‘อภิสิทธิ์’กำลังจะทำประเทศล่มจม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ปัจจุบันเป็นคณะทำงานของทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย มองว่านโยบาย 9 ข้อที่รัฐบาลประกาศออกมาเพื่อนำประเทศออกนอกกรอบ ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ด้วยการเอาใจคนทั้งประเทศนั้นเป็นเรื่องสวยหรู แต่ทั้งหมดเป็นการก๊อบปี้เขามาต่อยอดเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วกรรมจะตกกับคนทั้งประเทศ

โครงการปฏิบัติการเร่งด่วน

มองว่าถ้ารัฐบาลบอกว่า 99 วันทำได้ให้ลองเช็กดูว่าทำได้กี่เรื่อง ทำไม่ได้กี่เรื่องในอดีต ปัจจุบันรัฐบาลทำอะไรบ้าง ถ้าถามคนคนหนึ่งก็บอกไม่ได้ว่ารัฐบาลทำอะไรบ้าง อย่างปัจจุบันทำให้คนเดือดร้อนอีกในการขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 9 บาท ชาวบ้านเดือดร้อนเพราะขึ้นราคาสูงมาก โดยการอนุญาตให้นำเข้า 30,000 ตัน ปรกติการอนุญาตให้นำเข้าราคาต้องไม่ขึ้น หรือต้องขึ้นน้อยลง ไม่ใช่ขึ้นทีละ 9 บาท เพราะนำเข้ามา 37 บาท คนนำเข้าได้กำไรถึง 9 บาท ใครได้กำไรจากตรงนี้ ของเดิมใครกักตุนเอาไว้ได้กำไรเท่าไร ผมว่าต้องกลับมาดูเรื่องนี้

ส่วนเรื่องแรงงานนายอภิสิทธิ์สัญญาว่าจะให้ค่าแรงขั้นต่ำ 250 บาท สัญญาที่นายกฯให้ไว้ตั้งแต่อดีตนั้นปัจจุบันยังไม่ทำ แล้วอนาคตจะเชื่อได้แค่ไหน ผมดูเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ต้นแล้วบอกว่าการทำอย่างนี้ไม่ได้ ช่วยแก้ปัญหาในการบริหารประเทศ นายอภิสิทธิ์บริหารประเทศมา 2 ปี ทุกปีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกตกลงตลอด ปีที่แล้วตกจากอันดับ 34 มาอยู่อันดับ 36 แต่ปีนี้ตกจากอันดับ 36 มาอยู่อันดับ 38 ตกมา 2 ครั้งแล้ว ฉะนั้นถ้าไม่มีการแข่งขันความสามารถของเราจะตกลงเรื่อยๆ

กรอบคิดบางเรื่องที่อ้างว่าใช้แค่ 2,000 ล้านบาทแล้วได้ถึง 20,000 ล้านบาทอาจจะไม่ใช่ เพราะ 1.รัฐบาลบอกว่าจะให้ธนาคารของรัฐกู้ ถ้าธนาคารให้แล้วเกิดมีหนี้เสียใครจะรับผิดชอบ รัฐก็ต้องเอาไปจ่าย ถามว่าเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ ที่จริงมีค่าใช้จ่ายอื่นแฝงอยู่อีกเยอะ

2.เรื่องรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่ต้องจ่ายสมทบ ถ้าแรงงานนอกระบบจ่าย 70 รัฐจ่าย 30 ขณะเดียวกันบอกว่าถ้าคนจ่าย 100 บาท รัฐจะเติมให้ 50 บาท หากมองอย่างนี้อนาคตคน 24 ล้านคนเข้ามาจะเป็นค่าใช้จ่าย 10,000 ล้านบาท ถ้าเอาตัวเลข 50 บาท แค่ 10 ล้านคนก็เดือนละ 500 ล้านบาท ต่อปีก็ 6,000 ล้านบาท บอกว่า 2,000 ล้านบาทจะพอได้อย่างไร

ตอนไปออกรายการกับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าเงินสมทบเป็นเงินที่มาจากประกันสังคม ผมก็บอกว่าเป็นไปได้อย่างไร เงินกองทุนประกันสังคมเป็นเงินสำหรับคนที่จ่ายประกันสังคม คุณจะเอาเงินประกันสังคมมาได้อย่างไร ถึงจะบอกว่าเอามาได้ก็ผิดแน่นอน อยากให้รัฐบาลเคลียร์เรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะไม่ใช่เงินประกันสังคมอีกแล้ว อีกหน่อยประชาชนเกษียณเยอะจะไปไม่ไหว หลายคนสงสัยเหมือนกันว่าถ้าเขาจ่ายประกันสังคมอยู่แล้ว เปรียบเทียบกับระบบนี้ที่จ่ายน้อยกว่าแตกต่างกันอย่างไร ทำไมเขาจ่ายเพิ่มขึ้น ในขณะที่คนที่จ่ายน้อยลงได้สิทธิประโยชน์ต่างกันหรือไม่ แล้วจะมี 2 มาตรฐานในเรื่องพวกนี้หรืออย่างไร

3.การแบ่งแยกราคาแก๊ส ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือน อุตสาหกรรม รถยนต์ รัฐแบกอยู่ ซึ่งของอย่างเดียวกันแยกเป็น 2 ตลา ดทำให้มีการลักลอบถ่ายเทกันจะคุมยาก

4.ต้นทุนสินค้าเกษตร อยากให้รัฐบาลไปดูว่าจริงๆแล้วโครงสร้างต้นทุนอยู่กับใคร อยู่กับบริษัทใหญ่ๆใช่หรือไม่ จริงๆแล้วกำไรส่วนใหญ่อยู่กับบริษัทใหญ่ๆหมด ซึ่งบริษัทใหญ่ๆอยู่เบื้องหลังรัฐบาล คุณกล้าแตะหรือไม่ ทางที่ดีเรียกบริษัทใหญ่เข้ามาว่าจะสามารถลดกำไรลงมาหน่อยได้หรือไม่ ให้ชาวบ้านได้เงิน ได้ราคาถูกหน่อย ซึ่งวิธีนี้จะง่ายกว่า ต้องมองว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

5.สำหรับ 6 มาตรการ 6 เดือน ที่ต่ออายุเรื่องให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าฟรีจาก 50 หน่วย เป็น 90 หน่วย ความเป็นจริงต้องดูกรอบคิด เดิมตอนนั้นที่ทำเพราะราคาน้ำมันแพง ความคิดคือจะช่วยเหลือในระยะสั้นๆ ไม่ได้ทำถาวร จุดประสงค์หลักคือถ้าจะใช้ฟรีต้องประหยัดให้ 50 หน่วย คนต้องประหยัดจริงๆและจะได้มีวิธีการใช้ ตอนนี้รัฐบาลขยายเพิ่มขึ้นและทำถาวร ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ และกลายเป็นว่าให้คนที่ใช้เกินมาอุ้ม คุณมีสิทธิอะไรที่ให้คนที่ใช้ไฟเกินแบกรับภาระตรงนี้ ยุติธรรมแล้วหรือ คุณได้ทำประชาพิจารณ์หรือยัง ซึ่งต้องให้คนรับรู้ว่าต่อไปนี้พวกคุณต้องจ่ายตรงนี้ รัฐทำอย่างนี้ถูกหรือเปล่า

6.มองว่ารัฐใช้ 2,000 ล้านบาทเพื่อให้ได้ 20,000 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันรัฐขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ 13,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนไม่กี่แสนคน ขณะที่การทุจริตของรัฐปีหนึ่งแสนกว่าล้านได้กี่คน ให้ดูว่ากรอบของการกระจายงบประมาณว่าถูกต้องหรือไม่

7.เรื่องอาชญากรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว รัฐบาลมีหน้าที่บอกเป็นนโยบายประชาวิวัฒน์เพื่อปราบปรามอาชญากรรม แสดงว่าที่ผ่านมา 2 ปีล้มเหลวในการปราบปรามอาชญากรรมมาโดยตลอด เรื่องนี้ผิดประเด็นมาก คราวที่แล้วบอกว่ามีเรื่องการศึกษา ความเป็นธรรมของกระทรวงยุติธรรมที่เคยพูดแต่ไม่เห็นพูดเลย หรือว่าไม่ประสบความสำเร็จแล้วจึงไม่เอามาพูด

อีกอย่างเรื่องไข่ที่จะชั่งกิโลขายก็เหมือนกับเป็นการเปลี่ยนวิธีการขาย ของเขา เป็นการแก้ผิดทาง อย่างวินมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ หาบเร่แผงลอย กรอบคิดนี้เป็นกรอบคิดเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทำไมถึงมาคิดตอนนี้ พรรคเพื่อไทยเราคิดอะไรใหญ่ๆ ต้องก้าวไปไกล แต่นี่คิดเหมือนกับเราเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ไม่ใช่แล้ว เอาค่าใช้จ่ายไปฝากไว้ที่อื่น แกล้งทำเป็นใช้น้อย แต่ที่จริงใช้มากกว่านี้เยอะ อยากให้รัฐกลับไปดูว่าใช้เงินแล้วจะหาเงินมาจากไหน จะมีรายได้กลับมาอย่างไร และจะพัฒนาประเทศให้เกิดการแข่งขันได้อย่างไร

