“ไว้ใจ-สั่งได้-สายตรง(กว่า)” เหตุล็อก”ขุนค้อน” สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ขึ้นบัลลังก์

สําหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว การเลือกตั้ง “3 กรกฎาคม 2554” มีความหมายถึง “ชีวิต”

เพราะ “ผลลัพธ์” ที่ออกมา สามารถเป็นตัวชี้วัด-ตัดสินได้เลยว่า “โอกาส” ที่ “เขา” จะได้กลับประเทศไทยมีมากน้อยแค่ไหน

เมื่อ “พรรคเพื่อไทย” ชนะการเลือกตั้ง และสามารถขึ้นเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ดูเหมือน “โอกาส” หวนคืน “แผ่นดินแม่” จะถูกเปิดกว้างขึ้นทันที

แต่ลำพัง “โอกาส” ที่เปิดกว้าง คงไม่สามารถการันตีได้ว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” จะได้กลับประเทศไทยสมใจอยากหรือไม่

เพราะที่สำคัญกว่าคือการวางเกม “บนกระดานการเมือง” และบรรจงจัด “ขุนพล” ฝ่ายเพื่อไทยลง “ตำแหน่งสำคัญ” ในสารบบการต่อสู้ เพื่อเอื้อต่อการ “ควบคุม” เกมการต่อสู้ และ “สกัด” ช่องทางที่ “ฝ่ายตรงข้าม” จะพลิกเกมขึ้นมาต่อกร

ดังนั้น “ก้าวแรก” ของการวางหมากกระดานการเมืองใน “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ผู้บงการหลักจึงต้องวาง “ตัวหลัก” ที่จะมารับตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” อันเป็นตำแหน่งสำคัญในการ “ควบคุม” เกมการต่อสู้ในสภา ซึ่งมี “พรรคประชาธิปัตย์” เป็นคู่ต่อสู้ตัวฉกาจ

ที่สำคัญคือตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ยังเป็น “ตัวละครสำคัญ” ที่ “ฝ่ายตรงข้าม” เคยใช้โค่น “รัฐบาลพลังประชาชน”

โดยเปิดทางให้ “ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน” หักประกาศิต “นายใหญ่” พลิกขั้วมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ “พรรคประชาธิปัตย์” ปล่อยให้ “พรรคเพื่อไทย” ตกเป็น “ฝ่ายค้าน” มานานกว่า 2 ปี

ถือเป็น “บาดแผลคาใจ” ที่ทำให้ “พ.ต.ท. ทักษิณ” เจ็บปวดแสนสาหัส จึงไม่มี “แกนนำเพื่อไทย” คนไหน ต้องการให้เกิดเหตุ “ประวัติ ศาสตร์ซ้ำรอย” ขึ้นอีก

ในยุทธศาสตร์การต่อสู้ของ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” จึงจำเป็นยิ่งที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ” จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ “ขุนพลฝ่ายนิติบัญญัติ”

จึงไม่แปลกหาก “โผประธานสภา” ที่ออกมาตลอดเวลาหลังเสร็จศึกเลือกตั้ง จะปรากฏแต่รายชื่อ ส.ส. ในกลุ่มที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ไว้เนื้อเชื่อใจ

ทั้ง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น อดีตรองประธานสภา ที่ไม่เคยมีพฤติกรรมเอนเอียงเอาใจออกห่างจาก “พรรคเพื่อไทย”

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำคนเสื้อแดง ที่เคยแลกอิสรภาพของตัวเองกับการต่อสู้ของ “คนเสื้อแดง”

หรือแม้แต่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ยอมเอา “อนาคตการเมือง” ของตัวเองมาผูกไว้กับชะตาของ “พรรคเพื่อไทย”

แต่ละคนล้วนมีระดับดีกรี “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ขั้นสูงสุดในหมู่ “พลพรรคเพื่อไทย” แต่ “ปิดดีล” ที่ชื่อ “สมศักดิ์” ด้วยหลายปัจจัย

“สมศักดิ์” เจ้าของฉายา “ขุนค้อนประกาศิต” ถือว่ามีเหลี่ยมคูทางการเมืองแพรวพราว เคยโชว์ลีลา “รองประธานสภา” ที่ได้รับการยอมรับมาแล้วถึง 2 รอบ

ที่สำคัญคือทันเกม “พรรคประชาธิปัตย์” ที่เชี่ยวชาญกลเกมในสภา

นอกจากนี้ “สมศักดิ์” ยังมีคุณสมบัติเด่นที่สามารถ “สายตรง” ถึง “พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้ตลอดเวลาแม้ในยามวิกฤต การันตีได้จาก 2 เหตุการณ์สำคัญคือ

หนึ่งคือ เหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 ที่ “สมศักดิ์” เป็น “แกนนำพรรคเพื่อไทย” ไม่กี่คนที่ปรากฏตัวที่ “ดูไบ” พร้อมข้อเสนอ “ชนะโดยไม่ต้องรบ” แต่ไม่ถูกนำไปปฏิบัติ

สองคือ หลังการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 “สมศักดิ์” เป็น ส.ส.คนแรกๆ ที่ไปปรากฏกายเคียงข้าง “พ.ต.ท.ทักษิณ”

ทว่าจุดสำคัญที่ทำให้ชื่อ “สมศักดิ์” เหนือกว่า “พ.อ.อภิวันท์” หรือ “ยงยุทธ” อย่างชัดเจนก็คือ “กลุ่มผู้สนับสนุน”

แม้ “พ.อ.อภิวันท์” จะได้รับการสนับสนุนจาก “คนเสื้อแดง” และ “ส.ส.เพื่อไทย” หลายคนในพรรค

หรือ “ยงยุทธ” จะได้แรงผลักจาก “เจ๊ใหญ่วัง กทม.”

แต่ไม่สามารถเทียบกับ “สมศักดิ์” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก “แกนนำพรรคเพื่อไทย” ใกล้ชิด “พ.ต.ท.ทักษิณ” อย่าง “กลุ่มพิจิตร” ของ เฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

ซึ่งเป็น “กลุ่มการเมืองสำคัญ” ที่ “พ.ต.ท. ทักษิณ” ไว้เนื้อเชื่อใจ ถึงขั้นเคยประกาศยกให้เป็น “เพื่อนตาย-เพื่อนแท้” ลำดับต้นๆ มาแล้ว

เฉพาะเมื่อโพรไฟล์เบื้องลึกของ “สมศักดิ์” มีสายสัมพันธ์อันดีกับ “กลุ่มพิจิตร” ภายใต้เครือข่าย “วิศวะจุฬาฯ คอนเนกชั่น” มาช้านาน จึงสามารถรับประกัน “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” และ “สายตรง” ได้อีกระดับ

เป็นข้อได้เปรียบสำหรับ “ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร” คนใหม่อย่างยิ่ง!!!

ที่มา : มติชนออนไลน์ 2 สิงหาคม 2554



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s