เปิดปมฆาตกรรม 5 เสื้อแดงชะตาสยองเหยื่อฆาตกรต่อเนื่อง

เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ รายงานการสังหารโหด “แดง คชสาร” หรือนายน้อย บรรจง ดีเจวิทยุชุมชนคลื่นรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งเป็นศพรายที่ 5 หลังการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” ที่มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ และบาดเจ็บพิการเกือบ 2,000 คน โดยคนเสื้อแดงระบุว่า คนเสื้อแดงที่ถูกขึ้นบัญชีดำการสังหารโหดต่อเนื่องยังมีอีก 5 คน

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธความผิดชอบและระบุว่าไม่มีนโยบายไล่ล่าสังหารโหด แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีฆ่าคนเสื้อแดง 4 รายที่ผ่านมาทำไมจึงแสนจะเงียบเชียบ

สำหรับชะตาสยองเหยื่อฆาตกรฆ่าต่อเนื่องหลังสังหารหมู่ 19 ศพทั้ง 5 รายมีดังนี้

เหยื่อรายแรก “อ้วน บัวใหญ่”

ปูมประวัติ : อ้วน บัวใหญ่ หรือศักรินทร์ กองแก้ว อายุ 24 ปี ชาวบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา คนสนิท ส.ส.แรมโบ้อีสาน-นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง อ้วน บัวใหญ่ เคยนำกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชไปชุมนุมปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขณะไปเป็นประธานงานศพนายทหารคนสนิท ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา

หลังสลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม เพียง 2 วัน คือในวันที่ 21 พฤษภาคม ถูกกองทัพภาคที่ 2 เรียกเข้าไปรายงานตัวที่กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพราะเป็นแกนนำเสื้อแดงโคราช

พฤติการณ์สังหารโหด : คืนวันที่ 9 มิถุนายน ขณะที่อ้วน บัวใหญ่ ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน โดยมีรุ่นน้องนั่งซ้อนท้ายมาด้วย มีรถกระบะสีดำขับเข้ามาตะโกนถามเส้นทาง อ้วน โคราช จึงวนรถกลับมาหาเพื่อบอกทาง คนร้ายที่นั่งคู่คนขับได้ชักปืน 11 มม. ออกมาจ่อยิงบริเวณศีรษะและลำตัวหลายนัด จากนั้นได้อาศัยช่วงกลางคืนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว อ้วน บัวใหญ่ เสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล

เพื่อนร่วมงานของอ้วน บัวใหญ่ ให้ข้อมูลว่า ทราบว่ามีรถยนต์กระบะสีดำขับติดตามเขามากว่า 3 วันแล้ว และได้เตือนให้ระวังตัว แต่เขาไม่เชื่อ สุดท้ายก็มาถูกยิงดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นการสอบสวนไว้ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว และประเด็นทางการเมือง นายสุเทพปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องการสังหาร ขณะที่ฝ่ายทหารโยนขี้ว่าถูกเสื้อแดงด้วยกันฆ่าตัดตอน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี

ในวันเดียวกันกับที่สังหารอ้วน บัวใหญ่ ที่เชียงรายมีการยิงสังหารนายอานนท์ พิมสาร คนสนิทของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.เชียงราย ที่จังหวัดเชียงราย โดนไหล่ขวาบาดเจ็บสาหัส แต่รอดตาย

เหยื่อรายที่ 2 “สวาท ดวงมณี”

ปูมประวัติ : นายสวาท ดวงมณี อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการ์ดเสื้อแดงคนหนึ่ง หลังจากถูกสลายการชุมนุมได้เดินทางหลบหนีมาเยี่ยมญาติที่เขาชะเมา จังหวัดระยอง แต่ถูกกลุ่มคนร้ายลงมือฆ่าแล้วนำศพมาทิ้งในพื้นที่อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี

พฤติการณ์สังหารโหด : หลังเหตุการณ์สังหารอ้วน บัวใหญ่ และลอบสังหารหัวคะแนนนายยงยุทธที่เชียงรายเพียงวันเดียว ตำรวจพบนายสวาทเป็นศพเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน คนร้ายฆ่าสังหารโดยใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง และใช้ผ้าขาวม้าผูกคอจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีระบุว่า นายสวาทหลบหนีหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ ไปหาญาติที่ระยอง แต่ถูกคนร้ายตามฆ่า เชื่อว่าถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี

เหยื่อรายที่ 3 “ธนพล แป้นศรี”

ปูมประวัติ : น้ำหวาน หรือนายธนพล แป้นศรี อายุ 43 ปี เป็นการ์ดคนใกล้ชิดของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนสำคัญของ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน อยู่อารักขานายณัฐวุฒิอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งนาทีสุดท้ายในการชุมนุมที่เวที ราชประสงค์ เมื่อนายณัฐวุฒิประกาศยุติการชุมนุมเข้ามอบตัวกับตำรวจ น้ำหวานก็แยกย้ายกลับบ้าน

พฤติการณ์สังหารโหด : เมื่อเช้าวันที่ 26 มิถุนายน ขณะที่น้ำหวานขับมอเตอร์ไซค์บนถนนสายลำลูกกา-ธัญบุรี บริเวณคลองเจ็ด จังหวัดปทุมธานี ถูกรถกระบะพุ่งชนกระดูกก้านคอหัก มีรอยช้ำที่ท้ายทอย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม คนใกล้ชิดเชื่อว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากน้ำหวานเคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่าถูกติดตามและหมายเอาชีวิต

