ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่หนีอภิปราย-ยืดเกมถึงสิ้นปี?

สถานการณ์ในยกปลายของเกมทางอำนาจที่งวดเข้ามา เรื่อยๆ นับเป็นเรื่องน่าสนใจต่อการวิเคราะห์และเฝ้ามอง…หนทางข้างหน้าจะมีอะไร เกิดขึ้น? มีจำพวกที่เป็นเกมสอดแทรกคั่นเวลาสลับฉากหรือเปล่า? หรือถ้าหากรัฐบาลจะยุบสภาเพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชักจะพูดแบบถี่และหนาหูมากขึ้น หลายคนสงสัยว่าหากเรื่องยุบสภาจะมีจริง จะเกิดขึ้นตอนไหนกันแน่น่ะ?

แม้นายกรัฐมนตรีพยายามส่งสัญญาณย้ำเรื่อง “ถ้าเศรษฐกิจดี สถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลาย ก็รับรองมีความเป็นไปได้สำหรับการยุบสภา แล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะตกอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน” แต่การย้ำพูดค่อนข้างเป็นประจำ อาจจะเพราะความเข็ดหลาบจำของคนมีประสบการณ์จากนิทานอีสปเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีทัศนคติกระเดียดไปข้างไม่ค่อยเชื่อถือคำพูดของ นายก รัฐมนตรี เนื่องจากที่ผ่านมาก็เห็นท่านพูดหลายเรื่อง แทบทุกประเด็นที่เกิดขึ้นจริงก็สวนทางกับคำพูดและคำมั่นสัญญาที่ให้เอาไว้ พูดอย่างหนึ่ง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นยังอาจเป็นอีกอย่างก็ได้?

โดยเฉพาะในข้อเท็จจริงของเงื่อนไข “เศรษฐกิจที่ดีขึ้นกับความสงบเรียบร้อย” ทั้ง 2 เรื่องนี้ก็น่าหนักใจจริงๆ ไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นเครื่องชั่งตวงวัดเหมือนกัน

สรุปแล้วเมื่อถึงที่สุดรายการที่เศรษฐกิจจะดีขึ้นกับสถานการณ์สงบเรียบ ร้อย คงหนีไม่พ้นการอธิบายเหตุผล และหาจุดหมายอ้างอิงกันแบบตามใจชอบ? ตรงนี้หมายถึงว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นก็คงขึ้นกับการแถลงและอ้างอิงเหตุผลตัวเลข จากรัฐบาลเป็นสำคัญ? แม้กระทั่งสถานการณ์ที่คลี่คลาย ข้อนี้ย่อมไม่แตกต่างจากข้อแรกคือ ต่างก็ล้วนเป็นเหตุผลซึ่งแล้วแต่รัฐบาลจะจัดให้? พร้อมทั้งเอาเหตุผลมาอธิบายเกี่ยวกับ “ความดีขึ้น” ซึ่งโดยข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นไปเช่นนั้นก็ได้…

ทรรรศนะเช่นนี้แม้จะเป็นประเภทเข็ดเขี้ยวหรือเข็ดขยาด ก็ต้องถือว่ามีเหตุผลอยู่ไม่น้อยที่พวกเขาต่างยึดถือหรือเชื่อกันไปเช่น นั้น? มิใช่จะมีเพียงกลุ่มที่คิดเช่นนี้ ซึ่งยังสงสัยแล้วไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีการยุบสภา และการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง? เป็นเพียงการสร้างกระแสคำพูดในเชิงปลอบประโลมใจเพื่อลดและคลายความกดดันของ พวกเรียกร้องประชาธิปไตย

เป็นหลุมพรางอีกจังหวะของรัฐบาลนี้?

มิใช่เพียงเท่านั้น กลุ่มความคิดที่ใกล้เคียงกันยังคาดหมายไว้ว่า ถ้าผูกเรื่องการยุบสภาและการเลือกตั้งให้ขึ้นอยู่กับคำอธิบายของรัฐบาล “ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นและสถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลาย” หากเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไขจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม?

