ความเห็นต่างคืออาชญากรรม!

เรื่องสถาบันเบื้องสูงกลายเป็นประเด็นทางการ เมืองและประเด็นทางสังคมไทยอีกครั้ง หลังจากทหารออกมาตบเท้าแสดงพลังสนับสนุนผู้บัญชาการทหารบกในการปกป้องสถาบัน พร้อมกับคำสั่งให้สนธิกำลังของรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ใน (รอง ผอ.กอ.รมน.) ตรวจสอบการหมิ่นสถาบันทางสถานีวิทยุชุมชน เว็บไซต์ และอินเทอร์เน็ต เพื่อให้แจ้งเบาะแสและข้อมูลการละเมิดสถาบันไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) และตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ กอ.รมน. อ้างถึงการส่งทหารลงพื้นที่ต่างๆขณะนี้ว่าเพื่อทำความเข้าใจ เผยแพร่การเทิดทูนสถาบัน และสร้างความรักความสามัคคี ซึ่งเป็นแนวทางการสนับสนุนการเลือกตั้งเหมือนปี 2550 ทั้งที่ผู้นำกองทัพออกมาแถลงยืนยันจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆกับการเมืองและการ เลือกตั้ง ยกเว้นในฐานะประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

หลังจากนั้นไม่กี่วันการสนธิกำลังระหว่าง กอ.รมน. กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และตำรวจท้องที่ เข้าตรวจค้นสถานีวิทยุชุมชนที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายและดำเนินการโดยไม่ได้ รับอนุญาต 13 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งตรวจสอบการโพสต์ข้อความต่างๆทางเว็บไซต์

การใช้อำนาจรัฐไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่าง มากว่าเหมือน “ดึงฟ้าต่ำ” และกำลังทำให้สถาบันเสื่อมเสีย และแบ่งแยกแผ่นดิน แบ่งแยกประชาชน

โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งมีคำถามเรื่องความเหมาะสม และเป็นการเลือกปฏิบัติหรือ 2 มาตรฐานหรือไม่ เพราะการดำเนินการกับวิทยุชุมชนซึ่งรู้ดีว่าเป็นสื่อของคนเสื้อแดงว่าเข้า ข่ายกระทำผิดกฎหมาย เพราะออกอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องดำเนินการกับวิทยุชุมชนทุกแห่งในความผิดเดียวกัน

แต่ถ้าเป็นความผิดที่อาจเข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูงต้องให้เป็นไปตาม กระบวนการยุติธรรมและศาลตัดสิน อย่างที่นายสุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ชี้ว่าใบอนุญาตวิทยุชุมชนที่ลงทะเบียนกว่า 6,000 แห่งนั้นเป็นปัญหามายาวนาน โดยทั้งหมดจะได้ใบอนุญาตทดลองออกอากาศ 300 วัน แต่ไม่มีใครได้ใบอนุญาตจริงๆ เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และ กสทช. ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยมีข่าวว่าเพิ่งให้ใบอนุญาตได้เพียง 16 ราย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นมาไป ควบคุมความเห็นและอุดมการณ์ที่แตกต่าง เป็นการใช้อำนาจรัฐเหมือนเหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” ซึ่งครั้งนั้น คปส. ได้รายงานเรื่อง “การแทรกแซงวิทยุชุมชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองประเทศไทย ความเห็นต่างคืออาชญากรรม” โดยหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้มีการปิดวิทยุชุมชน 47 สถานี ผู้เกี่ยวข้องกับวิทยุชุมชนถูกออกหมายจับและดำเนินคดี 49 ราย สถานีถูกขึ้นบัญชีดำอีก 84 แห่ง

แต่ครั้งนี้นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ กสทช. เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ กอ.รมน. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เพราะเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติกับผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล หากเห็นว่ามีเนื้อหารายการพาดพิงให้ใครเสียหายสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้ ไม่ใช่มาปิดสถานี

ขณะที่ น.ส.สาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มนิติราษฎร์ ออกมาประณามการปิดเว็บไซต์และวิทยุชุมนุมว่าเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็นของประชาชน

“การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ขาดความชัดเจน แม้แต่การปิดสถานีวิทยุชุมชนก็เข้าข่ายกระทำผิดหลายอย่าง ข้ออ้างที่ใช้ปิดส่วนมากคือไม่ได้รับอนุญาตกับหมิ่นเบื้องสูง ถ้าจะเอากันตามนี้ถามว่ามีสถานีอื่นอีกมากทำไมไม่ดำเนินการ แต่กลับกระทำในสิ่งที่สังคมสงสัยว่าเลือกปฏิบัติ ใช้กฎหมายหลายมาตรฐาน หากจะใช้ข้ออ้างนี้ต้องทำกับทุกสถานีให้เท่าเทียมกันเพื่อความยุติธรรม”

น.ส.สาวตรีจึงเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันพูดถึงประเด็นนี้ให้อยู่ในกระแส ไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ร่วมกันว่ามีการกระทำ 2 มาตรฐานเกิดขึ้นจริง ผู้เกี่ยวข้องจะได้รีบแก้ไข หากปล่อยให้เรื่องผ่านไปเฉยๆจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ คนใช้กฎหมายจะไม่มีประสิทธิภาพ ควรจะมีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความ ชัดเจน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงต้องถามทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกองทัพว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหรือเผด็จการ!

ที่มา : โลกวันนี้ 2 พ.ค. 2554 โดย กฤตภาค



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s