ฉายารัฐบาล ‘นาธานเรียกพี่’ คุยอวดเรื่องนโยบายแต่ทำไม่ได้

กรุงเทพฯ : สำนักข่าว DNN ตั้งฉายารัฐบาลส่งท้ายปีเก่าว่า “รัฐบาลนาธาน (เรียกพี่)” ส่วนนายกฯได้ฉายา “เด็กติดอุ้ม” ขณะที่ “ชัย” รับฉายา “กวน มึน งง” ส่วนนักการเมืองแห่งปีคือ “เนวิน” เจ้าของฉายา “เนวินชิดเจ้า”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าว DNN ทางสถานีเอเชีย อัพเดท ได้ตั้งฉายารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยตั้งฉายาว่า “รัฐบาลนาธาน (เรียกพี่)” โดยให้เหตุผลว่า กรณีทหารเข้าสลายการชุมนุมจนเกิดการตายมากถึง 91 คน ในเหตุการณ์ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค. มีคนบาดเจ็บกว่า 2,000 คน แต่รัฐบาลก็ยังพูดว่าการตายของคนเสื้อแดงเป็นฝีมือของชายชุดดำ นอกจากนี้เรื่องนโยบายต่างๆที่รัฐบาลประกาศว่า 99 วัน ทำได้จริงนั้น แม้ว่าบริหารบ้านเมืองมาแล้ว 2 ปีหลายอย่างที่ประกาศไปก็ยังทำไม่ได้ รวมทั้งกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่นายกฯประกาศไว้ก็ไม่สามารถใช้บังคับกับใครได้ ตลอดจนมีเรื่องทุจริตตลอดเวลา

ส่วนฉายาของนายอภิสิทธิ์คือ “เด็กติดอุ้ม” ที่บริหารประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความหวาดกลัว ไปไหนมาไหนต้องมีทหาร ตำรวจล้อมหน้าล้อมหลัง ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเกราะกำบังให้อยู่รอดปลอดภัย สำหรับฉายาคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือ “ครม.ปอบหยิบ” โดยให้เหตุผลว่าภาพที่ผ่านมาของ ครม. เป็นการแบ่งปันงบระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

นอกจากนี้ยังตั้งฉายารัฐมนตรีต่างๆด้วย โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ฉายาว่า “ผู้จัดการจรกา” จากการที่เป็นคนตัวดำและแฝงไปด้วยความมีเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองหลายชั้น รวมทั้งเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของนายอภิสิทธิ์บนความล้มเหลวของการบริหาร บ้านเมือง

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ฉายา “ชาละวันฝันค้าง” เพราะที่ผ่านมามีบทบาทโดดเด่นจากกรณีการเป็นมือประสานสิบทิศเพื่อเดินหน้า เข้าสู่กระบวนการปรองดอง แต่สุดท้ายความฝันของ พล.ต.สนั่นต้องพังลงเนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เตะสกัดทุกวิถีทาง

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับฉายา “อาแปะห้าวเป้ง” จากบุคลิกหน้าตาเป็นอาแปะอารมณ์ดี แต่บางทีก็ฟาดหัวฟาดหางบางโอกาส โดยเฉพาะหากโครงการไหนกระแสสังคมตอบรับก็จะดันแบบเทหน้าตัก

ฉายาของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือ “ยาวแต่ไม่ใหญ่” เนื่องจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกรด A แต่ในรัฐบาลนี้บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและหน่วยความมั่นคงกลับแย่งซีนไปจนหมด

ฉายานายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือ “กระหังล่าเงา” จากภารกิจหลัก 2 อย่างคือ ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน และตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ฉายา “เจ้าแม่กรอกหม้อ” อันเกิดจากบริวารเป็นพิษ มีปัญหาตั้งแต่ตั้งทูตพาณิชย์ ราคาไข่แพง และที่สำคัญคือปัญหาโควตาการขายข้าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับฉายา “ท็อปบู๊ทสูทเลือด” คือเป็นทหารแต่ชอบใส่สูท และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นองเลือดที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีฉายาของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ “หมอโรงยาง” นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เจ้าของฉายา “รมต.บึงฉวาก” นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายา “สื่ออุปัฏฐาก” นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายา “ชิวาว่าหนีน้ำ” นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ฉายา “คอนดอม 3G”

สำหรับฉายาของสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปีที่ผ่านมากับการทำหน้าที่ โดยเฉพาะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่เอาดีแต่เล่นเกมการเมือง โดดประชุม ทำให้การประชุมล่มแล้วล่มอีกกว่า 10 ครั้งในรอบไม่ถึงปี ได้ฉายา “สภาพลอยพยัก” โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา รับฉายาว่า “กวน มึน งง”

ส่วนฉายาของ ส.ว. ที่มีทั้ง ส.ว.สรรหาและ ส.ว.เลือกตั้ง แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังมีบทบาทน้อยมากในฐานะพี่เลี้ยงสภาล่างที่ต้องทำหน้าที่ เป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล ส่วน ส.ว. เพียงกลุ่มเดียวที่สามารถกำหนดบทบาทของ ส.ว. ทั้งหมดได้คือกลุ่ม 40 ส.ว. ที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มพันธมิตรฯ จึงได้ฉายา “สภาท่าพระอาทิตย์”

ด้านศาลรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรพิทักษ์พรรคประชาธิปัตย์โดยไม่ ต้องร้องขอในผลงานการวินิจฉัยคดีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ขาดอายุความในการยื่นฟ้อง คดีน่าจะยุติตั้งแต่แรกหากศาลรัฐธรรมนูญไม่เก็บดองเรื่องไว้นานหลายเดือน แต่เมื่อคำวินิจฉัยออกแบบค้านสายตามหาชนจึงได้ฉายาว่า “ตาชั่งฝังคลิป”

ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คู่กรณีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้กลายเป็นแพะของสังคมไปแล้วเนื่องจากถูกระบุว่าละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ ไม่ยื่นฟ้องเรื่องยุบพรรคภายในระยะเวลาที่กำหนด และวันนี้ กกต. ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าเรื่องคดียุบพรรค ปชป. นี้ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนต่อ จึงได้ฉายา “เสือกระดาษขาดอายุ”

ขณะที่ฉายาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เผยผลสอบบางส่วนและเสนอ แนวทางในการสร้างความปรองดอง โดยการแนะให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำ นปช. และหาหนทางที่เป็นรูปธรรมในการสร้างความสมานฉันท์จากกระบวนการยุติธรรม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้อีนังขังขอบ เพิกเฉยต่อข้อเสนอ จึงได้ฉายาว่า “ซอสีควาย”

สุดท้ายเป็นฉายานักการเมืองแห่งปีคือ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งแม้ว่าจะถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี แต่บทบาทของเขากับพรรคภูมิใจไทยโดดเด่นมาตลอด และยังมีบทบาทเป็นเสมือนผู้กำกับทิศทางของพรรคว่าใครจะเข้า-ออก ใครจะเป็นรัฐมนตรี แถมพลังส่งให้บารมีแกร่งกล้า จนในที่สุดได้รับหน้าที่จัดงานเทิดพระเกียรติ แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยเองก็ยังใช้แนวทางการหาเสียงว่า “ปกป้องสถาบัน” การพูดจาต่างๆก็มักจะอิงแอบแนบชิดสถาบันเพื่อเป็นทั้งเกราะและร่ม จึงขอให้ฉายานักการเมืองแห่งปีคนนี้ว่า “เนวินชิดเจ้า”

ที่มา : โลกวันนี้ 17 ธันวาคม 2553

 



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s