงภาพพจน์และบทบาทของพันธมิตรฯ จึงทำให้ความเชื่อมั่นศรัทธาของผู้สนับสนุนค่อยๆหายไป

พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯทั้งหลายเคยวิเคราะห์ในประเด็นนี้บ้างหรือไม่

แม้กระทั่งในวันนี้ วันที่แกนนำคนเสื้อแดงถูกควบคุมตัว ไม่สามารถเคลื่อนไหวนำมวลชนอีกต่อไปแล้ว แต่กลับพบว่าขอเพียงมีข่าวว่ามีการนัดชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยการนำของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด ที่เป็นเพียงผู้นำทีม ไม่ว่าจะที่ใดก็ตามหากถึงเวลาคนเสื้อแดงทั้งหลายก็พร้อมใจกันมาชุมนุมรวม กลุ่มแสดงพลังอย่างมากมายทุกครั้ง และไม่เคยมีปัญหาความวุ่นวายจากการชุมนุมอย่างที่รัฐบาลพยายามสร้างภาพแต่ อย่างใด

ในทางกลับกันลองหันไปดูพันธมิตรฯเองบ้าง เมื่อสมาชิกของพันธมิตรฯ ประสบปัญหาหรือแสดงบทบาทเกินเลยใดๆ แกนนำพันธมิตรฯมีการแสดงออกอย่างไร

การยกขบวนไปเรียกร้องทวงคืนปราสาทพระวิหารของกลุ่มนายวีระ สมความคิด และกลุ่มผู้สนับสนุนที่ประกาศตนว่าเป็นพันธมิตรฯ จนเกิดการกระทบกระทั่งกับประชาชนในพื้นที่ แกนนำพันธมิตรฯที่กรุงเทพฯกลับออกมาแถลงข่าวว่าเป็นการกระทำส่วนตัว กลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้เกี่ยวข้อง

ต้องให้แกนนำพันธมิตรฯคนอื่นจากกรุงเทพฯ นำทัพขึ้นไปแสดงแสนยานุภาพ นั่นจึงจะถือว่าเป็นการแสดงความรักชาติโดยพันธมิตรฯ ของแท้ คนอื่นไม่เกี่ยว

เรื่องของความรักชาติ รักสถาบัน คนไทยคนไหนก็มีกันทั้งนั้น ไม่ใช่อยู่ที่การตัดสินใจของแกนนำพันธมิตรฯเพียงกลุ่มเดียว

อย่าเอาประเด็นในเรื่องนี้ไปโจมตีบุคคลอื่นแล้วสร้างภาพสวยงามให้กับตน เอง เพราะจะทำให้เสียงสนับสนุนลดน้อยถอยลงตามลำดับ

ระวังสักวันเอเอสทีวีจะ “จอดับ” เพราะประชาชนชาวไทยเขาไม่พอใจ

จากความจริงใจคนไทยชาวอีสานครับ

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6  ฉบับ 286 วันที่ 20 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 12 คอลัมน์ หอคอยความคิด โดย วิษณุ  บุญมารัตน์



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s