เป็นไปตามที่คาดสำหรับประชาธิปัตย์

เป็นไปตามที่บางฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าพรรคการ เมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ยังคงหนังเหนียวรอดจากการยุบพรรค แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนี้คงหนีไม่พ้นการถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่อง 2 มาตรฐานอีกเช่นเคย

และแล้วคำตัดสินยกฟ้องพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงิน 258 ล้านบาทของศาลรัฐธรรมนูญก็ทำให้ฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลพูดขึ้นมาอีก ครั้งว่า “พวกฉันทำอะไรก็ผิด ส่วนคุณทำอะไรก็ไม่เคยผิด” ถ้าจะหยาบหน่อยก็บอกว่า “กูทำอะไรก็ผิด” เสียงเหล่านี้ยังดังกระหึ่มอยู่ในประเทศไทย

ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ยังคงหนังเหนี่ยว สามารถรอดพ้นคดียุบพรรคมาได้ถึง 2 ครั้ง ย่อมเป็นที่สะใจของคนที่ตามเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นเมื่อตัวเองสมหวังแล้วก็อย่าออกมาเยาะเย้ยถากถางอะไรกันอีกเลย ส่วนฝ่ายที่อยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบแต่ว่าไม่สมหวังก็อย่าได้ชิงชังกันต่อไปเลย

การที่พรรคประชาธิปัตย์รอดมาได้ทั้ง 2 กรณี โดยไม่มีการพูดถึงเนื้อหาของคดี ทำให้ชาวบ้านคิดถึงตัวเองว่า ถ้ามีคดีฟ้องร้องแล้วชั้นสอบสวน (ตำรวจ) ทำสำนวนผิดขั้นตอน และศาลไม่พิจารณาคดีจะทำอย่างไร ชาวบ้านจะมีตัวช่วยหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นถือว่าประเทศไทยต้องเสียโอกาสแห่งความปรองดองไปเยอะทีเดียว เพราะทั้ง 2 ครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์รอดมาได้เพราะความผิดไปอยู่ที่ กกต.

หลังจากนี้เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงออกมาชี้แจงในประเด็นที่มีความเห็นไม่ ฟ้องด้วยเหตุผลทางกฎหมาย และเชื่ออีกว่าหลังจากนี้กระแสสังคม กระแสของชาวบ้านคงจะวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้กันพอสมควร

ตั้งแต่เกิดมา 60 ปี อาตมายังไม่เคยได้ยินใครกล้าแตะต้องศาลเท่ายุคนี้ อาจเป็นเพราะกฎหมายเปิดทางให้สามารถวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้จึงมีคนออกมา วิจารณ์กันมาก ถึงขนาดนายชวน หลีกภัย กรีดว่า “แปลก กล้าสอนตุลาการ” คงเป็นเพราะมีคนอึดอัดกับคดีนี้ เพราะคิดในมุมเดิมอยู่ตลอดว่า “ทำไมพวกนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด พวกเราทำอะไรก็ผิด”

สมมุติว่าหลังจากนี้สักเดือนสองเดือนเกิดมีเหตุให้ศาลสั่งยุบพรรคเพื่อ ไทยและดองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี เชื่อว่าหลายคนคงออกอาการบอกไม่ถูก และคงต้องมีคนอารมณ์ค้าง ปากกล้าออกมาวิจารณ์กระบวนยุติธรรมกันให้วุ่น ถึงแม้จะมีมูลความผิดจริงก็ตาม

ทุกวันนี้แม้แต่ญาติโยมที่มาทำบุญมักบ่นกันเรื่องการพิจารณาของศาลรัฐ ธรรมนูญ ดูแล้วเหมือนกับว่าเก็บอาการไม่อยู่ เพราะหลายครั้งพูดจาผรุสวาทออกมา มีการล่วงล้ำเกินไปจนถึงอะไรต่อมิอะไร

อาตมาฟังแล้วยังรู้สึกหนาวปนหวาดหวั่น เป็นห่วงว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป และพอได้ยินว่ารัฐบาลอาจพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชาวบ้านคงไม่อยากจะเชื่อ ดูท่าว่าตอนนี้ความวุ่นวายกำลังคุกรุ่นและพร้อมจะลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อ เพราะอารมณ์ของคนที่สนับสนุนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลดูจะแย่เอามากๆ เนื่องจากผิดหวังกับกระบวนการยุติธรรมที่พวกเขามองว่าถูกเอาเปรียบ

แม้ประเทศไทยเคยมีคดียุบพรรคเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งไม่เคยสร้างอารมณ์ให้กับคนในสังคมเท่ายุคนี้ ยิ่งคนไทยมีลักษณะนิสัยชอบเชียร์มวยรองบ่อน ฝ่ายไหนที่ถูกกระทำมากๆมักชอบเชียร์ สอดคล้องกับคำพูดของนักวิชาการท่านหนึ่งที่ออกมาพูดถึงอดีตนายกฯหลายๆท่าน ที่ต้องลงจากอำนาจเพราะถูกปฏิวัติมักหายหน้าหายตาไปเลย ยกเว้นคุณทักษิณมีข่าวอยู่ตลอด และหลายครั้งเป็นข่าวประเภทถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง จึงทำให้มีกระแสสังคมหันกลับมาสงสารคุณทักษิณ ทำให้คุณทักษิณเคลื่อนไหวได้เรื่อยๆ

เวลาอาตมาไปบิณฑบาตได้ยินชาวบ้านภาวนาขอให้คุณทักษิณกลับประเทศไวๆ ซึ่งแปลกดี แต่อาตมาคิดว่าถ้ากลับมาตอนนี้คงยุ่งกันใหญ่ เพราะพวกที่เกลียดยังมีอีกเยอะ แล้วอย่างนี้จะสามารถลงล็อก ลงตัว ร่วมมือร่วมใจกันได้อย่างไร

กรณีไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นสิ่งที่เข้าทางฝ่ายที่ไม่ชื่นชมรัฐบาล นำมาใช้โจมตีเรื่องมาตรฐานทางกฎหมายอยู่เรื่อยๆ อย่างนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไรบ้านเมืองถึงจะมีความสุขกันเสียที เมื่อไรถึงจะกินนอนกันได้อย่างไม่ต้องหวาดผวา

ที่มา : โลกวันนี้ 10 ธันวาคม 2553

 



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s