2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล

นโยบายที่เราทำไว้เขาเอาไปต่อยอดก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่รัฐบาลต่อไปจะนำ มาใช้ต่อ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลต่อจากพรรคประชาธิปัตย์จะเอานโยบายอะไรมาทำต่อก็นึกไม่ออก เพราะ 2 ปีล้มเหลวจริงๆ ผมถามมาหลายคน ทั้งชาวบ้าน คอลัมนิสต์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ให้ช่วยหาก็ไม่เจอ มีแต่จำในสิ่งที่ล้มเหลว ที่ดีหน่อยก็เรื่องภาษีทรัพย์สินที่ดิน ภาษีมรดก แต่ก็ไม่ได้ทำ แล้วมาบอกว่าปีนี้เศรษฐกิจโต ซึ่งก็โตด้วยตัวของมันเอง เพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจแย่ ที่ฟื้นขึ้นมาเพราะการส่งออกดีขึ้น แต่เขาบอกว่าปีนี้จะดี

การคอร์รัปชัน

จริงๆแล้วประเทศเราตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาที่รัฐบาลอยู่ไม่ได้คือ การคอร์รัปชันเรื่องเดียว อย่าง ส.ป.ก. ที่แตะนิดเดียวรัฐบาลต้องล้ม เพราะคนรับไม่ได้ แต่ 2 ปีที่ผ่านมาคอร์รัปชันกันมโหฬาร มีคนตาย คนเจ็บ ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบ มันรุนแรงมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ทำให้มาตรฐานของประเทศแย่ลง คุณโกงกว่านี้ก็ยังอยู่กันได้ คนเจ็บคนตายรัฐบาลก็ยังอยู่ได้ รัฐบาลนี้พยายามมีอำนาจพิเศษ มีอะไรมาค้ำประกันให้เขาอยู่ได้ ถ้ารัฐบาลทำไม่ดีคนก็ต้องมาเลือกเพื่อไทยถูกไหม แต่เขาเชื่อว่ามีพลังพิเศษบอกว่าดีที่สุดแล้ว ไม่มีทางเลือก แล้วยังไง ก็ต้องเป็นรัฐบาลต่อไป อย่างนี้ระบบประเทศจะเดินอย่างไร สมมุติว่ามีการทุจริตไปซื้อเสียงแล้วปล่อยให้ทุจริตต่ออีกหรือ แล้วประเทศจะอยู่อย่างไร ต้องเห็นวัฏจักรตรงนี้ ต้องกลับมาแก้ว่าจะเป็นอย่างไร

แล้วที่นี้ก็พยายามปล่อยข่าวว่าอย่าไปเลือกเพื่อไทยเลย เลือกไปทหารก็ปฏิวัติ เดี๋ยวระบบราชการไม่สนับสนุน เดี๋ยวจะมีความวุ่นวาย มีคนมาประท้วง ไม่ใช่ ถ้าคุณปล่อยให้ระบบไม่เป็นระบบ แล้วคุณบริหารประเทศแย่ ประเทศเดินไม่ได้ อยากฝากประชาชนว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องกลับมาคิดมาเปลี่ยน กลับมามองดูว่าประเทศต้องเดินอย่างไร ถ้าทำไม่ดีก็ต้องกลับมาเปลี่ยนให้อีกฝั่งบริหาร แล้วลองดูว่าใครบริหารได้ดีกว่ากัน ปัจจุบันไม่ได้บอกอะไร เพราะหนังสือพิมพ์ทุกฉบับฝากบอกมาว่าเพื่อไทยพูดอย่างไรคนก็เชื่ออยู่แล้ว เพราะประวัติมี ขณะเดียวกันประชาธิปัตย์พูดอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะพูดอะไรก็ไม่เคยทำ 9 มาตรการที่ออกมาคนด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง ตอนนี้แสดงถึงกรอบคิด วิธีคิด การบริหารงานที่เป็นคนระดับผู้นำทำกัน

