รัฐบาลสั่งทหารฆ่าประชาชน

วันนี้เมื่อช้างเท้าหน้าต้องถูกคุมขังด้วยข้อ หาก่อการร้าย ถึงเวลาแล้วที่ช้างเท้าหลังอย่าง ผศ.ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ภรรยา นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ต้องรับหน้าที่รักษาการประธาน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมและเปิดเผยความจริงว่าใครกันแน่ที่ฆ่า ประชาชน

การต่อสู้ของแกนนำ นปช.ชุดใหม่

การเคลื่อนไหวต่อสู้ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดินภายใต้การนำของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยอมรับว่าทำได้ลำบาก เพราะแกนนำและแนวร่วม นปช. ส่วนใหญ่ถูกคุมขังหรือหลบหนีไปต่างประเทศ แต่คณะกรรมการชุดนี้ต่อเนื่องมาจากชุดก่อน และประกาศจุดยืนว่าเรามีภาระหน้าที่สำคัญในการต่อสู้ 4 ข้อคือ

1.การรณรงค์เพื่อให้ปล่อยตัวแกนนำ มวลชนคนเสื้อแดงทุกระดับ และผู้ถูกจับกุมคุมขังโดยมิชอบให้ได้รับการประกันตัวเพื่อดำเนินคดีอย่างรัฐ ที่มีนิติรัฐ นิติธรรม 2.การช่วยเยียวยาผู้ถูกกระทำและครอบครัว ตลอดจนการประกันตัวและต่อสู้คดี 3.การเรียกร้องความยุติธรรมและการใช้กฎหมายตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ 4.การยกระดับการต่อสู้ของประชาชนให้สูงขึ้นด้วยองค์ความรู้ ไม่ให้ลื่นไถลไปในความคิดสุ่มเสี่ยงหรือความคิดยอมจำนนอย่างไร้หลักการ

แนวทางการต่อสู้มีทั้งโครงการระยะสั้นและระยะยาว แต่การต่อสู้เฉพาะหน้าที่สำคัญคือภารกิจข้อ 1 และข้อ 2 ตรงนี้ถือเป็นความสำคัญเฉพาะหน้าที่ต้องทำ ถ้าถามถึงความคืบหน้าคือการรณรงค์ ก่อนหน้านี้เราทำลักษณะติดต่อผ่านทางสื่อต่างๆ เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างเรากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเรายื่นประกันตัวแล้วแต่ไม่ได้สักที ทำให้คิดว่าต้องมีอะไรผิดปรกติ เพราะเรารู้ว่าข้อหาก่อการร้ายไม่ใช่ เราไม่ได้ทำอย่างนั้น

ที่เห็นชัดเจนคือ ปรกติ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะขังได้ 30 วัน พอพ้น 30 วัน หากหลักฐานในการรวบรวมไม่พอเขาต้องปล่อย แต่ในความเป็นจริงเขาไม่ปล่อย กลับเอาข้อหาที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ไม่มีการพิสูจน์หลักฐาน ไม่สืบสวนสอบสวนใดๆทั้งสิ้นนำส่งฟ้องศาล เพื่อหวังผลประการเดียวคือขังต่อยาวได้ ตรงนี้ชัดเจนว่าเป็นธงสำคัญ หลังจากนั้นเราดำเนินการขอประกันอีก ปรากฏว่าไม่ได้อีก ด้วยข้อคิดเห็นเหมือนเดิมคือคดีนี้เป็นคดีร้ายแรง มีโทษถึงประหารชีวิต กลัวการหลบหนี หรือกลัวจะมายุ่งกับพยานหลักฐานอะไรต่างๆ

