สัญญาณเข้มจาก ‘ป๋าเปรม’ ‘อภิสิทธิ์’ ได้ต่อตั๋วอำนาจ

เปลี่ยน พ.ศ. ใหม่แต่การเมืองไม่เปลี่ยน หลังสิ้นเสียงนับถอยหลัง 10-0 ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ หลายเรื่องประเดประดังเข้าหารัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวขบวน

ความกดดันที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลหากจะนับนิ้วดูก็มีหลายเรื่อง

หนึ่งคือเรื่องที่คนไทย 7 คน ถูกทหารกัมพูชาจับตัวไปขึ้นศาลข้อหาบุกรุกดินแดน เข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ชื่อนายพนิช วิกิตเศรษฐ์

ช็อตเด็ดในคลิปวิดีโอที่นายพนิชพูดผ่านกล้อง “อย่าให้ใครรู้ เรื่องนี้นายกฯรู้คนเดียว” ทำให้นายอภิสิทธิ์จำนนด้วยข้อเท็จจริง ต้องยอมรับว่ารับรู้การเดินทางไปชายแดนของนายพนิช

เรื่องคนไทย 7 คนถูกจับมีการตั้งคำถามเกิดขึ้นหลายประเด็น เพราะถูกนำไปผูกโยงกับการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยในวันที่ 25 มกราคมนี้ เพื่อกดดันให้รัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยูที่ทำไว้กับเขมร ซึ่งเป็นการชุมนุมแบบค้างคืน ไม่ชนะไม่เลิก

มีคนตั้งคำถามว่างานนี้ใครหลอกใครให้ไปถูกจับ เพราะคณะของนายพนิชประกอบไปด้วยคนของพันธมิตรฯที่แปลงร่างไปเป็นกลุ่มคนไทย หัวใจรักชาติ และคนของสำนักสันติอโศกที่แนบแน่นอยู่กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ

มุมหนึ่งก็อย่างที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ออกมาโวยวายว่ามีนายทหารวางแผนหลอกให้นายวีระ สมความคิด หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ถูกทหารเขมรจับ เพราะรู้ว่างานนี้ต้องติดคุกแน่ เนื่องจากไม่ใช่การถูกจับข้อหารุกล้ำดินแดนเป็นครั้งแรก

หลอกไปถูกจับเพื่อลดทอนกำลังการชุมนุมในวันที่ 25 มกราคม เพราะถ้านายพนิชเดินทางไปดูปัญหาที่ดินจากข้อเรียกของประชาชนจริงอย่างที่ฝ่ายรัฐบาลกล่าวอ้าง ทำไมไม่นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปด้วย และทำไมต้องเป็นนายพนิชที่มีสถานะเป็นแค่ ส.ส.กทม. ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโดยตรง

มุมหนึ่งคนฟากรัฐบาลมองว่างานนี้หลงเหลี่ยมพันธมิตรฯ เพราะคลิปวิดีโอที่บันทึกเอาไว้ตลอดการเดินทางเป็นการจงใจเอามาเปิดเผยเพื่อดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประโยคเด็ดที่ว่า “นายกฯรู้คนเดียว” เป็นการทำเพื่อปั่นกระแสการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 25 มกราคม

เรื่องนี้กว่าหนังสือจะมาอยู่ในมือท่านก็คงรู้ผลแล้ว และหากผลออกมาอย่างที่เป็นข่าวคือนายพนิชจะรอดกลับมาประเทศไทยคนเดียวก็ยิ่ง เข้าทางพันธมิตรฯ

ประเด็นร้อนที่สองที่รัฐบาลต้องเจอคือ แรงกดดันต่อคนเสื้อแดงที่นัดชุมนุมใหญ่กันในวันที่ 9 มกราคม ที่จะมากันมากขึ้นหลังจากศาลปฏิเสธการประกันตัว สวนกับที่รัฐบาลพยายามบอกสังคมว่าต้องการให้มีการประกันตัวเพื่อสร้างความ ปรองดอง

