ค้นหาความจริง

การสังหารโหด 91 ศพ และมีผู้บาดเจ็บพิการเกือบ 2,000 คน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปีแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ยังไม่มีผลการสอบสวนอะไรคืบหน้านอกจากออกมาแถลงให้ดูเป็นพิธี แต่ที่น่าผิดหวังและน่าวิตกอย่างยิ่ง คือการแถลงหลักฐานใหม่ในคดีการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ว่าอาจเกิดจากกระสุนปืนอาก้า ซึ่งไม่มีใช้ในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่

แต่กรณีของช่างภาพญี่ปุ่นก็เป็นเพียงแค่คนเดียวในจำนวน 91 ศพที่ยังถูกแช่แข็ง ซึ่งประชาคมโลกต่างเฝ้าติดตามว่าในที่สุดผลการสอบสวนจะออกมาอย่างไร และสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม กรณีนายมูราโมโตได้สะท้อนให้เห็นปัญหาของเจ้าหน้าที่รัฐและกระบวนการ ยุติธรรมในไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบและถูกประณามไปทั่วโลกว่าประเทศ ไทยยังมีสภาพเหมือนรัฐทหาร ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

การค้นหาความจริงเหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” จึงเป็นไปได้น้อยมาก หากรัฐบาลและกองทัพที่เป็นคู่กรณียังมีอำนาจและไม่ยอมให้คณะกรรมการอิสระ ระหว่างประเทศเข้ามาสอบสวน แม้ที่ผ่านมาคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน จะมีความคืบหน้าไม่น้อยและออกมาเคลื่อนไหวต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายรัฐและกองทัพในการตรวจสอบค้นหาความจริง

ที่สำคัญ คอป. และสังคมไทยต่างรู้ความจริงว่าใครเป็น “ฆาตกร” แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป มีกฎหมายก็เลือกปฏิบัติและ 2 มาตรฐาน สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่กลัวความจริงและพร้อมจะปิดหูปิดตาเพื่อให้ตัวเอง ได้อยู่อย่างสุขสบาย แม้พี่น้องร่วมชาติจะถูกย่ำยีและเข่นฆ่าอย่างอำมหิตและเลือดเย็นก็ตาม

แม้ในที่สุดเหตุการณ์ครั้งนี้จะไปยุติที่การนิรโทษกรรมก็ตาม แต่ต้องไม่ปิดบังหรือบิดเบือนความจริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อำมหิตโหดเหี้ยมเช่นนี้ขึ้นอีก เพราะวันนี้ประชาชนที่บริสุทธิ์ก็ยังถูกกล่าวหา กลั่นแกล้ง และไล่ล่าจากผู้มีอำนาจรัฐ เพราะฆาตกรและพวกพ้องกลัวว่าสังคมจะรู้ความจริงและถูกลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต

เหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” จึงไม่ใช่เป็นแค่ประวัติศาสตร์ แต่ต้องทำให้ทุกฝ่ายนำไปเป็นบทเรียนและอุทธาหรณ์ที่จะไม่ให้เหตุการณ์เล้ว ร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เหมือนการปฏิวัติรัฐประหารที่จะต้องหมดสิ้นไปจากสังคมไทยได้แล้ว โดยคนผิดจะต้องถูกลงโทษไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม

ที่มา : โลกวันนี้ 4 มีนาคม 2554



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s