รัฐบาลพูดอะไรซ้ำๆซากๆแบบนี้ ทั้งๆที่ความจริงแล้วข้อหาก่อการร้ายยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน ไม่มี อย่างที่เรารู้กัน พวกเราได้หารือกัน มีการต่อรองก่อนจะเลิกการชุมนุมด้วยซ้ำ ข้อหาก่อการร้ายเราไม่ขอนิรโทษกรรม คือหลายคนมองตรงนี้ รัฐบาลหาว่าเราเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ฉะนั้นจึงบอกว่าไม่ต้องนิรโทษกรรมด้วยความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของตัว เอง และความเป็นจริงคนเหล่านี้ก็มอบตัวทั้งหมด จะหนีทำไม ถ้าหนีก็หนีไปได้แล้ว แต่เขาไม่หนี เขามอบตัว มันก็อยู่อย่างนี้ คือไม่ได้รับการประกันตัว

จำเป็นต้องปรับองค์กร นปช. ใหม่

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ มีความจำเป็นต้องมาคุยกันว่า ต้องมีการจัดองค์กรใหม่ เพราะประชาชนและขบวนการไม่สามารถรอคอยว่านิติรัฐ นิติธรรม จะเกิดขึ้นได้เมื่อไร เพราะเท่าที่ดูแล้วไม่มีความหวัง จึงต้องปรับองค์กรเพื่อที่จะทำงาน ด้านหนึ่งคือการดูแลช่วยเหลือมวลชนคนเสื้อแดง รวมทั้งขบวนการให้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไม่เป็นอนาธิปไตย คือไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างคิด และต่างคนต่างขึ้นมาเป็นแกนนำ ประเภทที่เรียกว่าอาจทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เกิดความเสียหายขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องมีองค์กรขึ้นมา

อีกด้านหนึ่งต้องรณรงค์ต่อสู้เพื่อให้ประเทศนี้มีนิติรัฐ นิติธรรมให้ได้ ถ้าไม่มีถามว่าสังคมจะมีอะไรเกิดขึ้น คุณมีภาพของสังคมไทยอย่างไร ภาพหนึ่งเป็นภาพที่มีการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง อีกภาพหนึ่งมีการแก้ปัญหาอย่างไม่ถูกต้อง คุณเลือกการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ หรือแก้ปัญหาแบบประเทศชาติย่อยยับ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเลือกการแก้ปัญหาประเภทไหน เพราะดูมานานแล้วยังไม่เห็นว่าเขาจะแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์ แต่เลือกแก้ปัญหาแบบย่อยยับเหมือนกับทฤษฎีเกม ก็คือบวกลบเป็นศูนย์ ความจริงทฤษฎีนี้เป็นวิธีคิดของคนโบราณ นั่นก็คือฆ่ากันตายไปข้างหนึ่งเพื่อที่จะชนะ ถ้าเป็นวิธีคิดของพวกเสรีนิยม โดยเฉพาะทฤษฎีเกมที่ให้มันวินๆทั้งคู่ คือคุณไม่จำเป็นต้องได้สุดยอดปรารถนาเพียงคนเดียว

แต่ความจริงความหมายก็คือ พวกจารีตนิยมใช้วิธีแก้ปัญหาต้องฆ่ากันตาย ชนะเป็นเจ้า แพ้ก็เจ็ดชั่วโคตร ต้องกวาดล้าง พวกเราก็คล้ายๆสมุนกบฏ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราต้องโดนฆ่าเจ็ดชั่วโคตร โดยให้ชั่วโคตรหนึ่งอยู่ในคุกแบบทำนองอย่างนี้ ดังนั้น เราไม่สามารถรอคอยให้เป็นฝ่ายถูกกระทำที่ยับเยินยิ่งกว่านี้ จึงจำเป็นต้องปรับองค์กร และดำเนินการต่อสู้ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเท่าที่จะทำได้ แม้จะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่รัฐบาลจะนำมาใช้หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราก็ยังสามารถต่อสู้ได้ อย่างที่เห็นว่าครั้งหลัง นปช. ก็นำการต่อสู้เองเมื่อวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค. หรือการชุมนุมในวันที่ 19 ธ.ค. หลังจากก่อนหน้านี้เราก็สนับสนุน เพียงแต่ยังไม่มีการตั้งองค์กรในการต่อสู้เพื่อเป็นตัวแทนในการเจรจาต่างๆ

