ประเทศไทยกับอุดมการณ์ชาตินิยมจะเดินไปในชุดไหนกัน?

ความจริงเรื่องของการเมืองกับอุดมการณ์ชาติ นิยมเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาเฝ้ามองไปอย่างควบคู่จึงจะทำให้เราเข้าใจ “โดยเฉพาะเมื่อแก่นแท้ของเนื้อหาซึ่งเกี่ยวข้องยังดองเป็นเครือญาติกันอยู่ อย่างสนิทชิดเชื้อ”

จึงกลายเป็นเรื่องของ Politics of nationalism ทั้งชาตินิยมกับการเมืองย่อมมีความสลับซับซ้อนซึ่งเข้าใจไม่ง่ายนัก มีวิวัฒนาการความเป็นมาที่น่าสนใจ…นักวิชาการบางท่านมีความเห็นว่าอาจต้อง มองเรื่องของชาตินิยมในมิติที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อขบวนการเปลี่ยนผ่านจาก สังคมเก่าสู่ความเป็นสมัยใหม่ กรณีนี้ชาตินิยมมักเป็นการแสดงออกถึงความเป็นชุมชนการเมืองที่มีความอิสระ ของตัวเองจากชุมชนการเมืองอื่น คือมีความเป็นเอกราชในความเป็นชาติ ชาตินิยมลักษณะนี้คงเป็นความรู้สึกจงรักภักดีที่สูงสุดของปัจเจกซึ่งมีต่อ รัฐหรือชาติของปัจเจกนั้นๆ

เป็นลัทธิในการสร้างความรักแห่งบุคคลต่อผืนมาตุภูมิ ตลอดจนแรงปรารถนาในความเป็นอิสระทางการเมือง ความมั่นคงปลอดภัย เกียรติภูมิ เป็นสำนึกหรือความรู้สึกในทางจงรักภักดีต่อหมู่ชนที่เป็นชาติพันธุ์เดียวกัน มีภาษาและวัฒนธรรมอันเดียวกัน…

ชาตินิยมตามแบบฉบับที่กล่าวถึงเมื่อเราย้อนไปศึกษาในประวัติศาสตร์ก็ไม่ ใช่เรื่องที่เลวร้ายไปทั้งหมด บ่อยครั้งซึ่งการสถาปนาความเป็นชาติขึ้นมาสามารถเป็นเครื่องมือเพื่อป้องกัน และยับยั้งการรุกรานจากชาติอื่นๆได้ โดยเฉพาะเมื่อมีกรณีของชาติใหญ่ได้สถาปนาตัวเองแล้วใช้ลักษณะตรงนั้นเข้าไป กระทำการย่ำยีรุกรานพวกชาติที่เล็กกว่า ตัวอย่างของลัทธิล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตกนับเป็นสิ่งที่เห็นชัดเจน ฉะนั้นพลังของขบวนการชาตินิยมจึงถูกกระตุ้นและสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับ บรรดาเจ้าอาณานิคมทั้งหลาย แล้วมีการประกาศเอกราชให้เป็นที่ยอมรับในสถานะของตนเองจากนานาชาติ พลังของชาตินิยมยังมีประโยชน์อีกหลายแง่ เอามาใช้สร้างความร่วมมือสำหรับพัฒนาบ้านเมืองเพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่เรียก กันว่าผลประโยชน์แห่งชาติร่วมกันของมวลสมาชิกทั้งหลาย…

อุดมการณ์ชาตินิยมมองในด้านหนึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง เพราะการจะสร้างชาตินั้นยังเป็นขบวนการที่ต้องแสวงหาอัตลักษณ์ประจำตน เอกภาพทางภาษา แต่ขบวนการเหล่านี้ไม่แตกต่างอะไรไปจากมีดสองคม เพราะในการสร้างเอกภาพต่างๆขึ้นมาย่อมเลี่ยงไม่ได้ในอดีตที่ต้องไปยกเลิก ความเป็นลักษณะเฉพาะของคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่หลากหลาย นำสมาชิกเหล่านั้นเอามารวบไว้ในลักษณะของชุมชนทางการเมืองที่ใหญ่กว่า…

ปัญหาที่น่าพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเกี่ยวพันกับการเมืองและความเป็นชาตินิยมนั้น ได้แก่ มิติของการพัฒนาทางการเมือง ความทันสมัยทางการเมืองย่อมจะเกิดขึ้นมาได้ก็เป็นไปเฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่ ประชาชนนั้นมีเจตจำนงร่วมกันภายในชุมชนทางการเมืองหนึ่งๆ โดยเฉพาะภายใต้ชาติบ้านเมืองที่มีความหลากหลาย ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ทีเดียวที่จะต้องหาคำตอบในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ชาตินิยมกับการพัฒนาทางการเมือง ทำอย่างไรสำหรับการก้าวข้ามความแตกต่างเท่าที่มีอยู่ให้ได้?