นโยบายที่ออกมาเป็นการหาเสียง

ตอบได้เลยว่าใช่ เป็นการหาเสียงที่เจาะกลุ่ม เฉพาะคน กทม. เจาะกลุ่มมอเตอร์ไซค์วิน หาบเร่แผงลอย เจาะกลุ่มคนที่เลือกเพื่อไทยอยู่แล้ว แต่เขามองผิดว่าเป็นการแก้ความเหลื่อมล้ำ เขาต้องกลับไปคิดใหม่ ความเหลื่อมล้ำไม่ใช่ออกมาตรการมาแล้วคนยังมาราชดำเนินเป็นหมื่นๆ ไม่ใช่ว่าคุณจ่ายเงินแล้วเขาจะกลับไป แต่หมายถึงทำไมเขาไม่ได้รับความยุติธรรม หลายคดีประชาธิปัตย์หลุดหมด ทำไม 2 มาตรฐานเกิดขึ้นตลอด คนเจ็บคนตายเป็นอย่างไร ความรู้สึกพวกนี้ต้องตอบสังคมให้ได้ แก้ตรงนี้ไม่ได้คุณก็แก้ความยุติธรรมและความเป็นธรรมไม่ได้ อยากให้รัฐบาลกลับมาคิดเรื่องนี้

รัฐบาลออกมาบอกว่าปฏิรูปประเทศไทย 4 ด้าน การปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ รัฐบาลเข้าใจผิด คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน คุณเกิดเป็นลูกอาจารย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับเกิดเป็นลูกชาวนาเท่ากันหรือไม่ ไม่เหมือนกัน เพราะคนเราเกิดมาฐานะก็ต่างกันอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องมองคือ กลับไปมองในสิ่งที่พรรคไทยรักไทยเคยทำมาก่อน คือ “เศรษฐกิจคู่ขนาน” รัฐบาลต้องช่วยคนระดับล่างให้มีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องช่วยบริษัทใหญ่ๆให้สามารถเข้าไปแข่งขันกับต่าง ประเทศได้ และมีรายได้เข้ามา แก้ทั้งข้างล่างข้างบนให้มีการสอดประสานกัน บริษัทใหญ่ขยายได้ก็จะมีการจ้างงานคนข้างล่างให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการเดินควบคู่กันในสังคม

“อภิสิทธิ์” ไม่เคยทำงานอื่น

ผมมองว่าเขาโตมาจากการเมือง จึงมองอะไรเป็นการเมืองไปหมด ประเทศนี้มองอะไรเป็นการเมืองไปหมดคงไม่ได้ ต้องมองเศรษฐกิจควบคู่กับการเมืองด้วย ถ้ามองการเมืองอย่างเดียวประเทศเดินไม่ได้ วันนี้ต้องมาดูว่าทุกประเทศในโลกที่กำลังแข่งขันกันอยู่ต้องเอาคนเก่ง คนที่มาสร้างภาพว่าสะอาด ใสบริสุทธิ์แล้ว เก่งแล้วปล่อยให้คนอื่นโกงกันไปเรื่อยๆ ตัวเองใสแต่ข่าวทุจริตกัน 30-40-50% ได้ที่ไหน หมดสมัยแล้ว จะมาก๊อบปี้เหมือนสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ ซึ่งสมัยนั้นเหมาะสม เพราะประเทศเราไม่ต้องแข่งขันมาก ธุรกิจก็เดินไปเองได้ คุณประคองตัวเองให้ได้ เอกชนเราเก่ง แต่ปัจจุบันผู้นำประเทศอื่นเก่งหมด เขาต้องออกนโยบายช่วยให้ประเทศแข็งให้ได้ มัวไปคิดอย่างเก่าประเทศก็ล้าหลัง เพราะฉะนั้นนโยบายอนาคตต้องคิดว่าผู้นำต้องเก่งก่อนมาเป็นอันดับ 1 แล้วต้องไม่โกงด้วย ถึงเอาไปแข่งกับเขาได้ ต้องมาปลูกจิตสำนึกกันว่าจะไม่ให้โกงกันอย่างไรไม่เช่นนั้นประเทศเราก็อยู่ ไม่ได้