วางยุทธศาสตร์ต่อสู้อย่างไร

ยืนยันว่าเราจะนำพาการต่อสู้ในระบบเหมือนเดิม อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราก็ยังจะต้องทำตามนี้ จะต้องปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริง นี่คือการรณรงค์ในการต่อสู้ อีกด้านหนึ่งคือไปสู่การเจรจา อย่างที่เราเดินทางไปพบ ดร.คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ด้านหนึ่งไปขอบคุณที่ได้บอกรัฐบาลว่า อย่าตีตรวนแกนนำเลย แต่รัฐบาลก็ไม่ทำตาม หรือ คอป. บอกให้ประกันตัวแกนนำ รัฐบาลก็ไม่ทำตามอีก เราต้องขอบคุณ คอป. ในแง่นี้ เพราะสิ่งที่เขาทำนับว่ากล้าหาญพอควร

เราอยากให้ คอป. ทำต่อไม่ควรหยุดแค่นี้ ให้ช่วยกันผลักดันให้การประกันตัวแกนนำและแนวร่วมคนเสื้อแดงเกิดขึ้นได้จริง อย่างเป็นรูปธรรม และเรายังให้กำลังใจ คอป.ว่า องค์กรแบบของท่านในประเทศอื่นๆก็สามารถทำงานได้ เช่น ชิลี อาร์เจนตินา ก็ทำงานได้ผล แม้ว่าในช่วงแรกๆคนจะไม่เชื่อ จึงบอก คอป. ว่าในฐานะเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์มีโอกาสดีที่จะทำให้การดำรงอยู่ของคุณมี คุณค่า หรือคุณไม่ทำ เลือกที่จะถูกประณาม เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ แต่เราอยากให้เขาทำอย่างมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สิ่งที่เราทำ แปลว่าด้านหนึ่งเราเจรจาควบคู่ไปกับการต่อสู้

เรายังเรียกร้องให้ คอป. กล้าที่จะเปิดเผยความจริง สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นให้ได้ กล้าที่จะบอกความจริงว่าอำนาจรัฐกระทำต่อประชาชนอย่างไร เพื่อให้สังคมไม่เกิดเหตุการณ์เช่นที่แล้วมาอีก ในอดีตเรามี 6 ตุลา มีพฤษภาทมิฬ แต่ถามว่าถ้าคุณไม่เปิดเผยข้อมูลเหมือนเหตุการณ์ในอดีตถึงได้เกิด 14 ตุลา คุณก็ไม่เปิดเผยข้อมูลว่ารัฐทำอย่างไรก็เกิด 6 ตุลา เพราะคน 6 ตุลาเขาไม่กลัว หรือ 14 ตุลาไม่เห็นมีใครรู้เลย ไม่ถูกลงโทษ ขนาดว่าชนะ 6 ตุลาก็ไม่มีใครเปิดเผย ขึ้นศาลเห็นท่าไม่ดีก็นิรโทษกรรมทั้งหมด

จากนั้นก็เก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ พอเหตุการณ์พฤษภาข้อมูลก็เก็บเป็นความลับอีก ต่อไปนี้จึงไม่ควรเก็บเป็นความลับ โดยเฉพาะเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ มีศัพท์คำหนึ่งในต่างประเทศต้องการที่จะพูดตรงๆว่าไม่ต้องการให้อำนาจรัฐ เป็นรัฐทหารแบบนี้อีก ดังนั้น มีอย่างเดียวคือรัฐบาลต้องเปิดเผยขั้นตอนการทำงาน และตารางเวลา รวมทั้งนำไปสู่การทำเอกสารเผยแพร่ให้ประชาชนรู้ แล้วเอาไปใช้ในการไต่สวนด้วย ซึ่งคอป. ก็ขานรับด้วยดี ต้องติดตามดูว่า คอป. จะทำความจริงให้ปรากฏได้หรือไม่

