พันธมิตรฯ กำลังคิดอะไร?

ก่อนจะเข้าบทความ ผู้เขียนมีความเห็นจากนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการไทยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ ฝากถึงลูกไทยรักชาติชาวอีสานที่อยู่ในกองกำลังติดความรู้เพื่อต่อสู้กับกอง ทัพธรรมหรือพวกลูกจีนรักชาติว่า

“คนจนไม่ได้โง่อย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์เข้าใจ พวกเขารู้สึกว่าหากไม่มีการกระจายอำนาจทางการเมืองและความมั่นคงอย่างเป็น ธรรม ปัญหาที่ไทยกำลังเผชิญก็จะยังไม่จบ”

นี่เป็นการวิพากษ์ของนักวิชาการชาวต่างประเทศที่มองประเทศไทย

กรณีคนไทย 7 คนถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป และอาจกลายเป็นประเด็นที่กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เมื่อกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกโรงแสดงบทบาท และคงจะไม่หยุดการเคลื่อนไหวจนกว่าคนไทยทั้ง 7 คนจะได้รับการปล่อยตัว

การเคลื่อนไหวดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ทางคือ การเคลื่อนไหวโดยแกนนำพันธมิตรฯอย่างพลตรีจำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ซึ่งใช้การอภิปรายแสดงความคิดเห็นผ่านเวทีสาธารณะและเอเอสทีวีโจมตีความ เชื่องช้าของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการดำเนินการเรื่องคนไทยที่ถูกจับกุม

แต่การเดินสายแสดงความคิดเห็นโดยผ่านเวทีสาธารณะของคณะพันธมิตรฯได้สร้าง ความสับสนในกลุ่มผู้ฟังพอสมควรว่าผู้พูดต้องการพูดเรื่องอะไรแน่ ระหว่างการทวงคืนเขาพระวิหารหรือเขตแดนที่ทับซ้อน และการนำคนไทยกลับมา

จากการขึ้นเวทีที่จังหวัดขอนแก่นทำให้เห็นว่าขณะที่วิทยากรแต่ละคนบรรยาย ให้ความรู้เรื่องเส้นเขตแดน โดยเฉพาะนายเทพมนตรี ลิมปพยอม ซึ่งพันธมิตรฯยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างยิ่งนั้น ได้แสดงภูมิรู้อย่างลึกซึ้งจนผู้ฟังซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปไม่เข้าใจนัก จนกลายเป็นรอฟังแต่ว่าประโยคไหนที่พูดถูกใจและโยงถึงคนไทยที่ถูกจับกุมอย่าง ไรก็จะยกมือตบขึ้นมาสักครั้ง

หากต้องเดินสายทำความเข้าใจกับพันธมิตรฯทั่วประเทศ นายเทพมนตรีคงต้องเหนื่อยมากกว่านี้อีกหลายเท่า

ขณะที่อีกทางหนึ่งเป็นการเคลื่อนไหวโดยกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติที่นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และกลุ่มสันติอโศก ใช้การชุมนุมแสดงพลัง แต่คงยังต้องการแนวร่วมอีกมาก เนื่องจากเมื่อทางกลุ่มประกาศจะยกพลไปชุมนุมบริเวณจังหวัดสระแก้ว ตรงจุดที่คนไทยทั้ง 7 คนถูกจับกุมตัวไปนั้น กลับได้รับการต่อต้านจากคนไทยในบริเวณดังกล่าวอย่างหนัก เพราะเห็นว่าการชุมนุมจะกระทบต่อการทำมาหากินของผู้คนในบริเวณนั้นทั้งคนไทย และคนกัมพูชา และเมื่อประกาศว่าจะชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ ควร จนในที่สุดต้องประกาศระดมพลและปิดถนน สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ จึงจะได้รับความสนใจจากรัฐบาลบ้าง

จึงเกิดคำถามตามมาเป็นทอดๆว่าพันธมิตรฯกำลังต้องการอะไร ทวงคืนเขาพระวิหาร ทวงดินแดนที่ถูกทับซ้อน หรือทวงคนไทยที่ถูกจับกุมไป หากต้องการทุกเรื่องที่กล่าวมา พันธมิตรฯต้องการดำเนินการโดยลำพังเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของตน หรือต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ

และหากต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ เหตุใดต้องแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลโดยที่ไม่ใส่ใจว่าขณะนี้กระบวนการ พิจารณาของศาลกัมพูชาและการประสานงานจากฝ่ายรัฐบาลไทยได้ดำเนินการไปอย่างไร แล้ว และไม่ใส่ใจว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร มุ่งแต่จะเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น

และยังมีคำถามเกิดขึ้นอีกว่าการที่คนไทยทั้ง 7 คนถูกจับกุมตัวไปนั้นเป็นความตั้งใจของใครก็ตาม เพื่อจุดประเด็นให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องเขตแดนที่ทับซ้อน อันจะนำมาซึ่งการรวมตัวแสดงพลังของพันธมิตรฯและประชาชนคนไทยอื่นๆ เพื่อเรียกร้องดินแดนไทยที่ถูกกัมพูชายึดครอง รวมทั้งเขาพระวิหารอีกหรือไม่

แม้พลตรีจำลองจะออกมาปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว แต่อย่าลืมว่ากว่าครึ่งของผู้ที่ถูกจับไปเป็นสมาชิกของสันติอโศก ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับพลตรีจำลอง และเป็นสาเหตุให้นายไชยวัฒน์ต้องจัดตั้งกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติออกมาชุมนุม เพื่อหวังกดดันรัฐบาลให้ช่วยเหลือคนเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด

คำตอบคงได้ทราบในวันที่ 25 มกราคม ซึ่งจะมีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงขอประกาศให้พันธมิตรฯที่ต้องการจะไปชุมนุมกรุณาทำความเข้าใจตนเองให้ถูก ต้องว่าจะไปร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องในเรื่องใด ทวงคืนดินแดนเขาพระวิหาร หรือเรียกร้องให้ปล่อยตัวคนไทยทั้ง 7 คน เพราะแกนนำของท่านอาจพูดทั้ง 2 ประเด็นปนกันจนท่านสับสนได้

สงสารก็แต่นายกฯอภิสิทธิ์ที่จนบัดนี้คงยังไม่แน่ใจว่ามีพันธมิตรร่วม อุดมการณ์หรือฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันแน่ และสามารถขอความช่วยเหลือได้เพียงใด ในเมื่อเวลาใดที่พันธมิตรฯพอใจว่ารัฐบาลทำตามที่ตนต้องการก็จะสนับสนุน แต่หากไม่เป็นที่พอใจก็จะรุมวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างไม่มีชิ้นดี

อยากเห็นพรรคการเมืองใหม่เป็นรัฐบาลบ้าง จะสามารถแสดงฝีมือสมดังที่ออกมาวิพากษ์รัฐบาลอย่างที่เป็นอยู่นี้ได้หรือไม่

ฝากถึงนายไชยวัฒน์และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติที่กำลังชุมนุมที่หน้า ทำเนียบรัฐบาลในเวลานี้ด้วยว่า หากรักชาติจริงควรหาวิธีในการช่วยเหลือชาติอย่างสร้างสรรค์ ดีกว่าการมาชุมนุมแสดงพลังแบบไร้ทิศทางและไร้ความคิดเช่นนี้ ไปทำความเข้าใจกับพลตรีจำลองและนายสนธิให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยว่า ต้องการอะไรกันแน่ เพราะสิ่งที่พันธมิตรฯทำอยู่นี้ไม่ใช่แยกกันเดินแล้วรวมกันตี แต่เป็นแยกกันเดินและแยกกันตี จะไปมีพลังเรียกร้องความสนใจจากรัฐได้อย่างไร

แถมยังทำให้คนเสื้อแดงได้หัวเราะกันอีกด้วย

ที่สำคัญอย่าใช้ชื่อกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติเลย เพราะฟังดูแล้วกลายเป็นว่าคนไทยที่รักชาติมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆเพียงกลุ่ม เดียว คนไทยที่เหลือไม่มีใครรักชาติเลยหรือ คนไทยที่รักชาติจริงคงไม่ทำร้ายประเทศชาติ สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านแน่ หากอยากใช้ชื่อนี้ขอให้ถามคนไทยที่เหลือด้วยว่าอนุญาตหรือไม่

ผู้เขียนก็เป็นคนไทยภาคอีสานและมีหัวใจรักชาติเหมือนกัน แต่ไม่ใช่รักชาติแบบที่ต้องหาเรื่องกับเพื่อนบ้านแน่

ก่อนจบบทความในวันนี้ ใคร่ขอฝากถึงบรรณาธิการข่าวของสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ไม่ว่าจะเป็นฟรีทีวี.หรือเคเบิลทีวี.ที่มีการนำเสนอข่าว ไม่ว่าจะเป็นช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ เอเอสทีวี สปริงนิวส์ หรือวอยซ์ทีวี ขอให้ตรวจสอบการอ่านข่าวของผู้ประกาศข่าวทั้งหลายด้วย เนื่องจากหลายครั้งพบว่ามีการอ่านออกเสียงผิดบ้าง ทั้งชื่อบุคคลและชื่อสถานที่ เว้นวรรคคำผิดบ้าง โดยที่ผู้อ่านข่าวไม่สนใจแก้ไขให้ถูก ถูๆไถๆอ่านไป แสดงถึงความอ่อนด้อยในการใช้ภาษาไทย ทำให้ผู้ฟังเสียอรรถรสในการรับทราบข้อมูลต่างๆที่สนใจ หากยังปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ประชาชนไม่สนใจจะติดตามข่าวสารใดๆจากสถานีของท่าน อีกด้วย เรื่องนี้จึงไม่สมควรละเลยอย่างยิ่ง

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 295 วันที่ 22-28 มกราคม พ.ศ. 2554 หน้า 12 คอลัมน์ หอคอยความคิด โดย วิษณุ บุญมารัตน์



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s