ประเด็นฝากให้คิด? ถ้าคิดจะรัฐประหารอีกสักรอบ?

ความจริงวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่นึกไม่ออกที่จะเขียนอะไรให้เป็นความสดชื่นหรือดูดดื่มด้วยความสุขในโอกาส เช่นนี้?

สภาพแวดล้อมทั่วไปของบ้านเมืองคงต้องยอมรับถึงความตึงเครียดและคำถามข้อสงสัยซึ่งกังวลใจโดยมุ่งไปที่ “ข่าวรัฐประหาร” มีสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยรวมทั้งแหล่งข่าวทั้งวงการเมืองกับการทหารต่างเห็นสอดรับไปในทางเดียวกันว่า  “ปีกระต่ายทอง 2554 นี้ รับรองเห็นทีที่ประเทศไทยเราคงหนีไม่พ้นสถานการณ์ปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ กลายเป็นวงจรที่จะเพิ่มวิกฤตให้หนักหน่วงรุนแรงเข้าไปอีกระดับ” ยังมีบางคนซึ่งแทบหมดหวังกับความเป็นจริงในระบบอำนาจแห่งการผูกขาดทางการเมืองและผลประโยชน์ของชนชั้นนำ หมดหวังต่อการแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองให้เป็นไปตามหลักการและระบบ จึงคล้ายเกิดอาการแดกดันทางการเมืองไปเสียเลย

ผู้คนเหล่านี้มีความรู้สึกและทรรศนะประการหนึ่งที่น่าสนใจสรุปได้ว่า “ใครจะรัฐประหาร ยึดอำนาจ หรือกวาดล้างครั้งใหญ่ในแผ่นดินนี้ก็ขอให้จัดการทำไปเลย จะได้รู้แล้วรู้รอดกันไปเสียที ชาติบ้านเมืองคงได้เห็นหน้าเห็นหลังถึงอนาคตกับความเป็นไป จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก จะสงบราบคาบหรือกลายเป็นกลียุคคงได้รู้ในรอบนี้”

ข้อเขียนที่ผมจะกล่าวถึงคงมิใช่เป็นการให้กำลังใจ คือให้กำลังใจว่า “เขาคงไม่รัฐประหารกันหรอก” เพราะคนพวกนี้ถ้าคิดจะทำอะไรเห็นทีไม่มีใครไปห้ามหรือขวางกั้นอะไรได้ ฉะนั้นเราคงต้องวางเฉยต่อการคิดหรือตัดสินใจของพวกเขา… “พวกท่านจะทำอะไรก็ทำไปเลยครับ?” เพียงแต่อยากจะฝากให้คิดสักนิดถึงการก้าวถลำเป็นครั้งสุดท้ายของบ้านเมือง?

ท่านจะทำรัฐประหารในลักษณะไหน? เอากันถึงขั้น “ปิดประเทศ” ติดตามกวาดล้างจับกุมกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งล่าสังหารสัก 100,000 รายกระนั้นหรือ?

ผมไม่ค่อยเชื่อสำหรับการใช้แสนยานุภาพที่จะบดขยี้ได้เป็นหมื่นเป็นแสนโดย ปราศจากปฏิกิริยาทั้งของประชาชนทุกฝ่าย รวมทั้งแรงสะท้อนกดดันจากนานาชาติ แม้กระทั่งมหาอำนาจขี้เท่ออย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งว่ากันว่า “อิงอยู่กับอำนาจนิยมในประเทศไทย” ก็คงจำยอมรับสภาพไม่ได้ ถ้าเหตุการณ์เป็นไปอย่างนั้นรับรองต้องมีการตัดสินใจด้วยระบบความคิดชุด ใหม่?

สูตรการคิดและทฤษฎีที่เอา “กลุ่มรับใช้เป็นเหยื่อ” สำหรับวิธีคิดเช่นนี้ผมว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาก็คงจะคิดได้ไม่แพ้ “ชนชั้นนำไทย” เราอาจยกตัวอย่างที่เห็นได้ถ้า “เกิดการรัฐประหารรอบใหม่” สิ่งที่ต้องเซ่นสังเวยให้แก่วิถีทางของอำนาจก็คงหนีไม่พ้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งดูเหมือนสถานะของเขากำลังอยู่ใกล้ความเสี่ยงในการเป็น “อดีตนายกรัฐมนตรี”

มันเป็นเหตุผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการเคลื่อนขบวนรัฐประหารโดย ปราศจากเหยื่อ แล้วบทนี้หนุ่มมาร์ครูปหล่ออาจต้องรับไปเต็มๆ?

