เมื่อข้าพเจ้ามี “อำนาจ”

ไม่รู้ว่าตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรรคประชาธิปัตย์รอดพ้นจากการยุบพรรคทั้ง 2 คดี

คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รู้สึกอย่างไร

แน่นอนว่าต้อง “ดีใจ” ที่ชนะ

แต่ในส่วนลึกของจิตใจ อยากรู้ว่าคนที่มีพื้นฐานจิตใจดีอย่าง “อภิสิทธิ์” รู้สึก “อาย” บ้างหรือเปล่า??

เหมือนกับตอนที่ตัดสินใจรับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ทั้งที่รู้ว่ามีการจัดตั้งรัฐบาลในกองทัพ

จะบอกว่ากองทัพไม่ได้ยกมือให้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ไม่ได้ยกมือให้

จะบอกว่าเป็น “นายกรัฐมนตรี” เพราะ ส.ส.ในสภายกมือให้

ก็ “ใช่” ไม่มีใครเถียง

แต่ใจย่อมรู้ว่า “ความจริง” เป็นอย่างไร

รู้ว่ามี “อำนาจนอกระบบ” กดดันพรรคร่วมรัฐบาลให้ย้ายขั้วมาอยู่กับ “ประชาธิปัตย์”

แต่ก็ยังยอมรับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”

เหมือน กับครั้งนี้ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไรก็ตาม แต่ “อภิสิทธิ์” ต้องเห็นผังการเงินที่โยกย้ายจากกระเป๋าของ “เมซไซอะ” ไปยังญาติพี่น้องของผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์

และรู้ว่า “ประจวบ สังข์ขาว” นั้นใกล้ชิดสนิทสนมกับคนในพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร

“นักเลือกตั้ง” อย่าง “อภิสิทธิ์” ก็คงเข้าใจได้ไม่ยากว่าเงินก้อนนี้ เขาเอาไปทำอะไรในการเลือกตั้ง

และรู้อยู่กับใจว่าการโยกย้ายเงินแบบนี้ถูกต้องหรือเปล่า ??

หรือเรื่อง “ความตาย” ที่ “ราชประสงค์” ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 โดยเฉพาะกรณี 6 ศพในวัดปทุมวราราม

“อภิสิทธิ์” ยืนยันตลอดว่า “ไม่จริง”

ชี้แจงในสภาว่า กระสุนยิงจากแนวราบ ไม่ใช่จาก “บน” ลง “ล่าง”

วันนี้ “ความจริง” ต่างๆ เริ่มชัดเจนขึ้น รวมทั้ง “ความจริง” ในคุก ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และคณะกรรมการชุด “คณิต ณ นคร” เอามาเปิดโปง

อยากรู้จริงๆ ว่า เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้แล้ว “อภิสิทธิ์” รู้สึกอย่างไร

ไม่รู้ว่าวันนี้ “อภิสิทธิ์” ยังจำภาพของการเมืองไทยและระบอบประชาธิปไตยในความใฝ่ฝัน เมื่อวันที่ลาออกจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาลงรับสมัครเลือกตั้งได้หรือเปล่า

ภาพนั้นเมื่อเทียบกับ “ประชาธิปไตย” ในวันนี้

วันที่มีคนชื่อ “อภิสิทธิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี

ยังเป็น “ประชาธิปไตย” เดียวกันหรือไม่

คำถามเหล่านี้ อยากให้ “อภิสิทธิ์” ตอบจากใจของคนชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

ไม่ใช่คนที่เป็น “นายกรัฐมนตรี” ที่ต้องแบก “ความรับผิดชอบ” ทางการเมืองมากมาย

ไม่ต้องบอกใคร แต่บอก “ใจ” ของตัวเอง

ถามช้าๆ ชัดๆ และตอบด้วยใจของคนชื่อ “อภิสิทธิ์” ที่ไม่ใส่ “หัวโขน” อะไรเลย

บางทีการเมืองไทยอาจเปลี่ยนโฉมหน้าครั้งใหญ่ เมื่อ “อภิสิทธิ์” นั่งถามตัวเองอย่างจริงจัง

และตอบตัวเองอย่างจริงใจ

ทำไมเราเปลี่ยนไป????

และเมื่อยอมรับว่าเราเปลี่ยนไป

แล้วทำไมเราไม่เปลี่ยนแปลง

นึกถึงวาทะประวัติศาสตร์ของ “ปรีดี พนมยงค์” อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโส เมื่อครั้งหมดอำนาจ

“เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ข้าพเจ้าไม่มีประสบการณ์ เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจ”

ไม่แน่นักอีก 10 ปีต่อจากนี้เราอาจได้ยินวาทะประวัติศาสตร์ใหม่

“เมื่อข้าพเจ้ามีอุดมการณ์ ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจ

…เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ข้าพเจ้าไม่มีอุดมการณ์”

ที่มา : คอลัมน์ สถานีความคิด หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2553
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1292073777&grpid=&catid=02&subcatid=0207
โดย : สรกล อดุลยานนท์

 


One Comment on “เมื่อข้าพเจ้ามี “อำนาจ””

  1. […] This post was mentioned on Twitter by Siam Parade, ThaiNEWSpace. ThaiNEWSpace said: เมื่อข้าพเจ้ามี “อำนาจ”: ไม่รู้ว่าตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรรคประชาธิปัตย์รอดพ้นจากการยุบพรรคทั้ง 2 คดี คุ… http://bit.ly/f2oVLW […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s