การยื่นประกันตัวครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งที่ 3 หลังจากที่แกนนำถูกจับกุม ครั้งแรกศาลยกคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งก็ยืนยันยกคำร้อง รอจนรัฐบาลเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาความเห็นของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) ไปยื่นขอประกันตัวใหม่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาต แม้แต่ นพ.เหวง โตจิราการ กับนายก่อแก้ว พิกุลทอง 2 แกนนำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ได้คัดค้านการประกันตัวศาลก็ยังไม่อนุญาต

การชุมนุมในวันที่ 9 มกราคมคงเข้มข้นขึ้น เพราะคนเสื้อแดงมีข้อสงสัยว่าทำไมคนที่ถูกจับในข้อหาเดียวกันอย่างนายวีระ มุสิกพงศ์ จึงได้รับอนุญาตประกันตัวอยู่คนเดียว ทำไมนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำอีกคน จึงไม่ถูกถอนประกันตัวทั้งที่ดีเอสไอยื่นถอนประกันแล้วหลายครั้ง

อะไรคือมาตรฐานการพิจารณาให้หรือไม่ให้ประกันตัว

เรื่องร้อนอีกประเด็นหนึ่งคือ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง โดยเฉพาะเรื่องระบบเลือกตั้ง เมื่อพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคการเมืองอื่นไม่เห็นชอบกับข้อเสนอลด ส.ส.เขต จาก 400 คน เหลือ 375 คน เพิ่ม ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 80 คน เป็น 125 คน มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนกระต่ายขาเดียวเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เมื่อถึงเวลายกมือกันในสภาอาจถึงขั้นแตกหัก โหวตกันคนละทิศละทางจนสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลได้

แต่เดชะบุญในช่วงที่สารพัดปัญหารุมเร้าก็มีตัวช่วยออกมาค้ำยันขาเก้าอี้ให้นายอภิสิทธิ์

คอการเมืองรู้ดีว่าภาพที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ออกมาต้อนรับนายอภิสิทธิ์ถึงบันไดประตูหน้าบ้านและยืนคุยกันอยู่นานสองนาน เพื่อให้ช่างภาพหนังสือพิมพ์ ช่างภาพทีวี.บันทึกภาพมีนัยทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง เพราะช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าใครไปพบมักไม่มีภาพปรากฏตามสื่อ

เซียนการเมืองฟันธงว่านี่คือการส่งสัญญาณว่ายังให้การสนับสนุนนาย อภิสิทธิ์อยู่ ใครก็ตามที่คิดจะล้มนายอภิสิทธิ์ไม่ว่าด้วยวิธีการใดให้คิดเสียใหม่

เชื่อว่าหลังภาพเข้าพบป๋าปรากฏ พรรคร่วมรัฐบาลคงเสียงอ่อยลงไปเยอะ ขณะที่พันธมิตรฯและทหารบางกลุ่มที่คิดจะทำอะไรกันคงต้องทบทวนท่าที

“อภิสิทธิ์” ก็รอดไปได้ตามเคย

แหม…ช่าง “อภิสิทธิ์” จริงๆ

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6  ฉบับ 293 วันที่ 8-14 มกราคม พ.ศ. 2554 หน้า 8 คอลัมน์ จับกระแสการเมือง โดย ลอย ลมบน

 


One Comment on “สัญญาณเข้มจาก ‘ป๋าเปรม’ ‘อภิสิทธิ์’ ได้ต่อตั๋วอำนาจ”

  1. […] This post was mentioned on Twitter by anupun d and ThaiNEWSpace. ThaiNEWSpace said: สัญญาณเข้มจาก ‘ป๋าเปรม’ ‘อภิสิทธิ์’ ได้ต่อตั๋วอำนาจ: เปลี่ยน พ.ศ. ใหม่แต่การเมืองไม่เปลี่ยน หลังสิ้นเสียงนับถอยห… http://bit.ly/eMlPsO […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s