รัฐกล้าเปิดเผยความจริงหรือไม่

คงไม่ใช่กล้าหรือไม่กล้า เพราะเท่าที่ประเมินรัฐบาลคงไม่ทำอะไร ยกเว้นความเป็นจริงในเหตุการณ์นองเลือดเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. จะแดงขึ้นจนไม่สามารถปิดบังได้ แต่เชื่อว่ารัฐบาลก็ยังปฏิเสธอยู่ดี ดังนั้น ความจริงที่ว่ารัฐบาลสั่งทหารฆ่าประชาชน คงจะเปิดเผยเองเป็นไปไม่ได้ ต้องเกิดจากการที่ประชาชนต่อสู้และสามารถไปล่วงรู้ข้อมูล นี่แหละเราต้องการความสามัคคี คนบางคนไม่ต้องเป็นเสื้อแดง คุณมาทำให้ความจริงปรากฏในสังคม และความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทยพอแล้ว แค่นี้คุณก็คือพวกเราแล้ว

ความคืบหน้าเรื่องคดีความ

ขณะนี้เราทำหลายอย่าง ด้านหนึ่งทางญาติพี่น้องของผู้สูญเสียหรือได้รับผลกระทบก็ฟ้องร้องโดยตรง และส่วนหนึ่งถ้าศาลไทยมีปัญหาไม่เชื่อมั่นในบางส่วนก็ต้องอาศัยศาลระหว่าง ประเทศ เช่น มร.โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ทำงานได้ดี นอกจากนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศก็ดำเนินการเอง เพราะเขาสนใจว่าปัญหานี้เกิดขึ้นได้ในไทย แม้บรรดานักวิชาการทั้งหลายจะออกมาบอกว่าโอกาสที่จะฟ้องศาลโลกหรือศาลอาญา ระหว่างประเทศเพื่อเอาผิดกับคนที่สั่งทหารฆ่าประชาชนมีน้อย แต่ไม่เป็นไร ทำได้เท่าไรก็ทำแค่นั้น

การฟ้องศาลโลกหรือสังคมโลกสำคัญมาก เพราะทำให้คุณไปที่ไหนเขาก็รังเกียจคุณ เช่น กรณีที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษไม่กล้ามาเยือนไทยเพราะกลัวถูกด่า หรือเวลา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ไปต่างประเทศมีใครอยากคุยด้วยบ้าง อายหรือไม่ เขาไม่ว่าอะไรคุณแต่เขาไม่อยากคบคุณ น่าสมเพช แล้วเอาไปทำไมอำนาจรัฐแบบนี้ เป็นอำนาจรัฐที่ไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรี แล้วทำเพื่อใคร ทำเพื่ออะไร ไม่คิดหรือว่าสังคมต้องขยับไปข้างหน้า จะให้สังคมหยุดนิ่งถอยหลังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือ มันต้องก้าวไปข้างหน้าให้ประชาชนตัดสิน

อนาคตของเสื้อแดง

แม้การต่อสู้ของ นปช. จะมีปัญหาและอุปสรรคตรงที่รัฐบาลต้องการครอบครองอำนาจรัฐและกลไกรัฐเอาไว้ ไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน และกล่าวหาว่าพวกคุณยังโง่เง่า ถูกเงินซื้อได้ พวกคุณเป็นสมุนทักษิณ แต่ต้องตั้งคำถามว่า แล้วทำไมเสื้อแดงกลับเติบใหญ่ คนมากขึ้น มีทั้งปริมาณและคุณภาพสูงขึ้น ก็มาตั้งข้อหาล้มเจ้าบ้าง อะไรบ้างเพื่อที่จะทำลาย ซึ่งตรงกันข้าม ยิ่งตั้งข้อหา ยิ่งเล่นงานหนัก เรายิ่งเติบใหญ่ คนยิ่งสงสัยทำไมต้องมาเล่นงานมาก ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน คนชั้นกลางก็กำลังสงสัย คนชั้นล่างก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าความยุติธรรมไม่มี ความเจ็บแค้นเจ็บใจก็มีมากขึ้นตามลำดับ