เรื่องของชาตินิยมเราคงต้องพิจารณาถึงมิติที่มีอยู่จริงสองด้าน แนวคิดของการใช้พลังชาตินิยมเกี่ยวกับการพัฒนาบ้านเมือง ชาตินิยมแนวทางนี้ต้องจัดให้เป็น “ด้านบวก” เป็นชาตินิยมที่ต้องการสร้างเอกภาพ ปลดปล่อยพัฒนาการที่ถูกห้อมล้อมจากเนื้อหาสังคมเก่าเพื่อยกระดับไปสู่การ พัฒนาที่ดีกว่า…

แต่ในอีกด้านแล้วชาตินิยมไม่จำเป็นต้องให้ผลด้านบวกเสมอไป มันกลายเป็นเครื่องมือของการสร้างความรุนแรง กระตุ้นให้เกิดการกดขี่ข่มเหง การนองเลือด เพื่อทำลายล้างระหว่างกันและกัน

ปัญหาชาตินิยมในลักษณะนี้จึงเท่ากับเป็นวิกฤตภายในตัวเอง สามารถกลายเป็นชุดอุดมการณ์ชาตินิยมที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือจากคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเอาไปครอบงำต่อสังคมในวงกว้างด้วยการใช้ข้ออ้างและการโฆษณาชวนเชื่อ สารพัด…

ชาตินิยมที่เป็นปัญหาเช่นนี้มักจะอ้างฉวยโอกาสปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึก บ่อยครั้งชาตินิยมชุดนี้จะถูกดำเนินการโดยรัฐ แต่ก็มิใช่เสมอไป กลุ่มพลังมวลชนอื่นๆก็สามารถหยิบเอามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่ออ้างเป็นเหตุผล ในการเคลื่อนไหวเพื่อเป้าหมายทางการเมือง ซึ่งยังอาจตีความให้เป็น “เป้าหมายเชิงอัตวิสัย”

เมื่อเรามองชาตินิยมเป็นด้านบวกและลบ ดังนั้น จะเป็นการฉลาดกว่าหากจะถอยมาตั้งหลักตั้งคำถามถึงแต่ละกิจกรรมที่เคลื่อนไหว และคาบเกี่ยวไปกับ “การอ้างเหตุผลชาตินิยม”

มีนักปราชญ์บางท่านได้ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับชาตินิยม เป็นคำถามในมิติของศีลธรรมและปรัชญา ถามว่าชาตินั้นเป็นสิ่งที่สิ้นสุดในตัวเองและมีความสูงสุดกว่าคุณค่าทุกสิ่ง ทุกอย่าง หรือชาติเป็นเพียงคุณค่าหนึ่งที่จะนำไปสู่คุณค่าอื่น คำถามตรงนี้เกี่ยวกับชาตินิยม เราจึงต้องพิจารณาให้รอบด้านไปถึงกาล-เทศะ-บริบทต่างๆ

กรณีความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา แล้วมีการชุมนุมกันอยู่ เราคงต้องสรุปให้เป็น Politics of nationalism และ nationalism เมื่อมองในด้านกาลและเทศะ ตลอดจนบริบทก็เป็นข้อน่าสงสัยที่จะโยงใยคุณค่าอันสูงสุดเท่าที่จะสูงได้ใน อุดมการณ์ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ เพื่อหวังผลักดันนำคุณค่าเหล่านี้เข้าไปสู่คุณค่าอื่นใดหรือเปล่า? แม้กระทั่งเป็นเครื่องมือสำหรับหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและระบอบการ ปกครอง ชาตินิยมชุดนี้จึงไม่ได้มีชาติเป็นเป้าหมายสูงสุด? ชาตินิยมชุดปัจจุบันของไทยจึงเป็นปริศนาอย่างยิ่ง?

ที่มา : โลกวันนี้ 5 กุมภาพันธ์ 2554
โดย : เรืองยศ จันทรคีรี

 



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s