สื่อไม่ได้โจมตีนายอภิสิทธิ์

นั่นคือสิ่งที่ผิด ที่จริงแล้วเป็นนายกฯต้องรับผิดชอบทุกทาง มาบอกว่าคนอื่นโกงหมดแต่ผมบริสุทธิ์ ไม่ใช่ คุณมีหน้าที่ต้องดูแล คล้ายกับว่าอยู่ 2 ปีจะปราบอาชญากรรม เหมือนกับตอนนี้หนึ่งในประชาวิวัฒน์จะปราบทุจริต แสดงว่ายอมรับแล้วใช่ไหมว่ามีการทุจริตมาตลอด แล้วอยู่มาได้อย่างไร ก็ต้องออกแล้ว มาตรฐานของประเทศต่ำลง ตอนนี้มีไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ทั้งประมูลมันสำปะหลัง ประมูลข้าว ปลากระป๋อง ชุมชนพอเพียง นับไม่ถ้วน มีเรื่องทุจริตเยอะ รัฐบาลก็อยู่ไปเรื่อยๆ นี่คือมาตรฐานถอยหลังของประเทศหรือเปล่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้า สื่อต้องช่วยกันคิดว่านี่หรือจะกำหนดมาตรฐานของประเทศอย่างนี้ หรือจะปล่อย ไม่ใช่ เพราะตัวเลือกยังมีอีกเยอะ น่าจะเป็นตัวเลือกว่าใครที่จะทำให้ประเทศเจริญ ประชาชนกินดีอยู่ดี ควรจะไปตรงนั้น ไม่ใช่ว่านี่ดูภาพดี นี่ดูหล่อดี ประเทศจะไปไม่ได้

จะไม่มีการเลือกตั้งแต่มีรัฐประหาร

ตรงนี้ที่คิดว่าจะมีปัญหาเพราะได้ยินหนาหู เป็นอะไรที่กังวลใจมาก คือเหมือนกับมีความคิดว่าจะเป็นพม่า แต่พม่าถูกกดขี่มานานแล้วเขาชิน เหมือนกับนกที่เลี้ยงอยู่ในกรง กับเลี้ยงอยู่ข้างนอก มีเสรีภาพแล้วจะจับไปอยู่ในกรงใหม่ ไม่เหมือนกัน ประชาชนฉลาด ถ้าใครคิดทำอย่างนั้นก็คิดได้ ทำได้ แต่จะอยู่ได้หรือเปล่า อยากให้คิดกันให้มาก ทำแล้วประเทศเสียหายขนาดไหน ถ้ากลับไปทำอย่างนั้นใหม่ คือคุณจะมองว่าแค่ได้อำนาจมาบนซากปรักหักพังของประเทศ แลกมาด้วยความเจริญของประเทศหรือ ยอมเจ๊งทุกอย่างเพื่อให้อำนาจมีอยู่หรือ ผมว่าได้ไม่คุ้มค่า และคน 60 กว่าล้านคนยอมรับได้หรือ ถ้ายอมรับได้ก็ยอมไป สุดท้ายอยู่ที่คนเลือก ถ้าไม่ยอมรับเห็นว่าประเทศนี้ต้องเปลี่ยนต้องพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น จะเกิดอะไรขึ้น

มองอภิสิทธิ์จนถึงวันนี้

มองว่าเขางงๆนะ อยากให้กลับไปมองคำพูดที่ว่าคนอื่น อย่างตอนที่เป็นฝ่ายค้านเคยบอกกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่ามีคนตายประเทศอยู่ได้หรือ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีคนตายได้อย่างไร รัฐบาลมือเปื้อนเลือด แต่สิ่งที่ทำตอนนี้มันแตกต่างกันหรือ บางคนพอโกหกเยอะๆแล้วก็ไปคิดเองว่าเป็นจริง จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า มีบรรณาธิการคนหนึ่งพูดว่า คิดว่านายอภิสิทธิ์คงโกหกจนเชื่อว่าเป็นจริง เวลาพูดก็คิดว่าเป็นจริง เหมือนกับหลอกทั้งตัวเองและคนอื่น จะไปเข้าเครื่องจับโกหกก็ไม่ผิดนะ เพราะเขาไม่ได้โกหก เขาหลอกตัวเองจนเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 294 วันที่ 14-20  มกราคม พ.ศ. 2554 หน้า 18 คอลัมน์ ฟังจากปาก โดย วัฒนา อ่อนกำปัง


One Comment on “‘อภิสิทธิ์’กำลังจะทำประเทศล่มจม”

  1. […] This post was mentioned on Twitter by Siam Parade, ThaiNEWSpace. ThaiNEWSpace said: ‘อภิสิทธิ์’กำลังจะทำประเทศล่มจม: นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลพรรคพลังปร… http://bit.ly/hpMSdV […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s