ธาตุแท้

เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากคงรู้สึกเบื่อหน่ายและ อึดอัดกับพฤติกรรมของหลายพรรคการเมืองขณะนี้ที่วนเวียนอยู่กับเรื่องของ อำนาจและผลประโยชน์ว่าพรรคใดจะได้เป็นรัฐบาล และพรรคใดจะได้ร่วมรัฐบาล แทนที่จะเอานโยบายมาเสนอประชาชนให้ชัดเจนไปเลยว่าหากเป็นรัฐบาลจะทำอะไรก่อน และหลังบ้าง หากทำไม่ได้ก็ประกาศให้ชัดเจนไปเลยว่าจะแสดงสปิริตทางการเมือง ไม่ว่าจะลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองหรือยุบสภาเลือกตั้งใหม่ตามระบอบ ประชาธิปไตย

โดยเฉพาะการหาเสียงในลักษณะใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ รวมถึงการออกมาเคลื่อนไหวของเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่น ทักษิณ (คนท.) ที่นำโดยนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (กลุ่มคนเสื้อหลากสี) นำข้อมูลเข้าร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการ เพื่อให้สอบสวนคุณสมบัติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ว่าแจ้งเท็จต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้การเท็จต่อ คตส. และเบิกความเท็จต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 46,000 ล้านบาท ซึ่งหลังศาลมีคำพิพากษายังไม่มีหน่วยงานใดเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนิน การ

อย่างไรก็ตาม คนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่าทำไมนายแก้วสรรและพวกจึงออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ แม้นายแก้วสรรจะอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อแผ่นดิน ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่มีคำถามว่าทำไม คนท. จึงสอดรับกับพรรคประชาธิปัตย์ที่โจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยเรื่องการนิรโทษกรรมและแผนบันได 4 ขั้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมฟ้องร้องพรรคประชาธิปัตย์ว่านำข้อมูลเท็จมาใส่ร้ายป้ายสี เช่นกัน

เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ที่เขียนบันทึกเผยแพร่ทางเฟซบุ๊คว่า เกือบ 20 ปีบนเส้นทางการเมืองยึดมั่นในอุดมการณ์การเมืองระบอบประชาธิปไตย จึงเคารพเสียงของประชาชนที่จะตัดสินใจว่าต้องการให้ประเทศไปทางไหน และพรรคใดเป็นรัฐบาล

จึงมีคำถามถึงนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ว่า แล้วทำไมจึงประกาศจะจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทย แม้พรรคประชาธิปัตย์ได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับ 2 ก็ตาม โดยอ้างรัฐธรรมนูญที่ให้ถือเสียงข้างมากในสภานั้น เท่ากับพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ไม่เคารพเสียงของประชาชนหรือไม่ หากยึดตามเสียงข้างมากของประชาชนที่ต้องถือว่ามีเจตจำนงให้พรรคการเมืองที่ ได้อันดับ 1 เป็นรัฐบาล แม้จะชนะไม่เกินกึ่งหนึ่งก็ตาม ซึ่งนายอภิสิทธิ์น่าจะตอบได้ดีว่าระหว่างเสียงของนักการเมืองกับเสียงของ ประชาชนนั้นใครมีความชอบธรรมกว่ากัน

ที่มา : โลกวันนี้รายวัน 8 มิถุนายน 2554



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s