ทางตัน ‘อีลิตไทย’ กับการจุดไฟในนาคร

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผลออกมาดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่าผู้คนคงยังไม่ได้คำตอบในเรื่องที่คาใจ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ถูกหรือผิด แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับลอยตัว เพราะมองแค่เทคนิคกฎหมายว่าคดีขาดอายุความนั้น ความรู้สึกของผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ต่อเรื่องดังกล่าวนับว่ามีผลอย่างรุนแรง ในทางลบแม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้ทำวิจัยอย่างเป็นระบบ แต่จากการสัมภาษณ์และสังเกตกลุ่มคนที่หลากหลาย ทั้งกรณีมวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดง และบรรดานักวิชาการ อาชีพอิสระที่เป็นชนชั้นกลางซึ่งไม่ได้เป็นพันธมิตรคนเสื้อแดงโดยตรงแต่รัก ความยุติธรรม ต่างก็มีความรู้สึกไม่เชื่อถือระบบที่ดำรงอยู่ในรัฐไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันรูปธรรมของการไม่พิจารณาคดีกลับช่วยตอก ย้ำข้อ กังขาเรื่องอำนาจนอกระบบ อำนาจที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของประชาชน หรือกลุ่มคนที่มีอำนาจโดยไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้นมี อิทธิพลต่อสังคมการเมืองไทยอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะมีใครออกมาพูดให้ยอมรับคำตัดสินอย่างไรก็ตาม ในความรู้สึกที่แท้จริงแล้วกลับเป็นตรงกันข้าม

ในข้อเท็จจริงคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นชนชั้นกลาง เท่าที่ผู้เขียนได้สัมผัสและพูดคุยพบว่าคนเหล่านี้ยังมีความเชื่อมั่น มั่นใจและเคารพในระบบองค์กรและบุคลากรของศาลยุติธรรม ซึ่งมีภาวะความเป็นสถาบันและมีความสืบเนื่องในสังคมไทย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาอย่างช้านาน แต่กับองค์กรซึ่งเป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญฉบับหลังที่เรียกตนเองว่า “ศาลรัฐธรรมนูญ” วันนี้ได้แสดงธาตุแท้ออกมาแล้วว่าเป็นเพียงองค์กรอิสระคล้ายเอ็นจีโอ กระบวนการคัดสรรบุคลากรก็มีปัญหา เนื่องจากถูกคัดสรรโดยกลุ่มอำนาจยุคปฏิวัติที่ไม่มีความยึดโยงกับประชาชน รวมถึงมีที่มาในเชิงองค์ความรู้และวิชาชีพของตุลาการที่หลากหลาย

ดังนั้น พฤติกรรมขององค์กรที่เรียกตัวเองว่าศาลรัฐธรรมนูญในข้อเท็จจริงหรือ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติแล้วยังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นบุคลากรใน กระบวนการยุติธรรมถึงขั้นที่จะเป็นศาลยุติธรรม เพราะการประพฤติและปฏิบัติที่ผ่านมาไม่ได้แสดงออกเลยว่ารักษาความยุติธรรม เป็นด้านหลัก หากแต่มีพฤติกรรมที่ยึดโยงกับกลุ่มอำนาจและมีปรัชญาแนวคิดเลือกที่จะใช้ เทคนิคกลไกของกฎหมายมารับใช้วัตถุประสงค์ทางการเมืองเสียมากกว่า