จะเป็นรัฐบาลเองหรืออำนาจสิ่งใดที่คอยค้ำจุนอยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่จะ เล่นยากเย็นอะไรนัก เพราะถ้าไม่อยากให้มีการยุบสภา ไม่ให้เลือกตั้ง ก็สามารถทำอะไรก็ได้ ซึ่งไม่ยากเย็นเลยสำหรับเทคนิคของเกมในประเทศไทย…

จัดคนใส่เสื้อสีตามใจชอบออกมาก่อม็อบ ข้อนี้คงไม่ได้หมายถึงม็อบสันติอโศกกับบทบาทการนำของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เท่านั้น? มีอีกสารพัดกลยุทธ์เยอะแยะตาแป๊ะไก๋ ของแบบนี้เด็กอมมือยังรู้เลย กระทั่งเกิดนายหมูนายแมวที่ไหนก็ได้ไปวางระเบิดเข้าสักตูม ผลที่ออกมานั้นสามารถแถลงเป็นตุเป็นตะ

สถานการณ์ที่ปรกติก็กลายเป็นซีเรียสจนต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรืออาจจะต้องอิงสถานการณ์ให้มีเหตุผลสำหรับการยก พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาใช้อีกก็ได้ทั้งนั้น ข้อนี้คงไม่จำเป็นว่ารัฐ บาลจะเขียนสคริปหลอกชาวบ้านขึ้นมา กลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลซึ่งจับมือดมกันไม่ได้ พวกเหล่านี้คงมีอยู่แล้ว ศักยภาพก็เหลือเฟือสำหรับปฏิบัติการปอกกล้วยเข้าปาก?

ฟังดูแนวสันนิษฐานอย่างนี้ก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย จะปิดหูไม่รับฟังเห็นจะไม่ได้เหมือนกัน สรุปแล้ว “โอกาสที่จะไม่ยุบสภา-ยังไม่เลือกตั้ง” มีเงื่อนไขแห่งความเป็นไปได้ในระดับไม่ควรประมาท ซึ่งถ้าเกมนี้เป็นจริงสำหรับฝ่ายที่กระทำนั้นอาจคิดว่า “ถึงอย่างไรคนไทยยังเชื่อถือคำพูดของนายอภิสิทธิ์อยู่เหมือนเดิม” หากเหตุการณ์เป็นไปเช่นนั้นย่อมเท่ากับเป็นเทคนิค “ยืดเกม” โดยรัฐบาลก็ยังมีอายุเหลือตามกติกาจนถึงสิ้นปี 2554 โน่นแน่ะ…

เรื่องความหนากับดื้อบอดตาใส และพฤติกรรมหูทวนลม ข้อนี้ยังไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรที่ทุกคนในคณะรัฐบาล “เล่นได้อยู่แล้ว” เป็นบทถนัดเสียด้วย?

กระนั้นก็ตามถ้าเกมเป็นไปอย่างที่เขียนถึง คงมีคำถามของความเป็นไปไม่ได้อยู่เหมือนกัน

ได้แก่ สถานการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งรอจ่อคิวอยู่ข้างหน้า นับตั้งแต่วันเปิดสภา ทางพรรคฝ่ายค้านยื่นเรื่องได้ทันที ส่วนจะล่อกันวันไหนคงขึ้นอยู่กับอีกเกมที่ประธานสภาจะจัดให้ลงตัว

เมื่อเอาแนวของการมองปัญหาเรื่องศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเป็นตัวหักลบ การวิเคราะห์ และมองสถานการณ์จึงมีความแย้งกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเปิดประเด็นเฉพาะรายการ 89 หรือ 91 ศพ น่าจะสั่นคลอนทั้งรัฐบาลกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปตามๆกัน? ด้วยเหตุผลเช่นนี้จึงมีมุมมองซึ่งต่างออกไป

คาดหมายว่ารัฐบาลควรจะชิ่งหนีศึกอภิปรายและการขุดแฉ ทางออกตรงนี้เห็นจะลงเอยรีบยุบสภาก่อนฝ่ายค้านยื่นอภิปราย…

ทั้งสองแนวของการวิเคราะห์ล้วนต่างมีเหตุผล ใครจะเลือกเชื่อรับฟังแนวทางไหนขอให้ใช้วิจารณญาณเอาเถอะในการรับชม และรับฟังเกมละครทางอำนาจของสังคมไทย…มีข้อสังเกตว่าทุกครั้งของการตัดสิน ใจได้เสียใหญ่ๆ เครือข่ายอำนาจก็มักจะสร้างสภาพแวดล้อมการข่าวให้อึมครึม และสับสนโดยข้อมูลเช่นนี้แหละ?

ที่มา : โลกวันนี้ 22 ธันวาคม 2553
โดย : ปราบ-ธิปู โบกทิวธวัช

 



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s