ความต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนจะยิ่งสูงขึ้น และตั้งคำถามต่อกลไกอำนาจรัฐมากขึ้น สิ่งนี้เขายิ่งกลับแปลเป็นว่าเป็นความไม่มั่นคง ก็ยิ่งบีบอีก พอบีบก็ถูกแรงต้าน คนก็ยิ่งเพิ่มเข้ามาอีก เพราะฉะนั้นรัฐบาลเข้าใจผิด กลายเป็นว่าการที่เขาใช้ความรุนแรงในการปราบปราม การที่เขาไม่ให้ความยุติธรรมในการดำเนินคดี การจับกุมคุมขัง ทำให้เสื้อแดงมากขึ้น ขอเตือนไปยังรัฐบาลให้ระวังว่าคนเจ็บแค้นมากขึ้น ดังนั้น อยู่ที่ว่าเขาจะเอาประเทศไทยไปทางไหน จะแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาแบบย่อยยับอย่างที่กล่าวมาข้างต้น

แต่ดูแล้วถ้ารัฐบาลมีทฤษฎีที่ไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชนตราบเท่าที่ ประชาชนยังไม่เชื่อฟัง ไม่อยู่ในโอวาท ไม่ทำตามเขา ก็คือคุณต้องเลือกพรรคของเราซิ ไม่ใช่พรรคของคุณ เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ยิ่งกระทำกับประชาชนหนักขึ้น ประชาชนก็จะยิ่งต่อสู้มากขึ้น แต่ลืมไปว่าคนไทยไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด คืออ่อนนอกแต่แข็งใน ยามที่มีปัญหาขึ้นมาในเวลาวิกฤตเขาสู้ตาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม เพราะความยุติธรรมเท่านั้นที่จะช่วยยุติปัญหาได้ ถ้าคุณไม่ทำให้เกิดความยุติธรรม ก็จะเร่งเร้าให้เกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้น แปลว่ารัฐบาลกำลังทำให้สังคมไทยล่มสลายมากขึ้น

ขอฝากถึงคนไทยผู้รักประชาธิปไตยและรักความยุติธรรมทั้งหลายว่าต้องสู้ แต่ต้องสู้อย่างเข้าใจ อย่ากระหน่ำซ้ำเติมเหตุการณ์ ต้องมีเหตุผล เคลื่อนไหวต้องได้ประโยชน์ แล้วรู้ว่าทำได้แค่ไหน สะสมชัยชนะไปเรื่อยๆ เราต้องการแค่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยแสดงออกอย่างน้อยคือมีการเลือกตั้ง อย่ามาฉีกรัฐธรรมนูญอีก และเราต้องเปิดโปงสิ่งที่ไม่ถูกต้องถูกเปิดเผยออกมา แม้รัฐบาลจะไม่ยอมรับความจริงที่มีการตายเกิดขึ้นว่าเป็นการกระทำของอำนาจ รัฐ โดยทหารหรือเจ้าหน้าที่ที่เขาจัดการมา ทั้งๆที่โลกรู้ นี่คืออิทธิพลของโลกาภิวัตน์ คุณจะปิดประเทศ ปิดประตูตีแมวเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

หน้าที่ของประชาชนก็คือ ต้องออกมาต่อสู้ นี่คือศักดิ์ศรีของคนไทย คุณจะอยู่กันแบบเชื่องๆให้เขาทำอะไรก็ได้ตามใจชอบได้อย่างไร ต้องแสดงให้รู้ว่าเราไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจเผด็จการทหารหรืออำนาจอื่นใด ที่ไม่ชอบธรรม ไม่สอดคล้องกับโลกที่ศิวิไลซ์ ไม่เช่นนั้นนานาชาติจะมองเห็นคนไทยเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งที่ยอมก้มหัวให้ ดังนั้น เชื่อว่าคนไทยคงไม่ยอม เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าคนไทยต้องสู้

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 290 วันที่ 18-24 ธันวาคม พ.ศ. 2553 หน้า  18 คอลัมน์ ฟังจากปาก โดย กิตติพิชญ์ ยิ่งวรการสุข
http://www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=9038



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s