นางมาลัย เลิศสลุง อดีตภรรยาของน้ำหวาน เล่าว่า หลังจากม็อบถูกสลายน้ำหวานก็กลับมาที่บ้านพักย่านคลองเก้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โทรศัพท์พูดคุยกันตลอด ทราบว่าอยู่เป็นที่ไม่ได้ ต้องหลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุน พร้อมทั้งบอกด้วยว่ากำลังถูกไล่ล่า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ครั้งสุดท้ายที่โทรศัพท์คุยกันประมาณ 15 วันก่อนเสียชีวิต

ตำรวจเจ้าของคดีสรุปสำนวนว่าน้ำหวานขับมอเตอร์ไซค์แฉลบเสียชีวิตเอง ซึ่งยังเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าอดีต พ.อ.อ. สังกัดหน่วยคอมมานโดจะพบจุดจบในชีวิตแบบที่ตำรวจสรุปคดีง่ายๆ เช่นนี้

เหยื่อรายที่ 4 “กฤษฎา กล้าหาญ”

ปูมประวัติ : น้องเจมส์ หรือนายกฤษฎา กล้าหาญ อายุ 21 ปี ชาวเชียงใหม่ เป็นการ์ดให้ “ดีเจอ้อม” ดีเจชื่อดังของคลื่นรักเชียงใหม่ 51 คลื่น 92.5 MHz ซึ่งมีบทบาทในการปลุกคนเชียงใหม่เรียกร้องประชาธิปไตย ช่วงชุมนุมใหญ่วันที่ 12 มีนาคม-19 พฤษภาคม 2553 ไปเป็นการ์ดให้ดีเจอ้อมที่กรุงเทพฯ หลังจบการชุมนุมดีเจอ้อมได้หลบภัยมืด ส่วนน้องเจมส์กลับเชียงใหม่ช่วยทางบ้านทำมาหากิน

พฤติการณ์สังหารโหด : เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ขณะที่น้องเจมส์ขับรถมากับ น.ส.นงนุช คำป้อ แฟนสาว หลังจากเสร็จภารกิจขายของที่ถนนคนเดิน น้องเจมส์ซึ่งนั่งฝั่งซ้ายสังเกตเห็นรถเก๋งคันหนึ่งปิดไฟหน้าขับติดตามมาใกล้ ขณะที่มาถึงเขตติดต่ออำเภอเมืองกับอำเภอหางดง รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับแซงด้านซ้ายขึ้นมา คนร้ายในรถใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่รถจนถูกน้องเจมส์ จากนั้นพยายามขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงนำน้องเจมส์ไปส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในวันที่ 1 กันยายน

พ.ต.ท.เอกรัฐ พัฒนสมบัติ สารวัตรเวร สภ.หางดง จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า คนร้ายใช้อาวุธสงครามปืนเอ็ม 16 แต่จนถึงปัจจุบันครบ 100 วันการเสียชีวิตคดียังไม่มีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม ชาวเชียงใหม่และคนเสื้อแดงได้เข้าร่วมพิธีศพของน้องเจมส์มากกว่า 10,000 คน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานในพิธี

เหยื่อรายที่ 5 “แดง คชสาร”

ปูมประวัติ : “แดง คชสาร” หรือนายน้อย บรรจง ดีเจวิทยุชุมชนคลื่นรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งผู้ร่วมงานบอกว่าเป็นคนสุภาพ ใจดี นิยมแนวทางสันติวิธี ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด อาชีพหลักขับรถตุ๊กตุ๊กรับจ้าง ส่วนเมียรับจ้างซักผ้า เป็นพ่อของลูกอายุ 9 ขวบ

หลังสลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม ดีเจอ้อมที่เป็นแกนนำสำคัญของคลื่นวิทยุรักเชียงใหม่ต้องหลบภัยมืดพร้อมกับ ผอ.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล มีผู้นำรุ่น 2 ขึ้นรับช่วงภารกิจ โดยมี “แดง คชสาร” เป็นหนึ่งในนั้น

พฤติการณ์สังหารโหด : เขาตกเป็นเหยื่อสังหารโหดรายที่ 5 หลังเสื้อแดงยุติการชุมนุม 19 พฤษภาคม แดง คชสาร ถูกยิงพรุนทั้งร่าง 18 รู และยัดยาบ้าใส่มือ 7 เม็ด ก่อนเสียชีวิตมีชายฉกรรจ์จำนวน 5 คน ใช้รถกระบะวีโก้สีดำเป็นยานพาหนะ (สีดำเหมือนกับกลุ่มฆาตกรฆ่าสังหารนายกฤษฎา กล้าหาญ ก่อนหน้านี้)

ฆาตกรได้ติดตามสะกดรอยแดง คชสาร ตลอดเวลาเป็นสัปดาห์ การสะกดรอยครั้งนี้เขาก็รู้ตัวว่าถูกตาม โดยบอกเพื่อนและดีเจในคลื่น 92.5 เชียงใหม่ว่าถูกสะกดรอยตามและถูกคุกคามอย่างหนักจนไม่อาจพักอาศัยที่หอพัก ได้ ถึงขนาดต้องไปขอนอนตามปั๊มน้ำมันที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาจะได้มีคนเห็น แต่ก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือฆาตกร

อนึ่ง เคยเกิดเหตุสังหารในยุคความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในยุคก่อนสังหาร หมู่กรณี 6 ตุลาคม 2519 เหยื่อสังหารซึ่งเป็นที่จดจำ เช่น ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ผู้นำพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย พ่อหลวงอินถา ศรีบุญเรือง ผู้นำสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย นายแสง รุ่งนิรันดรกุล และนายนิสิต จิรโสภณ ผู้นำนักศึกษา

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6  ฉบับ 292 วันที่ 1 – 7 มกราคม พ.ศ. 2554 หน้า 5-6
คอลัมน์ : ข่าวไร้พรมแดน
โดย : ไทยอีนิวส์




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s