อย่างที่เคยเรียนไปแล้วในฉบับที่ผ่านมาว่าผู้คนทั้งสังคมมีความ ยุติธรรม ในใจอยู่แล้วไม่ว่าจะสีเหลืองหรือสีแดง วันนี้ต้องการรู้เพียงว่าพรรคประชาธิปัตย์โกงหรือไม่ โดยองค์กรสำคัญที่จะเป็นคนพิจารณาพิพากษาคดีได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกลับเลือกใช้ปรัชญาแนวคิดนับเอาเทคนิคกลไกทางกฎหมายเป็นแนวทางในการทำมา หากินค้าความ คล้ายๆที่เราพบเห็นบ่อยในสังคมไทยคือ คนจน คนด้อยโอกาสและไม่รู้กฎหมายจะเป็นเหยื่อของพ่อค้าความค้าคดี ท้ายที่สุดสังคมไทยเลยไม่ได้ไขข้อเท็จจริง ผลกระทบที่จะได้รับในอนาคตคือความเป็นปึกแผ่นของสังคมขาดสะบั้นลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในเรื่องความเป็นไปของรัฐไทยแล้วจะเห็นได้ว่ากลุ่มอำนาจนอกระบบ ที่ช่วยกันประคับประคองเลือกเอารัฐบาลเทพประทานของนายมาร์คให้เข้ามาอยู่จน ถึงปัจจุบันนั้นอยู่ในสภาวะถึงทางตันจริงๆ เพราะรัฐบาลแม้จะช่วยเหลือกันจนเสียหลักการ เสียความยุติธรรม หรือยุติแล้วซึ่งความเป็นธรรมก็ตาม รัฐบาลก็อยู่ต่อไปแบบไร้ความสามารถ ดังที่เราได้เห็นรูปธรรมกรณีสำคัญ เช่น การจัดวางยุทธศาสตร์ด้านความสัมพันธ์กับประเทศใหญ่โดยไร้ความสามารถที่จะ สร้างสมดุล เพราะการเลือกที่ลำเอียง รวมถึงไร้ข้อต่อรองในเชิงการเมืองระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง

กรณีของนายวิคเตอร์ บูท ชาวรัสเซียนั้น ข่าวสารที่ออกมาจากเว็บไซต์สำคัญวิกิลีกส์แสดงให้ชาวโลกเห็นชัดเจนว่ารัฐบาล นายมาร์คเดินตามก้นสหรัฐมากเกินไป ในขณะที่รัฐบาลตัดสินใจส่งตัวนายบูทให้สหรัฐโดยไม่ได้ถนอมน้ำใจหรือสร้าง เงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์กับรัสเซีย เท่ากับเราเลือกคบมหาอำนาจฝ่ายเดียว ซึ่งในวันนี้ใครก็รู้ว่าสหรัฐมีปัญหาภายในของตัวเอง ขณะที่รัสเซียก็เป็นมิตรแท้ดั้งเดิมมายาวนาน

ในขณะที่ประเทศใหญ่ในเอเชียอีกประเทศหนึ่งคือจีน ต้องยอมรับว่าความสำคัญของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีมากยิ่ง ขึ้นทุกขณะ ยกเว้นไทย ต่างมีความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายพันธมิตรกันอย่างออกนอกหน้า โดยเฉพาะประเด็นทางเศรษฐกิจ วันนี้จีนมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจบดบังสหรัฐไปแล้ว ส่วนประเทศสำคัญ 4 เสืออาเซียนก็เจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งและเลือกที่จะจัดวางให้ความ สัมพันธ์กับจีนอย่างมาก ตรงกันข้ามกับไทยที่ยังเดินตามสหรัฐทุกฝีก้าว

แม้รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะปฏิเสธว่าเรื่องวิกิลีกส์เผยแพร่เหมือนโจมตีไทยว่ายอมตามแรงกดดันของสหรัฐ นั้นไม่เป็นความจริงก็ตาม แต่คนที่รู้พฤติกรรมและประวัติ หรือพูดหยาบๆคือกำพืดของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องรู้ดีว่าเป็นลูกสมุนอเมริกาขนานแท้ ใครไม่เชื่อลองไปทบทวนเหตุการณ์ยุคสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะต้อง ไปสวามิภักดิ์กับ “คุณพ่อสหรัฐ” จนเป็นเหมือน “กู๊ดบอย” เด็กดีของคุณพ่อ และกรณีที่ฝังใจสังคมไทยอย่างมากจนถึงปัจจุบันได้แก่ การจัดการกับนักศึกษาพม่าที่ยึดสถานทูตไทย ซึ่งท้ายที่สุดไทยก็ยอมทำตามสหรัฐจนเสียเพื่อนอย่างพม่าไปในช่วงนั้น รวมถึงกรณีจัดการกับกลุ่มก๊อดอาร์มีก็พิสูจน์ถึงความเป็นกู๊ดบอยอย่างดี

