ประชาวิวัฒน์

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินหน้าเต็มที่กับการกำหนดนโยบายเพื่อ “ซื้อใจ” ประชาชน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ส่วนจะเป็นช่วงต้นปีอย่างที่ นายอภิสิทธิ์ มีท่าทีโน้มเอียง และส่งสัญญาณว่าจะ “ยุบสภา” หรือ “ลากยาว” จนสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้หมดวาระในช่วงปลายปี คงต้องติดตามกันต่อไป

ประกอบกับการที่มีบางกลุ่มก้อนในสังคมไทยเชื่อว่าจะไม่มี การเลือกตั้ง ต้องจบด้วยการรัฐประหาร ทั้งมีการเสนอกันใน “ที่ลับๆ” ก็ต้องติดตามกันเช่นกัน

เพราะการเมืองไทยในยุคสมัย “อุ้มสม” เกิดอะไรขึ้นก็ได้ ขอให้ “เพื่อไทย” และ “กลุ่มคนเสื้อแดง” อย่าได้กลับมามีอำนาจเป็นพอ!!

นายอภิสิทธิ์ น่าจะรู้แกวว่า “ประชาธิปไตยแบบครึ่งๆกลางๆ” ที่ส่งให้ตนมีอำนาจนั้น ไม่ค่อยจะมั่นคงสักเท่าใด แต่จะทำอะไรได้ ฝ่าฟันมาได้ถึงสองปี คนล้มตาย 91 ศพ บาดเจ็บนับพัน ยังคงอยู่ในตำแหน่งได้ ก็ต้องเดินหน้าไป พยายามให้มีการเลือกตั้ง และใช้ผลของการเลือกตั้งนั้น บริหารจัดการให้ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถบอกกล่าวได้ว่ามีความ “ชอบธรรม” มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

และเมื่อถึงจุดที่มีการเลือกตั้งได้จริง การที่ใครจะทำการ “รัฐประหาร” ย่อมต้อง “ฝืนกระแส” ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก และในที่สุดฝ่ายที่มีอำนาจปัจจุบันก็ต้องบอกว่า ไม่มีใครเป็น “ตัวเลือก” ที่ดีกว่า นายอภิสิทธิ์

แหม..ฟ้าเป็นของนก นายกฯเป็นของ “อภิสิทธิ์” จริงๆ!!

แต่จะเป็นทั้งที ต้องมีนโยบาย จะไปลอกของเก่า 99 วันทำอะไร (ไม่เสร็จ) ก็คงน่าเกลียด บริหารราชการแผ่นดินมาตั้งสองปีแล้ว เห็นทีต้องเปิดตัวนโยบายใหม่สักชุด เอาที่ลงสู่คน “รากหญ้า” จะได้ลบข้อครหาว่า “ประชาธิปัตย์” ดูแลแต่ชนชั้นสูง และชนชั้นกลางในเมืองอย่างเดียว

ต่อจากนี้ พี่น้องวินมอเตอร์ไซด์ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ ชาวบ้านลูกหนี้กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ จะได้รับการดูแลอย่างถ้วนหน้าด้วย “ประชาวิวัฒน์” แล้ว..เย้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวนิช ประกาศก้อง ให้สัมภาษณ์พิเศษ ตัดหน้า นายกฯเพื่อนรักไปจนมีข่าวว่า ทั้ง นายอภิสิทธิ์ และ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯคู่ใจ ที่มีชื่อร่วม “สังฆกรรม” ในนโยบายดังกล่าวด้วย ทำเสียงงงๆว่า มีชื่อนี้ด้วยหรือ และทำไมไม่รอเปิดตัววันที่ 9 มกราคม 2554 เป็นของขวัญปีใหม่พร้อมๆกันไป

เพราะในรายละเอียดนั้น ยังต้องหารือกันให้ลงตัวก่อน ไม่เช่นนั้นจะถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก ซึ่งก็เป็นดั่งว่า เริ่มต้นก็ต้องถูกถล่มถึง “วินัยการเงินการคลัง” ที่สมัยพลพรรคของรัฐบาลชุดนี้เป็นฝ่ายค้านต่างพร่ำวิจารณ์ควันออกหู แต่พอมาเป็นเอง กลับไม่เคยบอกให้ชัดถึงที่มาที่ไปของเงิน เพราะเป็นไปไม่ได้ว่าจะมี “ของฟรี” ในโลกนี้!!

ถึง นายกรณ์ จะบอกว่าไม่ใช้เงินงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของรัฐ แต่หากไปใช้เงินของสถาบันการเงินของรัฐ ให้ “เดินตาม” นโยบาย ก็ต้องพิจารณาเรื่องวินัยการเงินการคลังเช่นกัน เพราะหากเสียหายรัฐก็ต้องเป็นผู้เข้าไปรับผิดชอบอยู่ดี

ที่เป็นเหตุผลที่ให้สัมภาษณ์ออกมาว่าการเป็น “ประชาวิวัฒน์” จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงที่เป็นปัญหาของสังคมไทย ซึ่งผมก็เห็นว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ลืมว่า การแจกของแจกเงินนั้นไม่ยั่งยืนถาวร เท่ากับการ “สร้างโอกาส” ให้ประชาชนผู้ประกอบการ “ยืนบนขาตนเอง” ได้ ทั้งสองแนวทางควรควบคู่กันไป

ทั้งการ “ถม” เงิน เพื่อ “ยกฐานะ” นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าวิจารณ์รัฐบาลชุดนี้ชุดเดียว

แต่ที่รัฐบาล (ทุกรัฐบาล) ควรตระหนักคือ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจนั้น เกี่ยวเนื่องกับความเหลื่อมล้ำ “สองมาตรฐาน” ทางกฎหมายกติกาการอยู่ร่วมกัน และ “โอกาส” ทางเศรษฐกิจ ต้องพัฒนาคู่กับ “ประชาธิปไตย” ทางการเมืองด้วย

ตราบที่คนในสังคมรู้สึกว่ามีการกดขี่ข่มเหง มีการเอารัดเอาเปรียบ และมีการเรียกร้องบนท้องถนน ทวงความเป็น “ประชาธิปไตย” ทวง “ความยุติธรรม” ประชาวิวัฒน์ก็จะเป็นเพียงคำพูดลอยๆ และมาตรการที่ทำให้ “รู้สึกว่าดี” แต่ไม่แก้ปัญหาอย่างแท้จริง

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 21 ธันวาคม 2553




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s