มองเกมข้างหน้าไปอย่างไรสำหรับสูตรรัฐประหาร มิใช่เพียงคนเสื้อแดงหรือฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อและเป้า หมาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงมีโอกาสสูงสำหรับการเป็นเหยื่อตัวใหญ่ที่สุด ลองพิจารณาว่าหากการรัฐประหารเกิดไปสัมพันธ์กับม็อบที่ชุมนุมขับไล่ สมมุติว่าม็อบนั้นจุดไฟติด? ชะตากรรมของนายอภิสิทธิ์จะเลวร้ายเพียงใด? เป็นไปได้ที่จะถูกขับไล่ออกนอกประเทศ กลายเป็นคนพลัดที่นาคาที่อยู่จนต้องร้องเพลง “นกน้อยคล้อยบินมาเดียวดาย” ทฤษฎีและความเป็นเหยื่อเกี่ยวกับการรัฐประหารใครบอกว่าจะจำกัดขอบเขตที่ต้อง ทำลายเฉพาะอภิสิทธิ์

เป็นไปได้เช่นกันที่ผลแห่งการกระแทกทางอำนาจในเที่ยวนี้อาจส่งผลเข้าสู่ ความมีชีวิตที่โลดถลาของพรรคประชาธิปัตย์ไปอย่างช่วยไม่ได้เหมือนกัน? แล้วถึงที่สุดแหล่งหยัดยืนของพรรคการเมืองนี้จะเหลือพื้นที่อยู่ตรงไหน? เหยื่อจากรัฐประหารจึงมีเพียบ!

ในด้านของนายอภิสิทธิ์ ถ้าจะต้องเกิดการรัฐประหารล้มรัฐบาลขึ้นมาจริงๆ สิ่งสำคัญอีกประการในการตัดสินใจของ “กลุ่มอำนาจจำบัง” ผมเล็งถึงความสัมพันธ์ที่โยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “สถานการณ์สลายการชุมนุมที่มีคนตาย 91 ศพ และบาดเจ็บร่วม 2,000 คน” เกมตรงนี้มันยั้งไม่หยุดอยู่แล้ว

ลงท้ายพลันกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ต้องลี้ภัย ข้อหา “สั่งฆาตกรรมของนายอภิสิทธิ์ต้องมีขึ้นแน่นอน” กลุ่มชนชั้นนำย่อมต้องหาเหยื่อเพื่อรับชะตากรรมเรื่องนี้ เบี่ยงเบนความเป็นจำเลยร่วมโยนทับถมเข้าใส่นายอภิสิทธิ์ ซึ่งก็มีความสมเหตุสมผล ปิดจ๊อบอภิสิทธิ์จึงเป็นเรื่องเดียวกันได้กับปิดจ๊อบ 91 ศพ?

เหยื่อจากการรัฐประหารยังมีผลเกี่ยวเนื่องอีกหลายอย่างนัก กระทั่ง “พวกแกนนำม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” กลุ่มนี้เห็นจะตกต้องชะตากรรมที่วิถีแห่งอำนาจ “จำเป็นต้องจัดการ” มีอยู่หลายเหตุผลซึ่งต้องอธิบายให้ลึกกว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ตั้งแต่การรู้ความลับตื้นลึกหนาบางเกินไป ด้วยหนทางเช่นนี้ “ถ้าอ่อนและต่อรองไม่ได้เมื่อไหร่โอกาสที่จะถูกทุบทิ้งเป็นไปได้”

ผลข้างเคียงของการรัฐประหารปิดประเทศยังมีอีกมาก อาจจะกดหัวใช้อำนาจเลียนแบบพม่าไปได้สักพัก สุดท้ายคนไทยทนไม่ได้หรอก ถึงตอนนั้นคงเละยิ่งกว่าตูนิเซีย, อียิปต์, เยเมน… จุดนั้นเขาเรียกให้เป็นการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริง? ใครจะรัฐประหารห้ามไม่ได้? แต่ผมยังอยากเขียนให้เอาไปคิด คิดผิดคิดใหม่ได้?

ที่มา : โลกวันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2554
โดย : เรืองยศ จันทรคีรี



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s