ในภาพรวมแล้วอยากบอกว่าพวกอีลิตหรือกลุ่มอำนาจนอกระบบที่เลือกใช้ บริการ นักปฏิวัติจนกระทั่งสถาปนานายมาร์คมาเป็นรัฐบาล ซึ่งมีลักษณะคล้ายโอบามา คือดีแต่พูดแต่ทำงานไม่เป็นนั้น รัฐไทยมีแต่ความตกต่ำ ดูได้ง่ายๆแค่เรื่องการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ไทยได้เหรียญทองเป็นอันดับ 9 จากเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเคยได้อันดับ 3 หรือ 4 เท่านั้น เมื่อไม่กี่วันนี้เล่นฟุตบอลไทยยังเสมอกับลาว นี่ไม่ต้องอธิบายอะไรกันอีกแล้ว

ทั้งหมดเป็นเพราะกลุ่มอีลิตและพวกอำนาจนอกระบบคิดว่าฉลาดเสียเต็ม ประดา อยากแก้ปัญหาบ้านเมืองแต่ไร้สติปัญญา กลับใช้กำลังทำการปฏิวัติ ไม่เคยคิดหรือเชื่อว่าประชาชนก็มีความสามารถ และภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตย ประชาชนคนไทยในสังคมวันนี้มีวุฒิภาวะทางการเมืองสูงขึ้นแล้ว

ความโง่เขลาเบาปัญญาของกลุ่มคนพวกนี้ที่เลือกแนวทางเผด็จการและ พยายาม สร้างแต่วาทกรรมเพื่อให้คนยอมรับระบอบแบบเดิมๆ ต้องอิงพื้นฐานปรัชญาแนวคิดสังคมไทยจากวัฒนธรรมทางสังคมดั้งเดิมในลักษณะที่ ใช้ความเชื่ออยู่เหนือเหตุผล ซึ่งลักษณะเช่นนี้เคยทำงานอย่างได้ผลเฉพาะในช่วงสงครามเย็น แต่โลกหลังสงครามเย็นเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ต้องให้ประชาชนใช้วิธีคิดหรือ จิตสำนึกของตนเองพิจารณาเนื้อหาต่างๆบนหลักเหตุและผล การเลือกเฟ้นหาผู้ที่จะมาใช้อำนาจแทนตนเองจึงอิงกับระบอบประชาธิปไตยมากกว่า ระบอบอื่น เช่น อีลิตเลือกให้เพราะคิดว่าคนข้างล่างยังโง่อยู่ หรืออีกขั้วหนึ่งที่เลวที่สุดคือระบบเผด็จการ

ผู้เขียนเชื่อว่าฟางเส้นสุดท้ายของสังคมไทยที่จะให้ความเชื่อถือ หรือไว้ ใจกับกลุ่มอีลิตอยู่บ้างนั้นได้ขาดสะบั้นลงแล้ว จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญเล่นบทศรีธนญชัยนั่นเอง เพราะฉะนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ประชาชนจะรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ยอมรับวาทกรรม หรือการใช้อำนาจของกลุ่มอำนาจ หรือแม้แต่วิธีการที่จะคัดสรรหรือเลือกตั้งในระบบที่ผิดแปลกไปจากข้อเท็จ จริงของความเป็นประชาธิปไตย

ถ้าหากอีลิตยังดึงดันจะหาวิธีการได้มาซึ่งอำนาจนอกระบบ หรือในลักษณะที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนยอมรับได้แล้ว เชื่อว่าไฟในใจของผู้คนจะถูกสุมให้เกิดการต่อต้าน ขัดขืน จะเบาหรือหนักก็อยู่ที่สติปัญญาของฝ่ายอีลิตเองว่าจะเลือกเล่นเกมใด เพราะในโลกนี้ไม่มีพลังอำนาจใดจะยิ่งใหญ่กว่าพลังของประชาชนอย่างแน่นอน

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6  ฉบับ 289 วันที่ 11 – 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553 หน้า 10 คอลัมน์ ทหารใหม่วันนี้ โดย ชายชาติ ชื่นประชา



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s